ประยุทธ์ เข้าอเมริกาได้อย่างไร?

Doungchampa Spencer-Isenberg added 2 new photos — reading Mockingjay in Bettles, Alaska.
· 
เหลือเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ ที่ท่านผู้นำจะเดินทางเข้ามาที่องค์การสหประชาชาติ
มีเพื่อนๆ หลายท่าน โพสต์ว่า ทำไม ท่านผู้นำ ถึงเดินทางเข้ามาใน US ได้ แต่ไม่มีการอธิบายอะไรให้ทราบกัน (แถมมีการ "หลอก" ว่า รัฐบาล US ไม่ได้กังวลใจอะไรเลย ไม่อย่างนั้น ท่านผู้นำ จะเดินทางเข้ามาที่ New York ได้อย่างไร)

ดิฉันเคยโพสต์ไว้ในคอมเม้นท์เล็กๆ ก่อนหน้า จึงขอนำมาอธิบายให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ดังต่อไปนี้:
1. ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ท่านผู้นำไม่ได้เดินทางมาที่ US โดยตรง เพราะการเข้า US ถือว่าเป็นเพียงแต่การผ่าน (Transit) เพื่อที่จะเข้าสู่จุดหมายปลายทางคือที่ UN เท่านั้นเอง
2. เมื่อท่านผู้นำลงจากสนามบินที่ New York City ก็อาจจะมีรถจากการทูต หรือจากสถานทูตไปรับ ซึ่งถือกันว่า ยังอยู่ใน "ความคุ้มครองทางการทูต"
3. ถ้ากล่าวถึงกำหนดการเดินทาง (Itinerary) จริงๆ ถือว่า จุดหมายปลายทางคือ สำนักงาน UN ซึ่งเทียบเท่ากับรัฐอิสระแห่งหนึ่ง
4. พื้นที่ของ UN ไม่ใช่พื้นที่ของ US แต่เป็นพื้นที่ของมนุษย์ทุกๆ คน
5. ถ้าท่านผู้นำจะเดินทางไปยังสถานทูตไทยต่อ ก็สามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องของสิทธิทางการทูต ไม่มีใครเข้ามาจับกุม และไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายของ US แต่อย่างใด
ข้อสำคัญคือ ตนเองต้องขึ้นรถป้ายทะเบียนสีฟ้า (Diplomatic vehicles) และก็ถือว่าเป็น Diplomatic convoy เข้าไปสู่บ้านทูตไทยได้ ถ้าท่านไม่ออกมาเพ่นพ่านตามร้านอาหารไทย ฯลฯ ทุกอย่างก็จะ OK ไม่อย่างนั้น ก็คงจะกลายเป็นฝันร้ายสำหรับ รปภ กัน...
--------------------------------------------
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่สมัย กัดดาฟี่ และ อามูนิจาด (อิหร่าน) เมื่อครั้งที่เดินทางมาที่ UN
และท่านผู้นำของเกาหลีเหนือก็สามารถใช้วิธีการนี้ได้เช่นเดียวกัน เพราะเป็นสิทธิทางการทูต แต่ท่านคิมปฎิเสธที่จะมาเท่านั้นเอง
ถึงแม้สำนักงาน UN จะตั้งอยู่ใน New York City ก็ตาม แต่การปฎิบัติแล้ว เทียบเท่ากับเป็นรัฐอิสระแห่งหนึ่ง เหมือนกับ กรุงวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระ แต่ต้องเดินทางผ่านเข้าอิตาลีก่อน หรือไม่ ก็เป็นแบบ คน American เดินทางไปเวียดนาม ต้องต่อเครื่องที่ เซี่ยงไฮ้ (ประเทศจีน) ดังนั้น ไม่ต้องมีวีซ่าเข้าจีน เนื่องจากเป็นแค่ Transit แบบนี้เป็นต้น
เพราะฉะนั้น ประเทศต่างๆ ถึงมีเอกอัครราชทูตประจำสหประชาชาติกัน แม้แต่ ของ US เอง เรียกกันว่า US Ambassador to the United Nations รู้สึกว่า ของไทยจะใช้คำว่า เอกอัครราชทูตคณะผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ หรืออะไรแบบนี้อ่ะค่ะ

จุดยืนชัดไปไหม !! "อุปทูตมะกัน" โผล่จิบน้ำชา "แก๊งค์เพื่อไทย" -ไว้หน้าคสช.กันบ้างไหม ?

จุดยืนชัดไปไหม !! "อุปทูตมะกัน" โผล่จิบน้ำชา "แก๊งค์เพื่อไทย" -ไว้หน้าคสช.กันบ้างไหม ?
Cr.ภาพจากเพจ  Nuntdach Makswat //เนื้อหา Tnews เจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก
@บูรพาพยัคฆ์
วันนี้ ( 18 ก.ย.)  ในเพจผู้ใช้นามว่า "Nuntdach Makswat" ได้แชร์ภาพแพทริค เมอร์ฟี่ อุปทูตสหรัฐเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมรับประทานอาหารและจิบน้ำชา ในงานประชาธิปไตยสากล   โดยมีนายพวงทอง ภวัครพันธ์  เยาวลักษณ์ อนุพันธ์ สมบัติ บุญงามอนงค์ ปกรณ์ อารีกุล พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
 และเป็นที่น่าสังเกตว่า นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่  ที่ล่าสุดประกาศกร้าวจะร่วมลั่นกลองรบ ต่อสู้กับคสช. ในวันพรุ่งนี้ เพื่อแสดงพลังให้ประเทศไทยเร่งเลือกตั้งให้เร็วที่สุด



เจาะข่าว "สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย"

