วิจารณ์การเมืองต้องไม่เหยียดเชื้อชาติ
ศิลปินมีสิทธิวิจารณ์การเมืองเต็มที่ แต่การเหมารวมเชื้อชาติไม่ใช่ความกล้าหาญทางศิลปะ — มันคือความอ่อนแอทางเหตุผล
การกล่าวหาว่าโดนัลด์ ทรัมพ์มีเชื้อสายเยอรมัน จึงมี “สายเลือดฮิตเลอร์” และมีสันดานเผด็จการนั้น เป็นตรรกะที่ตั้งอยู่บนแนวคิดว่าดีเอ็นเอกำหนดศีลธรรม ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดทั้งทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์
เยอรมนีไม่ใช่ฮิตเลอร์ คนเยอรมันทั้งชาติไม่ได้สืบทอดลัทธินาซีผ่านสายเลือด และหลังสงครามโลก เยอรมนีกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ต่อต้านลัทธินั้นอย่างจริงจังที่สุด
ที่สำคัญ ทรัมพ์ไม่ได้มีบรรพบุรุษเยอรมันเพียงด้านเดียว มารดาของเขาเกิดในสกอตแลนด์ เขามีสายเลือดสก็อตติชด้วย หากจะเล่นเกม “สายเลือด” กันจริง ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่เลือกเฉพาะส่วนที่ใช้โจมตีได้ง่าย
นี่ไม่ใช่การปกป้องทรัมพ์ แต่นี่คือการปกป้องมาตรฐานของเหตุผล
ถ้าจะวิจารณ์ทรัมพ์ ควรวิจารณ์ที่นโยบายเศรษฐกิจ แนวคิด America First ท่าทีต่อจีน รัสเซีย NATO หรือยุทธศาสตร์ภูมิรัฐศาสตร์โลก นั่นคือสนามจริงของการเมืองมหาอำนาจ
โลกวันนี้ไม่ได้อยู่ในห้องอัดเสียง แต่กำลังอยู่ในสมการพลังงาน เทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และอาวุธนิวเคลียร์ ระเบียบโลกที่วุ่นวายย่อมต้องการผู้นำที่กล้าตัดสินใจ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับวิธีการเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การถกเถียงต้องอยู่ในระดับยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ระดับการเหยียดเชื้อชาติ
หากจะยืนบนศีลธรรม อย่างน้อยต้องไม่เริ่มต้นด้วยการเหมารวมคนทั้งชาติ
ลัทธินาซีเองเริ่มจากการเหมารวมเชื้อชาติ แต่วันนี้กลับมีคนใช้ตรรกะแบบเดียวกันเพื่อโจมตีฝ่ายที่ตนไม่ชอบ
ศีลธรรมที่เลือกใช้เฉพาะตอนด่าคนอื่น ไม่ใช่ศีลธรรม มันคืออคติที่แต่งคำให้ดูดีเท่านั้น
สังคมที่โตขึ้น ไม่ใช่สังคมที่เสียงดังขึ้น แต่คือสังคมที่แยกแยะได้ว่าอะไรคือเหตุผล และอะไรคือความเกลียดชังที่ปลอมตัวมาในรูปแบบของอุดมการณ์