ตีแผ่ เจาะลึก: ดุษฎีนิพนธ์ “ดร.สมชาย แสวงการ” สว. แต่งตั้ง – เมื่อคนมีอำนาจใช้ทางลัดสู่ปริญญาเอก
“คนคดที่มีอำนาจ คือการเอาชาติไปฝากกับโจร” – กรณีศึกษาที่ทำให้เห็นปัญหาจริยธรรมในระบบการเมืองและการศึกษาไทย
1. เส้นทางก้าวกระโดดของ “ดร.สมชาย แสวงการ”
นายสมชาย แสวงการ อดีตผู้สื่อข่าว วัยกว่า 60 ปี ผันตัวสู่วงการการเมืองหลังรัฐประหารใหญ่สองครั้ง (2549 และ 2557) เขาเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทั้งสองชุด ต่อมาได้รับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สองสมัย (2551 และ 2554) และในชุดปัจจุบัน (2562-ปัจจุบัน) เป็นหนึ่งใน 250 สว. แต่งตั้งโดย คสช. ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเลือกนายกฯ แต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และตรวจสอบรัฐบาล
ปี 2565 เขาสำเร็จปริญญาเอก สาขาการบริหารกระบวนการยุติธรรม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “รูปแบบและวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย” (264 หน้า) อาจารย์ที่ปรึกษาคือ ศ.อุดม รัฐอมฤต อดีต กรธ. ชุดมีชัย ฤชุพันธุ์ และปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ วุฒิสภา (รวมสมชาย) เห็นชอบ
งานวิจัยเสนอว่าระบบ “เลือกกันเอง” ตาม รธน.2560 เป็นไปได้ แต่ควรปรับ เช่น ให้เลือกภายในกลุ่มอาชีพเดียวกัน หรือเพิ่มกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
2. จุดที่ถูกเปิดโปง: การคัดลอกผลงานจำนวนมาก
วันที่ 18 เม.ย. 2567 โครงการ iLaw เผยบทความ “ส่องเล่มจบป.เอก สว. สมชาย แสวงการ พบคัดลอกงานคนอื่นหลายจุด” พบการคัดลอก 2 ประเภทหลัก:
- คัดลอกแบบไม่อ้างอิงเลย – เด่นสุดคือจากหนังสือสถาบันพระปกเกล้า “รูปแบบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาของประเทศไทย” (2558) โดย ผศ.ภูมิ มูลศิลป์ และชมพูนุท ตั้งถาวร กว่า 30 หน้า (หน้า 38-64 ของดุษฎีนิพนธ์ ตรงกับหน้า 77-115 ของหนังสือต้นฉบับ) แม้แต่เชิงอรรถยาว ๆ ก็ลอกมาทั้งหมด
- อ้างอิงแต่คัดลอกทั้งย่อหน้า/บท โดยไม่เขียนใหม่ – เช่น
- จากบทความ “สภาขุนนางอังกฤษ” ในวารสารจุลนิติของ สว. (ปณิธัศร์ ปทุมวัฒน์, 2558)
- จากวิทยานิพนธ์ของวัชรพล โรจนวงรัตน์ (2560)
- จากบทความ iLaw เอง เรื่อง สว.แต่งตั้งยุค คสช. (คัดลอกสถิติและข้อความเหมือนทุกคำ แต่ตัดรายชื่อบางส่วน เช่น ปรีชา จันทร์โอชา, อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นต้น)
- จาก Wikipedia อย่างน้อย 5 จุด (อัปเดต iLaw 24 เม.ย. 2567)
- จากบทความไชยันต์ ไชยพร ในโพสต์ทูเดย์ (หน้า 151-152 มากกว่า 40 บรรทัด)
การคัดลอกเหล่านี้ไม่ใช่แค่ย่อหน้า แต่เป็นทั้งช่วงยาว ๆ ซึ่งในมาตรฐานวิชาการถือเป็น plagiarism ระดับร้ายแรง อาจนำไปสู่การเพิกถอนปริญญา
3. การแก้ไขแบบ “เร่งด่วน” และคำชี้แจง
ไม่กี่ชั่วโมงหลัง iLaw เผย ดุษฎีนิพนธ์ในระบบห้องสมุด มธ. ถูกแก้โดยเพิ่มเชิงอรรถดอกจัน (*) อ้างอิงบางส่วน (เช่น หนังสือสถาบันพระปกเกล้า) แต่เนื้อหายัง copy-paste เหมือนเดิม ไม่มีการ rewrite หรือสรุปใหม่ iLaw ชี้ว่าไม่แก้ปัญหา plagiarism จริง
สมชายให้สัมภาษณ์ปฏิเสธ ยืนยันเป็น “บททบทวนวรรณกรรม” (literature review) ที่ปกติต้องอ้างงานอื่น ยอมรับ “ตกหล่นเชิงอรรถบางจุด” และแก้ไขแล้ว ได้รับอนุมัติจาก มธ. เขายังขู่ฟ้อง iLaw ข้อหาหมิ่นประมาท
คณะนิติศาสตร์ มธ. ออกแถลงการณ์ 23-24 เม.ย. 2567 ระบุว่าตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว (ก่อน iLaw เผยด้วยซ้ำ) และจะให้โอกาสชี้แจงทุกฝ่าย ผลสอบสวนอย่างเป็นทางการยังไม่ประกาศ (ข้อมูลล่าสุด ณ ก.พ. 2569 ยังไม่มีรายงานผลชัดเจนเพิ่มเติม)
4. ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ – สะท้อนปัญหาเชิงระบบ
- จริยธรรมวิชาการ vs อำนาจทางการเมือง: สว. ที่ควรเป็นแบบอย่าง กลับใช้ทางลัดเพื่อ “ดร.” นำหน้า อาจช่วยภาพลักษณ์ แต่ทำลายความน่าเชื่อถือของ มธ. และระบบปริญญาเอก
- เครือข่ายอำนาจ คสช.: สมชายเป็น สว.แต่งตั้ง สืบทอดอำนาจยุค คสช. ดุษฎีนิพนธ์ยังปกป้องระบบเลือกกันเองที่ถูกวิจารณ์ว่าฮั้วง่าย ยิ่งขัดแย้งเมื่อลอกจากงานวิจารณ์ระบบเดียวกัน
- ความเหลื่อมล้ำ: นักศึกษาทั่วไปอาจถูกเพิกถอนปริญญา แต่คนมีอำนาจอาจรอดง่าย นี่คือ “คนคดที่มีอำนาจ” ที่เอาชาติไปฝากกับโจร เพราะผู้แทนควรซื่อสัตย์ ไม่ใช่ใช้ตำแหน่งหาประโยชน์ส่วนตัว
หากไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน วัฒนธรรม “ลอกได้ ถ้าอ้างทีหลัง” จะแพร่กระจาย และทำลายความเท่าเทียมในสังคมไทย
เอกสารอ้างอิง: iLaw (เม.ย.2567), ประชาไท, ไทยรัฐ, มติชน, เว็บ มธ. และ วุฒิสภา
เขียนและอัปเดตโดย: Piangdin Rakthai (ก.พ. 2569)