เจาะข่าว "สงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย"เมื่อผู้นำเผด็จการซีเรียที่กำลังแย่งอำนาจกับฝ่ายที่ถูกเรียกว่าขบถประชาธิปไตยแห่งซีเรีย  จนทำให้ประเทศลุกเป็นไฟ ประชาชนต้องหนีแตกตื่น ทะลักหนีตายไปประเทศประชาธิปไตยในยุโรป ผู้นำเผด็จการซีเรียได้ให้สัมภาษณ์สื่อเฉไฉด่าฝ่ายตรงข้าม ไม่ยอมพูดถึงที่ผู้นำซีเรียเรียกกองทัพรัสเซียมาช่วยตั้งฐานเป็นกองกำลังช่วยรบฝ่ายเผด็จการ อ่านแล้วทำให้เข้าใจได้ว่า มันกำลังจะเป็นโมเดลที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศทุยแลนด์ อดีตที่ผ่านมาเคยมีผู้นำไทยไปเกาะอำนาจสหรัฐ ถึงกับยอมให้สหรัฐตั้งฐานทัพในแผ่นดินไทยหลายแห่งตอนเกิดสงครามเวียดนาม  จนเวียดนามแค้นสยามประเทศจุกอกมาจนถึงทุกวันนี้ และถ้าหากในอนาคตเกิดมีการปฎิวัติประชาชนขึ้นในไทย หรือเกิดจีนมันรบกับสหรัฐจริงๆ รัฐบาลทหารไทยที่กำลังตั้งหน้าขายชาติให้จีนอยู่นี้ คงเรียกให้กองทัพจีนมาช่วยรบกับฝ่ายเห็นต่างประยุทธ์อีก หรือไม่ไทยก็ยอมเป็นฐานให้จีนรบสหรัฐอย่างแน่แล้ว เวลานี้เวียดนามที่เปลี่ยนสหรัฐจากศัตรูเป็นมิตร ประเทศเวียดนามกำลังไปได้สวยเพราะกับคบชาติตะวันตก แล้วก็คงยอมให้สหรัฐตั้งฐานทัพในเวียดนามช่วยถล่มไทย-จีน ด้วย เวียดนามแก้เผ็ดไทยไทยแน่ คนเอเซียและคนทั่วโลกจำบทเรียนประวัติศาสตร์บทนี้ได้ดี และคงสะใจไปกับเวียดนามที่ไทยมีผู้นำเดินเกมส์นโยบายต่างประเทศตามใจตัวเอง เพราะความโง่งมงายอยู่แต่พวกพ้องกลุ่มน้อยๆภายใต้กะลาครอบ ลองอ่านข่าวผู้นำซีเรียตอแหลได้ที่ http://www.globalresearch.ca/president-bashar-al-assad-interview-we-are-at-war-with-terrorism-and-this-terrorism-is-supported-by-foreign-powers/5476525

ที่ไม่ปรากฏชื่อ "ท่านผู้นำ" ของไทยในโรงแรม Plaza ของ UN. ในฐานะแขกผู้มาเยี่ยมเยือนองค์การสหประชาชาติ เป็นเพราะเหตุใด?

ที่ไม่ปรากฏชื่อ "ท่านผู้นำ" ของไทยในโรงแรม Plaza ของ UN. ในฐานะแขกผู้มาเยี่ยมเยือนองค์การสหประชาชาติ เป็นเพราะเหตุใด?

ผม ขอเฉลย ให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายทางบ้าน ได้หายข้องใจดังนี้:

๑. ที่ไม่มีชื่อ "ท่านผู้นำ" อาจเป็นเพราะเพื่อหลบซ่อนกำบังตัวเอง กลัวว่า จะมีคนไทย ที่อยู่ในเขตศาล District ทั้งสี่ของ Manhattan ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิมนุษยชนเอาไว้ ตามกฏหมาย ATCA หรือ Alien Tort Claim Act, 1789 เอาไว้

๒. แล้ว นำ Marshal หรือ ตัวแทน มาส่งหมายเรียกพร้อมสำเนาคำฟ้อง แล้ว ต้องไปต่อสู้คดีในศาล District ของสหรัฐอเมริกา

๓. เมื่อปรากฏ Record ของการถูกฟ้องคดี ในศาลนานาชาติ (ศาล District) ของสหรัฐอเมริกา

๔. จะเป็นช่องทาง ให้ศาลอาญาพิเศษของสหประชาชาติ ออกหมายจับ (หมายอาญา) ตามมา เหมือน Slobodan Milosevic (อดีตประธานาธิบดีของรัฐเซริบส์ใหม่ ที่ตายคาคุกของศาล ICC ก่อนศาล ICC มีคำพิพากษา) หรือ เหมือนกรณีของ Radovan Karadzic อดีตประธานาธิบดีของรัฐเซริบส์ใหม่ คนที่สอง

๕. ที่ศาล ICC จะมีคำพิพากษาในสิ้นปีนี้ ขณะนี้ถูกจองจำในคุกของศาลที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์

๖. ก็ไหนว่า ไม่กลัวสหประชาชาติ และ สหรัฐอเมริกา ไง?เล่าครับ กล้าๆหน่อย อย่าเป็น "คนปากกล้าขาสั่น"


๗. ดินแดนสหรัฐอเมริกานั้น คนเกือบทั่วโลกรู้จักกันดีว่า เป็น Land of Liberty หรือ ดินแดนแห่งอิสรภาพ และ เสรีภาพ

๘. ถ้าไม่กลัวอำนาจศาล District ของ Manhattan (ศาลปราบเซียน) เชิญ "ท่านผู้นำ" เดินทางไปเยือนเลย

๙. แล้วจะรู้ว่า "ศาลปราบเซียน" มีฤทธิ์เพียงใด? และ มีอำนาจทางตุลาการแค่ไหน?

๑๐. แม้แต่ ฟิเดล คราสโต ยังขยาด ที่เขียนมานี้ เป็นเรื่องจริง ไม่ต้องการเขย่าใคร? ให้ปอดกระเส่า หรอกครับ คนเราเป็นลูกผู้ชายจริง "ต้องกล้าทำ และกล้ารับผิด อย่าเก่ง แต่ปาก"

"นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมแม่ถึงต้องเป็นเสื้อแดง"

"นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมแม่ถึงต้องเป็นเสื้อแดง"
http://prachatai.org/journal/2015/09/61468

หญิงใจเด็ดที่กล้าพูดกับลูกต่อหน้าศาล

สรุปคลิป 18 ก.ย. 2558

สรุปคลิป 18 ก.ย. 2558
-------------------------------------------
รายการวิกฤตเมืองไทย 18Sep2015 คุณรัก ปชต. อ. หวาน
YouTube 
mp3 small full ทำจาก ต้นฉบับ mp3 20.3M 2 ช.ม. 57 นาที 
mp3 medium ทำจาก YouTube 18.9M 1 ช.ม. 50 นาที
-------------------------------------------
ดร.เพียงดิน ชวนคิดชวนคุย 2015-09-17 
ตอน จ้องล้มเจ้า??? อนาคตขบวนปฏิวัติ (ตอบคำถามมิตรร่วมทาง)
YouTube 
mp3 5.6M 32 นาที
-------------------------------------------
News Force:17Sep2015 อ.หวาน
9 ปี ศาลไอ้ ๙ ปล้น 
YouTube 
mp3 18M 1 ช.ม. 45 นาที
-------------------------------------------
Jom Voice 16 ก.ย. 2558
"ไผ่ ดาวดิน" ตอกกลับ "ประยุทธ์" รัฐประหารคือหายนะ ไม่ใช่หนทางสร้างประชาธิปไตย
YouTube
>>>
Jom Voice 16 ก.ย. 2558
"ไผ่ ดาวดิน"ลาบวช 3 เดือน อโหสิกรรมให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตำรวจ ทหาร และคณะคสช.
YouTube
>>>
mp3 Jom Voice 16 ก.ย. 2558 two in one
-------------------------------------------
Anti Redudd 16 กันยายน 2558 
YouTube Full
===========================================
ติดตามได้ที่
facebook 
democ.thai 

(exclamation)หมดปัญญาหาเงิน ปล้นตระกูลชินวัตรและพวกดื้อๆ 5 แสนล้าน!!!

(exclamation)หมดปัญญาหาเงิน ปล้นตระกูลชินวัตรและพวกดื้อๆ 5 แสนล้าน!!!

