“Top 10 โลก” ที่ถูกยกมาปั่น: ทำไมโพสต์อวยจีนด้วยการจัดอันดับจึงเป็นโฆษณาชวนเชื่อในคราบวิชาการ
บทความเชิงวิชาการแบบหยิกหู
1) “Top 10” แบบไหนกันแน่: จงแยกคำว่า ‘อันดับโลก’ ก่อนแชร์
ปัญหาใหญ่ของโพสต์อวยจีนจำนวนมากคือ “เล่นกับความกำกวม” ของคำว่า Top 10 โลก. บางโพสต์ใช้คำนี้เหมือนเป็น อันดับมหาวิทยาลัยโดยรวม ทั้งระบบ แต่จริง ๆ แล้วไปหยิบ ตัวชี้วัดเฉพาะมิติ (เช่น สัดส่วนผลงานที่อยู่ในกลุ่ม top 10% ของการอ้างอิง หรือผลลัพธ์ในสาขา Science บางชุด) แล้วสรุปเกินขอบเขตเครื่องมือวัด ซึ่งเป็นการ “ย้ายเสาประตู” ทางตรรกะอย่างเนียน ๆ
2) หลักฐานแบบสั้น ๆ แต่ตอกชัด: Top 10 โดยรวม = สหรัฐฯ + ยุโรป/UK เกือบทั้งหมด
ตารางต่อไปนี้รวบรวม “Top 10” จาก 3 แหล่งที่ถูกใช้อ้างอิงทั่วโลกและมีอิทธิพลสูง: QS Times Higher Education (THE) ARWU (ShanghaiRanking). จุดประสงค์ไม่ใช่บอกว่า “สำนักไหนจริงที่สุด” แต่เพื่อโชว์ รูปแบบซ้ำ ๆ ว่า เมื่อพูดถึง overall top 10 โลก—จีนยังไม่ใช่เจ้าของโต๊ะนั้น1–3.
ตารางที่ 1: Top 10 โลก (Overall) จากหลายสำนักหลัก
| สำนักจัดอันดับ | Top 10 (สรุปประเทศ/ภูมิภาค) |
|---|---|
| QS 20261 | 10 อันดับแรกประกอบด้วยสหรัฐฯ/ยุโรป-UK เกือบทั้งหมด (เช่น MIT, Imperial, Stanford, Oxford, Harvard, Cambridge, ETH Zurich, UCL, Caltech) และมีเอเชีย 1 แห่งคือ NUS (สิงคโปร์) — ไม่มีมหาวิทยาลัยจีนใน Top 10. |
| THE 20262 | Top 10 เป็นสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรทั้งหมด (Oxford, MIT, Princeton, Cambridge, Harvard, Stanford, Caltech, Imperial, UC Berkeley, Yale) — จีนอยู่เหนือ Top 10 (เช่น Tsinghua 12, Peking 13 ตามบทวิเคราะห์ของ THE). |
| ARWU 20253 | Top 10 นำโดยสหรัฐฯเป็นหลัก (Harvard, Stanford, MIT, UC Berkeley, Princeton, Columbia, Caltech, Chicago) และสหราชอาณาจักร 2 แห่ง (Cambridge, Oxford) — จีนไม่อยู่ใน Top 10. |
ข้อสังเกตเชิงโครงสร้าง: ใน “Top 10 โดยรวม” จีนยังถูกดันออกไปด้วยตัวแปรที่จีนแพ้เชิงระบบ เช่น international outlook, เครือข่ายวิชาการข้ามพรมแดน, และระบบสถาบันความรู้ที่พึ่งพาเสรีภาพทางวิชาการอย่างลึก (ซึ่งจัดอันดับหลายสำนักให้ค่าน้ำหนักต่างกัน แต่สะท้อนคล้ายกันเมื่อดู Top 10)2.
3) แล้วทำไมบางโพสต์ถึงบอก “จีนกวาด 8 ใน 10” ได้?
คำตอบคือ: เขาไม่ได้พูดถึง “Top 10 มหาวิทยาลัยโลกโดยรวม” แบบ QS/THE/ARWU แต่พูดถึง “Leiden Ranking” ในบางการตั้งค่าหรือบางตัวชี้วัด แล้วจงใจให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเท่ากับการเป็นที่หนึ่งของโลกในทุกมิติ
3.1 Leiden Ranking วัดอะไร (และไม่วัดอะไร)
Leiden Ranking (Traditional Edition) เป็นงาน bibliometrics ที่โฟกัส “ผลงานตีพิมพ์ในฐานข้อมูล Web of Science” และใช้แนวคิด “core publications” ที่เน้นบทความ/รีวิวในวารสารนานาชาติที่เหมาะแก่การทำ citation analysis โดยมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น เน้นงานภาษาอังกฤษ และไม่รวมหนังสือ/ประชุมวิชาการ/วารสารนอกชุดดัชนีที่กำหนด4.
3.2 เทคนิค “ยกตัวชี้วัด = ยกทั้งจักรวาล”
โพสต์อวยจีนบางชิ้นชอบพูดว่า “จีนกวาด 8 ใน 10 อันดับโลก” โดยอ้าง Leiden และยกกรณี Zhejiang/Shanghai Jiao Tong ซึ่งเรื่องเล่านี้ถูกสื่อบางแห่งนำไปขยายต่ออย่างเร้าอารมณ์5. แต่สิ่งที่หายไปคือ “ชื่อเต็มของตัวชี้วัด” และ “ขอบเขตของการตีความ” เช่น PP(top 10%) คือ “สัดส่วน” งานที่อยู่ใน top 10% ของการอ้างอิงในสาขาเดียวกันและปีเดียวกัน—not “อันดับมหาวิทยาลัยโลกโดยรวม”4.