"ยิ่งลักษณ์-บุญทรง" หนาวหนัก !! สั่งคืนเงิน 5 แสนล. ชดใช้ค่าเสียหายจำนำข้าว
Cr.ภาพ//เนื้อหา Tnews เจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก
@บูรพาพยัคฆ์
คณะกรรมการตรวจสอบค่าเสียหายข้าว" มีมติสั่งฟ้องให้ "ยิ่งลักษณ์-บุญทรง" ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวมกัน 5.1 แสนล.     
วันนี้ ( 18 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหาย และคณะกรรมการว่าด้วยการรับผิดทางแพ่งคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติให้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย มูลค่า 5.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 5 แสนล้านบาท และโครงการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และข้าราชการ มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท
 ทั้งนี้ จะให้กระทรวงการคลังสั่งให้ผู้กระทำผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยใช้อำนาจตามมาตรา 12 พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และข้อ 18 วรรคสอง ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
 สำหรับขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าว นายวิษณุจะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จากนั้นจะส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังดำเนินการต่อไป
 แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การใช้วิธีการดังกล่าวเป็นการสั่งให้ผู้กระทำผิดชดใช้เงินค่าสินไหมทดแทนโดยตรงแทนการยื่นฟ้องทางแพ่งต่อศาล ซึ่งจะใช้เวลานานและมีขั้นตอนยุ่งยาก หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวก ต้องการอุทธรณ์คำสั่ง ก็ให้ร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว
 อย่างไรก็ตาม หากศาลเห็นว่าคำสั่งของกระทรวงการคลังชอบแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวกต้องชดใช้ค่าเสียหายในทันที หากไม่นำเงินมาชำระภายในเวลาที่กำหนด ให้เจ้าพนักงานสามารถดำเนินการยึดทรัพย์ได้
 ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ได้เร่งให้คณะกรรมการพิจารณาความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว สรุปผลการตรวจสอบเพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการรับผิดทางแพ่งของกรมบัญชีกลางพิจารณาเรียกความเสียหายจากผู้กระทำผิด ซึ่งยังมีเวลาดำเนินการอยู่ เพราะอายุความยังอยู่อีกมาก
 ขณะเดียวกัน ยังไม่จำเป็นเร่งด่วนในการออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อบริหารจัดการหนี้ 7.2 แสนล้านบาท เนื่องจากการบริหารหนี้แบบปกติยังดำเนินการได้อยู่ และยังไม่มีสัญญาณว่าการชำระหนี้จะกระจุกตัวมากเกินไป และการก่อหนี้ไม่ได้เกินเพดานที่กรอบความยั่งยืนทางการคลังกำหนดไว้

เรื่องปลาทูไหม้..ยังอ่านได้ตลอดๆ 🐋[?][?][?]

เรื่องปลาทูไหม้..ยังอ่านได้ตลอดๆ 🐋󾇇󾇙󾬗 

ชอบเรื่องนี้มาก อ่านบ่อยๆ เตือนตัวเอง 
"แม่ของผม เป็นคนทำ อาหารที่บ้านประจำ ทุกวัน...  คืนหนึ่ง หลังจากที่ แม่ทำงานหนัก มาตลอดทั้งวัน  แม่ กลับบ้านมา ด้วยความเหนื่อยล้า และทำอาหารเย็น ให้เราตามปกติ ที่โต๊ะอาหาร แม่วางจาน ที่มี ปลาทูไหม้เกรียม บนโต๊ะ ต่อหน้าพ่อ และทุกๆคน  ผมรอว่า แต่ละคน จะว่าอย่างไร 
แต่... พ่อไม่พูดอะไร และตั้งหน้าตั้งตา กิน ปลาทูไหม้ตัวนั้น  และหันมา ถามผมว่า ที่โรงเรียน เป็นอย่างไรบ้าง 

คืนนั้น หลังอาหารเย็น ผมจำได้ว่า ได้ยิน แม่ ขอโทษพ่อ ที่ทอดปลาทูไหม้ และ ผมไม่เคยลืม ที่พ่อ 
พูดกับแม่เลย "โอย... ผมชอบ ปลาทูทอด เกรียมๆ อร่อยมาก นะแม่" 

คืนต่อมา ผมเก็บคำถามในใจ ก่อนนอน และถามพ่อว่า "พ่อชอบปลาทูทอด เกรียมๆ จริงๆ เหรอ" 
พ่อลูบหัวผม และตอบว่า 
"แม่ของลูก 
ทำงานหนัก มาทั้งวัน... 
ปลาทูไหม้ 1 ตัว ไม่เคยทำร้ายใคร แต่คำพูด ที่ต่อว่า กันนั้นต่างหาก ที่จะทำร้ายกัน" 

"ชีวิตคนเรา 
เต็มไปด้วย ความไม่สมบูรณ์แบบ และ แต่ละคน ก็ ไม่ได้เกิดมา สมบูรณ์แบบ  
ตัวเราเอง 
ก็ไม่ได้มีอะไร ดีกว่าใครๆ" 

แต่สิ่งที่ พ่อเรียนรู้ ในช่วงชีวิต คือ..... 
การเรียนรู้ ที่จะยอมรับ 
ความผิด ของคนอื่น และ ของตัวเอง 
การเลือก ที่จะยินดีกับ 
ความคิดต่างกันของ 
แต่ละบุคคล เป็นสิ่งสำคัญ ในการรักษา ชีวิตครอบครัว ที่มีความสุข และยืนยาว 

"ชีวิตเรา สั้นเกินกว่า ที่จะตื่นขึ้นมา พร้อมกับ 
ความเสียใจ ที่ว่า เราทำผิดกับ คนที่เรารัก 
และรักเรา ให้ดูแล และ 
ทะนุถนอม คนที่รักเรา และพยายามเข้าใจ และให้อภัย จะดีกว่า" 

** ถ้าเรารู้ เราจะ ทำไหม? ** 
  • เราจะบีบแตร ใส่คนที่ ยืนยึกยัก ริมถนน แยกที่ผ่านมาไม๊– ถ้าเรารู้ว่า เค้าใส่ขาเทียม 

  • เราจะเบียดชน คนข้างหน้า ที่เดินช้ามากไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า เค้าเพิ่งตกงาน
 
  • เราจะขำ คนที่ แต่งตัวเชยไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า เค้ามีชุดเก่ง แค่ชุดเดียว 

  • เราจะรำคาญ สาวโรงงาน ที่มาเดิน พารากอนไม๊ – ถ้าเรารู้ว่า นั่นคือ 
การฉลองวันเกิดของเธอ 

• เราจะหมั่นไส้ ลุงที่หัวเราะ 
เสียงดังลั่น คนนั้นไม๊ – ถ้ารู้ว่า แกเป็นมะเร็ง ขั้นสุดท้าย 

   • เรารู้แจ่มชัดเสมอ… 
ว่าชีวิตเรา กำลังเจออะไร 
  แต่เรา ไม่มีวันรู้ว่า 
 "คนที่เราเจอ – กำลังเจอ กับอะไร" 

**โลก กว้างกว่า เงาของเรา และโลก ก็ไม่ได้หมุน รอบตัวเรา 

**มองข้าม เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปบ้าง ให้โอกาส และให้อภัย มีความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน จะได้รัก และอยู่ด้วยกัน อย่างยั่งยืน ยาวนาน  


ถูกใจ ·  · ส่งต่อ นะครับ  เครดิต Unknown ทางไลน์

9 ปีโค่น "ระบอบทักษิณ" คอลัมน์ ใบตองแห้ง

 

วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 22:27 น.

ไชโย วันเสาร์นี้จะครบ 9 ปีรัฐประหาร19กันยา2549 โค่น "ระบอบทักษิณ" ที่มีประชาชนล้นหลามนำช่อดอกไม้ไปมอบรถถังแต่ไม่รู้ไงไม่กี่ปีให้หลังกลายเป็น"รัฐประหารเสียของ" ทั่นผู้นำ"บิ๊กบัง" ที่เคยได้รับการยกย่องเป็น"บุคคลแห่งปี"ทำโพลทีไรคะแนนนิยมล้นหลามไม่ต่ำ80-90%แต่ลงเลือกตั้งไหงไม่มีใครเลือก วันนี้เงียบหายหมดบทบาทอยู่ไหนไม่รู้

วันนี้เมื่อ9ปีที่แล้วคุณอยู่ไหน9ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ลูกผมเรียน ป.6 ตอนนี้อยู่ปี3คงไม่ต่างจากพ่อแม่ชาวกรุงนับล้านที่อุตสาหะส่งลูกผ่านม็อบปี"50, 51, 52, 53, 56, 57 ไปโรงเรียนจนได้

วันนี้เมื่อ9ปีที่แล้วพล.ต.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1เป็นมือขวาพล.ท.อนุพงษ์เผ่าจินดาแม่ทัพภาคยึดอำนาจร่วมกับพล.อ.สนธิบุญยรัตกลินถ้าวันนั้นมีใครทำนาย8ปีผ่านไปท่านต้องยึดอำนาจใหม่ต้องเป็นนายกฯ"ลุงตู่"คงหัวเราะกลิ้ง

9ปีเหมือนโกหกสังคมเปลี่ยนคนเปลี่ยนคนเคยเป็นเพื่อนกินเหล้ากินข้าวหม้อเดียวกันหรือกระทั่งเคยร่วมเป็นร่วมตายกลับกลายไม่มองหน้ากันในทุกแวดวงตั้งแต่ครอบครัวญาติมิตรที่ทำงานแหมระบอบทักษิณนี่มันร้ายกาจมากฝากพิษสงไว้กับสังคมไทยอีก9ปีสันติอโศกจะล้างพิษตับลำไส้หมดไหมก็ไม่รู้

หนำซ้ำยิ่งนานไประบอบทักษิณยิ่งกลายเป็นปีศาจร้ายจนต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งต้องตั้งกรรมการยุทธศาสตร์จนร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ซักที

ถามจริงระบอบทักษิณคืออะไรให้ทำข้อสอบอัตนัยไม่ใช่สอบชอยส์เป่านกหวีดถามจริงเมื่อ9ปีที่แล้วไล่ทักษิณเพราะอะไร 9 ปีผ่านไปยังจำได้ไหม

คำว่า "ระบอบทักษิณ" เกิดขึ้นในการเสวนา "2 ปีระบอบทักษิณกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย" เมื่อต้นปี"46 หลังเกิด "ฆ่าตัดตอน"ผู้ต้องสงสัยจำนวนมากในสงครามเอาชนะยาเสพติดผู้คิดคำเป็นใครไม่ทราบแต่ผู้อธิบายอย่างเป็นระบบคือ เกษียรเตชะพีระซึ่งผมแซวว่าน่าเสียดายนะ ถ้าไม่ติด"กับดักประชาธิปไตย"โดดไปช่วยคณะรัฐประหารซะตั้งแต่ 9 ปีก่อนป่านนี้คงเป็นสนช.สปช.2สมัยเป็นกรรมาธิการเบี้ยประชุมวันละ 6 พัน9พันหรือไม่ก็เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปแล้วระบอบทักษิณคือ อะไรคือการก้าวขึ้นมามีอำนาจผ่านการเลือกตั้งของคน2กลุ่มได้แก่นายทุนใหญ่กลุ่มใหม่กับคนชนบทคนจนเมืองซึ่งเป็นเสียงข้างมากแต่ผู้มีอำนาจใช้อย่างลิดรอนสิทธิเสรีภาพ อำนาจนิยม

ระบอบทักษิณยังมีนัยเป็นการเคลื่อนไหวแรกเพื่อออกจากโครงสร้างเดิมของประชาธิปไตย ไทย ที่อยู่ภายใต้การดูแลของชนชั้นนำที่ไม่ได้มาจากเสียงข้างมากแม้ว่าตัวระบอบทักษิณเองก็ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยนัก

แต่ระบอบทักษิณประกอบกับกลไกในรัฐธรรมนูญ2540ก็ทำให้คนชนบทตื่นตัวตระหนักในอำนาจที่ตัวเองมีผ่านการเลือกตั้ง"ประชาธิปไตยกินได้"ด้วยนโยบายพรรคไทยรักไทยกองทุนหมู่บ้านละ1ล้านบาทส่งถึงมือกรรมการที่ชาวบ้านเลือกเอง ข้าราชการอ้าปากค้าง 30บาทรักษาทุกโรคที่ทำให้การรักษาพยาบาลเป็น"สิทธิ"ถือบัตรทองไปใช้สิทธิไม่ใช่ไปขอความเมตตาคุณหมอรักษาฟรีอีกต่อไป

ระบอบทักษิณล้มทฤษฎี 2นคราประชาธิปไตยคนชนบทตั้งรัฐบาลคนเมืองล้มรัฐบาลด้วยกระแสสื่อ กระแสสังคมการเคลื่อนไหวของNGOองค์กรประชาสังคมกลายเป็นระบอบที่ล้มยากจนคนชั้นกลางชาวกรุงสื่อNGOซึ่งเติบโตมาจาก"ต่อสู้เผด็จการ"ต้องออกบัตรเชิญกองทัพทำรัฐประหารเท่านั้นไม่พอ ยังเกิดนวัตกรรม "รัฐประหารตุลาการภิวัตน์"เพื่อจัดการศัตรูทางการเมืองที่ยกระดับเป็นศัตรูของชาติ

อันนี้คือความพิเศษของ "ระบอบทักษิณ"ซึ่งกลายเป็นที่เกลียดชังกระทั่งไม่ฟังความเห็นต่างใครไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารกลายเป็นศัตรูกลายเป็นพวกทักษิณเพราะทักษิณซื้อได้ข้ามโลกตั้งแต่โอบามาถึงอุยกูร์

ระบอบทักษิณจึงกลายเป็นปีศาจเพราะกวาดผู้ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยนิติรัฐคัดค้านความอยุติธรรม2มาตรฐานให้เป็นศัตรูกับ"คนดี"จำนวนมากขณะที่ผู้เคยชิงชังการฆ่าตัดตอนหลายคนกลับสนับสนุน "กระสุนจริง"

ความพยายามจะปราบระบอบทักษิณด้วยการไม่กลับสู่เลือกตั้ง ด้วยการ "ปราบโกง"(ซึ่งก็โกงหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันทุกกลุ่ม)อีก9ปีก็ไม่มีทางสำเร็จ

ซ้ำที่เคยว่าทักษิณอำนาจนิยมวันนี้สังคมไทยก็นิยมอำนาจตัดตอนเบ็ดเสร็จกว่าหลายเท่า.