พูดให้ชัดแบบไม่เสียมารยาท: ถ้าคุณต้องซ่อนชื่อตัวชี้วัด คุณกำลังซ่อนตรรกะ หรือคุณกำลังพยายามหลอกคนอื่นด้วยความเท็จ.
4) “จีนกำลังขึ้นจริง” แต่ “สหรัฐฯ/ยุโรปยังคุมโครงสร้างอำนาจความรู้” ในภาพรวม
การย้ำว่า Top 10 โดยรวมยังเป็นตะวันตก/สหรัฐฯ ไม่ได้แปลว่า “จีนไม่เก่ง” ตรงกันข้าม: ในดัชนีที่วัด “output วิทยาศาสตร์บางกลุ่ม” จีนเติบโตแรงมาก เช่น Nature Index (ซึ่งนับจากวารสารธรรมชาติศาสตร์กลุ่มหนึ่ง) แสดงการเปลี่ยนแปลงของศูนย์ถ่วงงานวิจัย โดยสถาบันจีนหลายแห่งพุ่งสูง และหน่วยงานอย่าง Chinese Academy of Sciences อยู่ลำดับต้น ๆ ของโลก6–7.
5) ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับไทย: เพราะเรากำลังถูกฝึกให้ ‘ยอมแพ้ทางความคิด’
โฆษณาชวนเชื่อแบบ “อวยจีนด้วยอันดับมหาวิทยาลัย” มีผลทางการเมืองวัฒนธรรมต่อไทย 3 ชั้น:
- ชั้นความรู้: ทำให้คนไทยสับสนระหว่าง “ตัวชี้วัดเฉพาะมิติ” กับ “คุณภาพทั้งระบบ” จนหมดภูมิคุ้มกันต่อการบิดเบือนด้วยศัพท์วิชาการ
- ชั้นคุณค่า: ทำให้ “ปริมาณ” แทนที่ “เสรีภาพในการตั้งคำถาม” แล้วค่อย ๆ ทำให้การวิจารณ์อำนาจกลายเป็นเรื่อง “ไม่จำเป็น” ในระบบมหาวิทยาลัย
- ชั้นยุทธศาสตร์ชาติ: ทำให้ไทยเลิกมองโมเดลที่ “นำมาปรับใช้ได้จริง” (เช่น ระบบมหาวิทยาลัย-รัฐ-อุตสาหกรรมแบบสิงคโปร์) แล้วไปหลงกับเรื่องเล่าแบบเชียร์ข้างแทนการออกแบบสถาบัน
การทำตัวเป็น “นักวิชาการ” เริ่มต้นจากการ ระบุขอบเขตของหลักฐาน ไม่ใช่จากการ ขยายขอบเขตของอคติ.
6) เช็กลิสต์ 5 ข้อก่อนเชื่อโพสต์ “Top 10 จีนขยี้โลก”
- เขียนชัดไหมว่าเป็น ranking อะไร (QS/THE/ARWU/Leiden/Nature Index) หรือใช้คำรวม ๆ ว่า “อันดับโลก”?
- ระบุไหมว่าเป็น overall หรือ subject/indicator เฉพาะด้าน?
- มีการอธิบาย ตัวชี้วัด (เช่น PP(top 10%) คืออะไร) หรือใช้คำว่า “วิจัยแนวหน้า” แบบกว้าง ๆ?
- บทความยอมรับไหมว่า “เครื่องมือไม่วัดอะไร” (เช่น Leiden ไม่วัดหนังสือ/บางสาขา/มิติการสอน)?4
- สรุปไปถึง “อเมริกากลัว” “ตะวันตกเสียขวัญ” โดยไม่มีหลักฐานเชิงนโยบาย/งบประมาณ/โครงสร้างรองรับหรือไม่? (นี่คือสัญญาณพาดหัวนำเหตุผล)
บทสรุป แบบคันฉ่องส่องไทย: ‘ข้อมูล’ ต้องไม่ถูกใช้เป็น ‘คาถา’
คนไทยไม่จำเป็นต้อง “เกลียดจีน” เพื่อเห็นว่า “โพสต์อวยจีนบางแบบ” คือการยกระดับความกำกวมเป็นความจริง และคนไทยไม่จำเป็นต้อง “อวยอเมริกา” เพื่อยอมรับข้อเท็จจริงว่า Top 10 โดยรวมของโลก จากสำนักจัดอันดับหลัก ยังเป็นสหรัฐฯและยุโรป/สหราชอาณาจักรเกือบทั้งหมด1–3.
สิ่งที่เราควรทำคือ: เลิกให้ราคากับพาดหัวอวยจนเป็นนิสัย แล้วกลับมาคืนอำนาจให้ตรรกะ—เพราะในที่สุด ประเทศที่ชนะไม่ได้ชนะด้วย “อันดับ” แต่ชนะด้วย “สถาบันความรู้ที่ทำให้คนคิดเป็นและตรวจสอบอำนาจได้”
บรรณานุกรม (APA 7th edition)
หมายเหตุเชิงวิธีวิทยา: บทความนี้ตั้งใจใช้ “หลายสำนัก” เพื่อหลีกเลี่ยงการยกสำนักเดียวเป็นศาลสูงสุด และเพื่อให้เห็นรูปแบบเชิงโครงสร้างว่า “Top 10 โดยรวม” ยังถูกครอบครองโดยสหรัฐฯ/ยุโรป-UK อย่างต่อเนื่อง แม้จีนจะพุ่งแรงในดัชนีผลผลิตงานวิทยาศาสตร์บางชุด