Cr.- ข่าวสด

รายงาน: ลิงลพฯ/สื่ออาสา

เป้าหมายของคณะราษฎรเสรีไทยเพื่อการเปลี่ยนระบอบ


Wednesday, July 1, 2015

7:42 PM

เนื่องจากบ้านเมืองที่ได้ตกไปอยู่ในอุ้งเท้าของเผด็จการในระบอบอำมาตยาราชาธิปไตยอย่างชัดเจน ตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี  2549 เป็นต้นมา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังการรัฐประหารครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม  2557 นั้น  ประเทศไทยได้กลายเป็นเสมือนรัฐล้มเหลว  ไม่มีขื่อ ไม่มีแป ไม่มีการเคารพหลักประชาธิปไตย มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโจ๋งครึ่ม  โดยชนชั้นนำ อันได้แก่สถาบันกษัตริย์ องค์มนตรี ทหาร ข้าราชการระดับสูง นักวิชาการ นักคิดนักเขียน นักสื่อสารมวลชน และอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้คิดถึงประชาชนเป็นหลักอย่างแท้จริง แถมสร้างปมปัญหาให้ถึงทางตัน เป็นลิงแก้แห ซึ่งนับวันจะพันตัวเอง จนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และยิ่งจะช่วยประเทศชาติไม่ได้  สิ่งที่พวกเขาทำ กลับเป็นการมุ่งแสวงหาและรักษาอำนาจ และผลประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก บนความเสียหายของประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ  วันนี้ เราจึงสรุปได้อย่างมั่นใจแล้วว่า เผด็จการที่ได้ปล้นอำนาจประชาชนไปนั้น ได้นำประเทศชาติไปสู่ความเสียหายที่หนักหนาสาหัส จนยากจะเยียวยาได้ง่าย และไม่ใช่คำตอบของสมการปัญหาแน่นอน เพราะพวกเขาคือตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาที่กลายเป็นวิกฤติการเสียเอง

 

ดังนั้น การรวมตัวของปวงชนชาวไทยครั้งนี้ จึงเป็นการรวมตัวของประชาชน ที่ไม่ฝักใฝ่กับฝ่ายใดฝ่ายหนี่งในสมการความขัดแย้ง  แต่เป็นตัวแทนประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง และเท่าเทียมกัน  โดยมีเป้าหมายสำคัญดังนี้

 

  1. เพื่อเป็นศูนย์กลาง รวบรวมและประกาศเจตนารมย์ร่วมของปวงชนชาวไทย สำหรับการเปลี่ยนระบอบจากระบอบเผด็จการอำมาตยาราชาธิปไตยไปสู่ระบอบเสรีประชาธิปไตย ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ใช้โดยประชาชนหรือตัวแทนที่ผ่านการเลือกตั้งหรือมติของประชาชน และดำเนินการทุกด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่ใช่สถาบันกษัตริย์ สถาบันทหาร สถาบันข้าราชการ และชนชั้นผู้ได้เปรียบในสังคม อย่างที่เป็นอยู่ โดยจะปฏิเสธความชอบธรรมของอำนาจ กลไก และสถานะของผู้ที่ปล้นอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย และต้องล้มล้างผลพวงของการรัฐประหารอย่างสิ้นเชิง เพื่อยืนยันอำนาจพื้นฐานของประชาชน ในฐานะเป็นเจ้าของประเทศตัวจริง
  2. มุ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ในเวทีระดับประเทศ และระดับนานาชาติ โดยมีการการจัดตั้งและดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีเครือข่ายทั่วโลกที่พร้อมปฏิบัติงานได้จริง  ในการชี้้แจง ร้องเรียน ร้องขอความช่วยเหลือ และเจรจาต่อรองกับองค์กร องค์การ และผู้นำประเทศในระดับต่าง ๆ
  3. มุ่งรณรงค์ให้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์ ที่มีอำนาจและพิษร้ายต่อระบอบประชาธิปไตย และทำลายเครือข่ายของระบอบอำมาตยาราชาธิปไตย เพื่อสถาปนาระบอบที่ประชาชนมีอำนาจ ได้ใช้อำนาจ และได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากระบอบที่ประชาชนเป็นหัวใจอย่างแท้จริง
  4. มุ่งเน้นให้พลังประชาชนอันมหาศาล เป็นกำลังหลักในการแก้ปัญหาของประเทศไทย อย่างถอนรากถอนโคนและตรงสาเหตุอย่างแท้จริง ไม่ให้เหลือซากของระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ ที่ฝังรากและบ่อยทำลายอำนาจ และผลประโยชน์ของประชาชนมาตลอด  โดยเน้นที่การใช้พลังประชาชนอันมหาศาล ในการชี้นำทิศทาง บนความชอบธรรมที่ใครแย้งไม่ได้ บนยุทธวิธีที่เน้นสันติอหิงสา และการใช้สิทธิของประชาชนเจ้าของอำนาจตามสิทธิที่มีอยู่ในหลักสิทธิมนุษยชน และหลักกฎหมายนานาชาติ ที่ประเทศไทยได้ลงนามตกลงไว้แล้ว
  5. มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยต้องลงสัตยาบันรับธรรมนูญกรุงโรม เพื่อรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ
  6. เน้นเร่งรัดให้ประเทศไทยและคนไทย ได้พัฒนาศักยภาพให้สูงสุด ภายใต้ระบอบทุนนิยมเสรี ที่ประเทศไทยจะเปิดเจรจาค้าขายและคบหาสมาคมกับชาวโลกทุกประเทศ โดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด  แต่จะนับถือหลักการตามกฎหมายและข้อตกลงที่ประเทศไทยทำไว้กับนานาชาติอย่างเต็มที่
  7. มุ่งทำลายกลไกเศรษฐกิจแบบผูกขาด ที่สานกันเป็นเนื้อเดียวกับกลไกการกดขี่ ขูดรีด และคดโกง ของระบอบเผด็จการอำมาตยาราชาไตย แล้วมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างศักยภาพ โอกาส การเป็นเจ้าของร่วม และความอยู่ดีกินดีของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อประกันว่า ประชาชนจะได้รับสวัสดิการสังคม และบริการพื้นฐานทุกชนิดอย่างทัดเทียมนานาอารยประเทศ
  8. มุ่งปฏิวัติวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพของคนไทยอย่างเอาจริงเอาจังและเร่งด่วน ให้คนไทยทิ้งสิ่งที่เป็นพิษภัยในวัฒนธรรมไทย เรียนรู้และสร้างนิสัยส่วนบุคคลและสร้างสังคมใหม่ ที่ทำให้คนไทยหลากหลายเผ่าพันธุ์ ศาสนา เพศ วัย และความแตกต่างอื่น ๆ ได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อันเท่าเทียมกัน ภายใต้กฎหมายที่ประกันสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค  โดยใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ มีคุณภาพ และมีสันติสุข

 

ผลโหวตชื่อองค์การ  http://www.poll-maker.com/results370658x9D538D86-14

ลิงค์สำหรับโหวต http://www.poll-maker.com/poll370658x40c549cc-14

ข่าวลือ ประยุทธ์ ล่า ปวิน เพราะเมี่ยสั่ง (เอาใจเมีย) .. ก๊าก...

ข่าวหลุดจากไลน์พวกศิษย์เก่าสายตุ้งติ้งฟรุ้งฟริ้งจุฬาฯขี้นินทาแจ้งข่าวขอให้โพนทะนาทีต่อๆกันทีกรณีโจรยุดตามจิกตามกัดเหมือนหมาบ้าตามฟัดปวิณไม่ปล่อยพอล้วงลูกลึกลงไปกลายเป็นเมียประยุทธ์สั่งผัวไล่ล่าปวิณ 

นี่ไม่ใช่ความเกลียดส่วนตัวของโจรยุดแต่ทำเป็นโชว์ออฟแบบหมาบ้ามันเองเป็นแค้นฝั่งหุ่นอีเมียกระสือชื่ออีอาจารย์น้องนั่นปะไรอีน้องมันบอกเคยสอนภาษาอังกฤษปวิณเลยเกลียดปวิณเข้าใส้ที่ด่าผัวของอีกะสืออาจารย์น้อง

ร้อนถึงชาวจุฬาฯคลั่งสถาบันฯรอชงอยู่แล้วคนอื่นรวมหัวจัดสถานที่ให้คนนินทาปวิณให้ฟังกะสืออีน้องมันพูดอยากให้เด็กจุฬาฯศิษย์เก่าเด็กใหม่เป็นฝ่ายขวาทั้งหมดเด็กจุฬาฯต้องไม่เป็นกลางจะลากไปอยู่ข้างผัวกะสืออาจารย์น้อง " 

ขากถุยส์รัวๆเห็นกะสืออาจารย์น้องหน้าทำไมเหมือนอึแข็งก็ไม่รู้นะตัว"งานนี้ไอ้โจรยุดต้องตามใจเมียที่หมกมุ่นอยู่แต่โลกโซเซี่ยลให้สมุนตามfollowประวิณเมียคางคกไต่ขึ้นหม้ออำมาตย์ของประยุทธ์ไม่ลดละเลิกกับประวิณตายก็ปล่อยไว้ไม่ได้เด็กเก่าจุฬาฯเนรคุณมันว่ามาแบบนั้นฝ่ายตัวผัวประยุทธ์ยิ่งโง่ๆอยู่รับคำสั่งเมียเพลียก็จริงแต่ต้องโหมกระแสสู้ประวิณพลิกตำราทุกกระบวนท่าถามหาตัวปวิณกับนักธุรกิจญี่ปุ่นก็เอาต้องพลิกโลกหาประวิณมาใส่คุก112ตามเมียกะสือคลั่งสถาบันสั่งให้ได้ 

เพราะความบ้าคลั่งสถาบันของเมียอีน้องหน้าชื่นอกระบมคนนี้พอต่อหน้าสื่อประยุทธ์ทำชมเมียกับนักข่าวเพราะรู้ว่ากะสืออีน้องเห็นแล้วต้องยิ้มออกชอบให้ผัวชมในที่สาธารณะ...ชมคลิป 

รู้หรือไม่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปีพ.ศ.๒๕๔๐ คนร่าง ไปเอาโครงสร้าง ในการปกครองมาจากไหน?

ถาม ว่า พี่น้องประชาชนคนไทย รู้หรือไม่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปีพ.ศ.๒๕๔๐ คนร่าง ไปเอาโครงสร้าง ในการปกครองมาจากไหน? และร่างรัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน ที่จะจัดให้มี คปป. ไปเอาโครงสร้างเหล่านี้มาจากที่ใด?

๑. ที่วันนี้ต้องนำหัวข้อนี้มา กล่าวอ้าง ก็เพื่อต้องการให้ความรู้ ความกระจ่างชัดแก่ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งหลาย เพื่อประดับสมองของท่าน ในสิ่งที่ท่านทั้งหลาย ไม่เคยรู้ และไม่เคยทราบมาก่อน และ แม้หัวข้อนี้ เมื่อท่านได้อ่านจากช่องทางนี้ แล้วอาจเห็นว่า เป็นหัวข้อที่ยาวสักหน่อย แต่ก็มีความจำเป็น ต้องชี้ให้กระจ่าง และจะๆแก่ลูกนัยน์ตา และสมองของท่านผู้อ่าน

๒. ที่ผม มีความจำเป็นต้องนำอาหารสมองจานนี้ มาเสนอให้ท่านบริโภค ก็เพราะ ผมได้นั่งเฝ้ารอ บรรดา Commentators ที่มีชื่อเสียงไม่ว่าทางช่องทางสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อทางวิทยุ หรือ ทีวีเสรี ก็ไม่เห็น Commentators ท่านใด? คิดจะให้อาหารสมองอย่างนี้แก่ พี่น้องประชาชนคนไทย อย่างตรงไปตรงมา

๓. การที่ผม จะนำความจริงนี้มาวิพากษ์ วิจารณ์แบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่ว่าเพราะผม นี้เป็นคนที่วิเศษเกินกว่ามนุษย์ทั้งหลายโดย ทั่วไป ก็ไม่ใช่ แต่เนื่องจาก เมื่อผมได้เรียน ได้ศึกษาวิชากฏหมายรัฐธรรมนูญ มาจากเมืองแม่แบบของรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร จากรัฐยุคใหม่ หรือ Modern Stateคือ "สหรัฐอเมริกา" นั้น กว่าจะเรียนจนจบหลักสูตร จนถึงเวลาสอบผ่าน ในวิชาการนี้ มาได้ นั้นไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ

๔. การที่ผู้รู้ และ บรรดาประชาชน ผู้มีความรู้โดยเฉลี่ยในวิชาการของกฏหมายรัฐธรรมนูญ ที่มีตัวตนอยู่ ในสหรัฐอเมริกา ในขณะเวลานั้น จะทำการร่าง "รัฐธรรมนูญ" ของประเทศในยุคปีค.ศ.1776 จนเป็นผลสำเร็จ และ นำมาประกาศ และบังคับใช้จนเป็นผลสำเร็จ ที่เมืองฟิลาเดเฟีย มลรัฐเพนซิลวาเนีย พร้อมกับ ระฆังสันติภาพใบแรกของสหรัฐอเมริกา นั้น

๕. คนไทย มีความจำเป็นต้องทราบเสียก่อน ในเบื้องต้นว่า ในประเทศที่ใช้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเสรี นั้น รัฐธรรมนูญ มิใช่เครื่องมือในการสร้างประชาธิปไตย

๖. แต่รัฐธรรมนูญ เป็นเพียงกฏหมายโครงสร้าง หรือ Principal Law หรือ Organic Law ที่เขาใช้เป็นพื้นฐานเบื้องต้น หรือ ที่ใช้ เป็นเครื่องมือ ในการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย (Democratic Regime) เท่านั้น รัฐธรรมนูญไม่ใช่ "งาน คือ เงิน, เงิน คือ งาน บรรดาลสุข" อย่างที่อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เคยคิดคำคมอย่างนี้ นำมาใช้ ปลอบประโลมจิตใจประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ในยามที่คนไทย ถูกปกครองโดยระบอบเผด็จการ (Dictatorship) เบ็ดเสร็จ..............(มีต่อ)

จีนดิ้นรนหาเงิน โดย วีรพงษ์ รามางกู

จีนดิ้นรนหาเงิน โดย วีรพงษ์ รามางกูร
มติชนออนไลน์
www.matichon.co.th|โดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)

เรื่อง กรมบัญชีกลางขาดความชอบธรรมในการบริหารจัดการ งบประมาณดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยสิทธิ์สวัสดิการข้าราชการ

ถึงอาจารย์แพทย์ แพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกสาขาวิชาชีพในโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง

ถึงบริษัทยาทุกแห่งที่เสียประโยชน์อย่างร้ายแรงจากการใช้อำนาจของกรมบัญชีกลาง

เรื่อง กรมบัญชีกลางขาดความชอบธรรมในการบริหารจัดการ งบประมาณดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยสิทธิ์สวัสดิการข้าราชการ

สืบเนื่องจาก 3 ปีที่ผ่านมานี้ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา
กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ใช้อำนาจของกฏหมาย จากพระราชบัญญัติ ปี พ.ศ. 2553 ที่สามารถบริหารงบประมาณแผ่นดินในเรื่องการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของผู้ใช้สิทธิ์ข้าราชการได้เองนั้น

ในฐานะเลขานุการสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ข้าราชการ ได้เห็นจุดบกพร่องมากมาย จากการใช้อำนาจดังกล่าวของกรมบัญชีกลางที่ขาดธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง

กรมบัญชีกลางไม่เคยแสดงออกที่จะอยู่เคียงข้างผู้ใช้สิทธิ์สวัสดิการข้าราชการกว่า 5 ล้านคน
ผิดจากกองทุนต่างๆ ที่ได้รับสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ มากขึ้นทุกๆ ปี
เช่น ผู้ใช้สิทธิ์ประกันสังคม สามารถเบิกใช้เวชภัณฑ์และอวัยวะเทียมหลายรายการที่ดีกว่า ด้วยค่าเบิกจ่ายที่มากกว่า
หรือผู้ใช้สิทธิ์กองทุนอื่นๆ ไม่เสียค่าเข็ม ค่าสายสวนส่วนเกินต่างๆ ได้รับสิทธิ์รักษาฟรีทุกกรณี รวมถึงสามารถใช้รถพยาบาลได้ฟรี เพื่อไปรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิ์
ในขณะที่สิทธิ์สวัสดิการข้าราชการถดถอยลงทุกวัน โดยได้รับยาชนิดเดียวกันกับผู้ป่วยสิทธิ์กองทุนอื่น และต้องจำยอมจ่ายค่าส่วนเกินต่างๆ ทั้งๆ ที่ผู้ใช้สิทธิ์กองทุนอื่นไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในรายการเดียวกัน

กรมบัญชีกลางไม่มีความจริงใจในการทำงานดูแลเรื่องการร้องขอเพิ่มงบประมาณให้ผู้ใช้สิทธิ์สวัสดิการข้าราชการ เนื่องจากตัวเลข 60,000 ล้านบาทนี้ถูกแช่แข็งมานานถึง 9 ปี
ซึ่งสวนทางกับสังคมผู้สูงอายุในปัจจุบัน

กรมบัญชีกลางมีบุคลากรที่ขาดความรู้รอบด้านและไร้ซึ่งคุณธรรมทำงานเป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายในการเรียกคืนเงินจากแพทย์ผู้ให้การรักษาคนไข้และโรงพยาบาลของรัฐ
แพทย์ผู้นี้แม้แต่ครูบาอาจารย์ที่สอนมาก็ไม่รับไว้เป็นอาจารย์แพทย์ เนื่องจากมีนิสัยไม่เหมาะสม
ดูแลคนไข้อย่างไร้จิตสำนึกของการเป็นหมอ (เช่น ผู้ป่วยลืมเอกสารมา ก็บอกให้ครั้งหน้าเอาใส่โลงมาด้วย)
ไม่ให้เกียรติหมอซึ่งกันและกัน เช่น ถ่ายภาพเวชระเบียนการให้การรักษาของแพทย์นำไปโพทนาให้แพทย์ที่อื่นดู โดยไม่ได้ปิดบังชื่อผู้ป่วยและแพทย์ผู้ให้การรักษา
ตัดสินการให้การรักษาของแพทย์ผู้อื่น ซึ่งไม่ตรงกับองค์ความรู้ในปัจจุบันที่ตนเองมี โดยอ้างว่าไม่มีความเหมาะสมและเรียกเงินคืนย้อนหลังจากแพทย์และโรงพยาบาลรัฐ
ทำให้ 3 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลรัฐ รวมถึงโรงเรียนแพทย์เกรงกลัวแพทย์ท่านนี้ในกรมบัญชีกลางมาก
เพราะต้องสูญเสียเงินเพื่อคืนงบบัญชีกลางหลายสิบล้านบาท
ส่งผลให้แพทย์ผู้ให้การรักษาผู้ป่วยขาดอิสระในการตัดสินใจเพื่อให้การรักษา
เนื่องจากการให้การรักษาผู้ป่วยในหลายๆ โรค มีวิวัฒนาการปรับเปลี่ยนทุก 1-2 ปี 
ทำให้แนวทางการรักษาอิงตามงานวิจัยจากต่างประเทศเป็นหลัก
การกระทำโดยการแทรกแซงต่อการให้การรักษาของกรมบัญชีกลาง ทำให้คนไข้สูญเสียโอกาสที่ควรได้รับ
นอกจากนี้ แพทย์จากกรมบัญชีกลางท่านนี้ทำงานไร้ความเที่ยงตรง..
หมอคนไหนดีด้วยหรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน จะไม่ตำหนิและปล่อยให้ใช้ยาราคาแพงโดยไม่ตรวจสอบ
หากไม่ถูกใจหมอคนไหนหรือโรงพยาบาล จะใช้อำนาจหน้าที่ของตนเองผ่านกรมบัญชีกลางตรวจสอบและเรียกเงินคืนหลายแสนบาท
ยังไม่หมด...แพทย์ท่านนี้ถือว่าเป็นแพทย์ชั้นเลว 2% จากงานวิจัย
ซึ่งตนเองมีหน้าที่ชี้เป็นชี้ตายว่าคนไข้จะใช้ยาอะไรได้
ทำให้บริษัทยาต่างๆ ต้องลดตัวลดเกียรติดูแลและบริการต้องเสียงบประมาณให้ เช่น ผู้แทนยาต้องจัดหารถตู้รับส่งให้ บริษัทยาต้องออกค่าสัมมนาค่าที่พักค่าเครื่องบินเดินทางให้ทั้งในและต่างประเทศ
นี่คือสันดานแพทย์ที่เลวร้ายอย่างที่ NGO เคยอ้างไว้ ซึ่งพบได้ที่กรมบัญชีกลาง
แพทย์ท่านนี้อยากเป็นอาจารย์แพทย์แต่ไม่มีที่ไหนเอา จึงใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนในกรมบัญชีกลาง ขอมาทำงานที่โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง โดยรับเงินเดือนแต่ทำงานให้น้อยมาก
(กรมบัญชีกลางไม่ควรมีบุคลากรแบบนี้ทำงานให้เลย)

กรมบัญชีกลางบริหารงบประมาณได้ไม่ตรงจุด เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องการรักษาพยาบาล
ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา ได้ตัดลดงบประมาณค่ายา ไปเพิ่มเป็นค่าบริการอื่นๆ เช่น ค่าห้องค่าอาหารผู้ป่วยพิเศษ ค่ารถเข็นค่าไม้เท้าค่าเฝือก ค่าตรวจรังสีเอ็กซ์เรย์
ซึ่งในปีนี้งบประมาณก็ยังไม่พอเพียง
ทั้งๆ ที่สิ่งที่เพิ่มเติมนั้นสามารถใช้เงินรับจากแหล่งกองทุนอื่นได้
แต่กรมบัญชีกลางไม่ทำให้ และกรมบัญชีกลางก็รู้อยู่แล้วว่างบส่วนไหนขาดแต่ไม่ขอจากภาครัฐเพิ่ม

จากเหตุผลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า
กรมบัญชีกลางขาดความชอบธรรมในการดูแลงบประมาณในส่วนนี้แทนผู้ใช้สิทธิ์สวัสดิการข้าราชการลงแล้ว

บัดนี้ในฐานะเลขาฯ สมาคมพิทักษ์สิทธิ์สิทธิ์ข้าราชการ ขอทวงคืนความชอบธรรมแห่งสิทธิ์นั้น เพื่อพิจารณาให้หน่วยงานอื่นดูแลงบประมาณของข้าราชการแทน เหมือนกับกองทุนอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่การให้ สปสช ดูแลแทน เพราะ สปสช กำลังเกิดวิกฤติศรัทธาอยู่
โดยหน่วยงานที่เหมาะสมคือ กระทรวงสาธารณสุขเอง
เพราะมีผู้มีความรู้หลากหลายด้านที่จะช่วยให้คนไข้สิทธิ์สวัสดิการข้าราชการได้รับประโยชน์สูงสุด

จึงขออนุญาตเป็นตัวแทนในการรวบรวมรายชื่อผู้ใช้สิทธิ์สวัสดิการข้าราชการทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้

และขอรวบรวมข้อมูลกรณีที่กรมบัญชีกลางทำเกินกว่าเหตุ ทำให้คนไข้เสียโอกาสในการรักษาและเข้าถึง ทั้งจากคนไข้ ญาติคนไข้และแพทย์ที่ให้การรักษา เพื่อใช้ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง โดยให้อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นจำเลยรับผิดชอบ
รวมถึงบริษัทยาที่ถูกทำให้เสื่อมเกียรติในอาชีพตน ใคร่ขอเอกสารการสนับสนุนให้แพทย์ในกรมบัญชีกลางได้รับผลประโยชน์ที่ไม่พึงได้รับ

ส่งข้อมูลและติดต่อกับผมโดยตรงที่
ID line : oahemato

ด้วยความนับถือ

ร.อ.นายแพทย์ บรรพต หัวใจ
เลขาฯ สมาคมพิทักษ์สิทธิ์ข้าราชการ

#แชร์ได้ทั้งในไลน์และสื่อออนไลน์ทุกชนิด
#ข้าราชการไทยต้องช่วยกันอย่าปล่อยให้ใครเอาเปรียบ

ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสเครือเดอะเนชั่น ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย หลังประกาศลาออกจากต้นสังกัด

https://www.facebook.com/BBCThai/videos/1697237183830648/

ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสเครือเดอะเนชั่น ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย หลังประกาศลาออกจากต้นสังกัด เขาให้เหตุผลว่าต้องการลดแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอกที่มีต่อผู้บริหาร จึงตัดสินใจลาออกหลังจากทำงานที่เดอะเนชั่นมานาน 23 ปี

ประวิตร บอกด้วยว่าไม่ได้มีปัญหาในการทำงานกับ นสพ.เดอะเนชั่น เพราะทำงานกันอย่างมีอารยะ เชื่อว่าความเข้มแข็งของสังคมอยู่ที่ความหลากหลายทางความคิด เคารพความคิดซึ่งกันและกัน ไม่มีปัญหาว่าใครจะ "สี" อะไร ตราบใดที่ทำงานกันอย่างมืออาชีพ

เขาบอกด้วยว่า อยากเห็นสื่อต่าง ๆ มีพื้นที่สำหรับผู้มีความเห็นต่างในองค์กร ซึ่งจะเอื้อให้ประชาชนได้เรียนรู้ในสิ่งนี้ ประวิตร ยืนยันว่าหลังจากนี้จุดยืนที่มีต่อประชาธิปไตยและเสรีภาพสื่อของเขาจะยังไม่ เปลี่ยนแปลงแต่อาจต้องหาสถานที่อื่นแสดงบทบาทต่อไป

เขาบอกด้วยว่าสิทธิเสรีภาพในการทำงานในช่วงที่ผ่านมาถูกจำกัด แต่เขาคิดว่าสื่อควรมีหน้าที่ตอกย้ำให้คนเข้าใจว่าไม่ได้อยู่ภายใต้ สถานการณ์ที่ปกติ เพราะหากยอมรับว่าระบอบอำนาจนิยมเป็นสิ่งปกติ ต่อไปรัฐประหารก็คงเกิดขึ้นอีก ซึ่งจุดนี้เขาได้แลกเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่ทหารทั้งระดับกลางและระดับสูง ของกองทัพที่เรียกเขาไปปรับทัศนคติด้วย

โพสต์ล่าสุด

ธรรมนัส พรหมเผ่า: สัญลักษณ์แห่งการเมืองสีเทา

ธรรมนัส พรหมเผ่า: สัญลักษณ์แห่งการเมืองสีเทา ธรรมนัส พรหมเผ่า: สัญลักษณ์แห่งการเมืองสีเทาที่ระบบไทยหล่อเลี้ยง ระบบการเมืองไท...

Popular Posts