Walk for Peace กับคำถามเรื่องกิจสงฆ์: การพิจารณาตามพุทธวจนและธรรมวินัย

Walk for Peace กับคำถามเรื่องกิจสงฆ์: การพิจารณาตามพุทธวจนและธรรมวินัย

Walk for Peace กับคำถามเรื่องกิจสงฆ์: การพิจารณาตามพุทธวจนและธรรมวินัย

ปรากฏการณ์พระสงฆ์เดินเท้า “Walk for Peace” ในสหรัฐอเมริกา ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ผู้คนจำนวนมากชื่นชมในความเพียร ความสงบ และภาพแห่งเมตตาที่ปรากฏผ่านการเดินอย่างสำรวม ทว่าขณะเดียวกัน ก็มีเสียงวิพากษ์จากบางฝ่ายว่า กิจกรรมเช่นนี้มิใช่ “กิจสงฆ์” ตามขนบเดิม และอาจไม่สอดคล้องกับแนวทางพุทธวจน คำถามเช่นนี้ควรพิจารณาด้วยความละเอียด รอบคอบ และตั้งอยู่บนหลักธรรม มิใช่ตั้งอยู่บนอคติหรือความยึดติดในรูปแบบภายนอกเพียงอย่างเดียว

แก่นแท้ของกิจสงฆ์อยู่ที่อะไร

คำว่า “กิจสงฆ์” หากมองในความหมายพื้นฐาน ย่อมหมายถึงกิจที่พระภิกษุพึงกระทำตามพระธรรมวินัย ได้แก่ การศึกษา ปฏิบัติ และเผยแผ่พระธรรม การดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย สำรวม และไม่เบียดเบียน การเดินเท้าโดยสำรวม มีสติทุกย่างก้าว ไม่สะสมทรัพย์ ไม่แสวงหาลาภสักการะ และตั้งจิตไว้เพื่อเมตตาสันติ หากเป็นไปตามเงื่อนไขนี้ ย่อมไม่ขัดต่อสาระของกิจสงฆ์

พระพุทธเจ้าทรงดำเนินจาริกไปทั่วชมพูทวีป มิได้ประทับอยู่เพียงในป่าลึกหรืออารามสงบเท่านั้น พระองค์เสด็จเข้าสู่เมือง หมู่บ้าน และสถานที่ชุมนุมชน เพื่อประกาศธรรมแก่ผู้คน หากจะกล่าวโดยสรุป “การเคลื่อนไหวในโลก” มิใช่สิ่งต้องห้าม หากใจไม่ถูกโลกครอบงำ

พุทธวจนกับหลักเมตตาและอหิงสา

พุทธศาสนาตั้งอยู่บนหลักอหิงสา ความไม่เบียดเบียน และเมตตากรุณาเป็นสำคัญ พระพุทธองค์ตรัสว่า ความโกรธย่อมระงับด้วยความไม่โกรธ ความรุนแรงย่อมยุติด้วยสันติ หากพระสงฆ์ดำเนินกิจกรรมเพื่อเตือนสติสังคมให้หันกลับสู่ความสงบ มีสติ และลดความแตกแยก การกระทำนั้นย่อมสอดคล้องกับแก่นของพระธรรม

อย่างไรก็ตาม พุทธวจนมิได้สอนให้พระภิกษุแสวงหาการยกย่องหรือแสดงตนเพื่อชื่อเสียง หากการเดินเพื่อสันติภาพกลายเป็นเวทีสร้างภาพ หรือนำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน นั่นย่อมขัดต่อเจตนารมณ์แห่งสมณเพศ แต่หากเป็นไปด้วยความเรียบง่าย ไม่สะสม ไม่เรียกร้อง และตั้งอยู่ในสติสัมปชัญญะ ก็ยากจะกล่าวว่าผิดวินัยโดยตัวของมันเอง

รูปแบบกับสาระ

ข้อถกเถียงส่วนใหญ่เกิดจากการยึดรูปแบบมากกว่าสาระ บางท่านคุ้นชินกับภาพธุดงค์ในป่าเงียบสงบ จึงมองว่าการเดินบนถนนใหญ่ในโลกตะวันตกเป็นสิ่งแปลกตา แต่ธรรมมิได้จำกัดสถานที่ การเจริญสติย่อมทำได้ทั้งในป่าและในเมือง สิ่งสำคัญคือจิตที่ไม่หวั่นไหวต่อเสียงสรรเสริญและนินทา

ในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา มีตัวอย่างพระสงฆ์ที่ใช้การเดินเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพในหลายประเทศ การกระทำเช่นนั้นมิได้ถือว่าเป็นการละเมิดวินัย หากยังคงรักษาศีลและความสำรวมอย่างเคร่งครัด การเผยแผ่ธรรมย่อมมีวิธีการที่หลากหลายตามกาลสมัย

หลักเกณฑ์ในการพิจารณา

การวินิจฉัยว่าถูกหรือผิด มิควรตัดสินจากความนิยมของผู้คน หรือจำนวนผู้ติดตามในสื่อสังคม แต่ควรถามตนเองว่า พระภิกษุเหล่านั้นรักษาศีลหรือไม่ สำรวมกายวาจาใจหรือไม่ แสวงหาผลประโยชน์หรือไม่ และเจตนาตั้งอยู่บนเมตตาจริงหรือไม่ หากคำตอบคือใช่ในทางกุศล การเดินนั้นย่อมเป็นเพียงอุปกรณ์ของการปฏิบัติธรรม มิใช่ความผิด

บทสรุปเพื่อชาวพุทธ

กิจกรรม Walk for Peace จะผิดหรือสอดคล้องกับพุทธวจน มิได้ขึ้นอยู่กับความแปลกใหม่ของรูปแบบ แต่อยู่ที่เจตนาและการรักษาธรรมวินัยเป็นหลัก หากการเดินนั้นเป็นไปเพื่อเมตตา สันติ และการเตือนใจผู้คนให้มีสติ โดยมิได้ละทิ้งความสำรวมของสมณะ ก็ย่อมสอดคล้องกับแก่นธรรมแห่งพระพุทธศาสนา

ชาวพุทธจึงควรใช้ปัญญาใคร่ครวญ ไม่รีบด่วนพิพากษาด้วยอารมณ์ และไม่หลงตามกระแสชื่นชมโดยปราศจากการพิจารณา พระธรรมวินัยเป็นหลักตัดสินที่มั่นคง ส่วนรูปแบบภายนอกนั้นเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลสมัย แต่ธรรมแท้ย่อมตั้งมั่นอยู่ที่ความบริสุทธิ์แห่งเจตนาเสมอ

โพสต์ล่าสุด

Walk for Peace กับคำถามเรื่องกิจสงฆ์: การพิจารณาตามพุทธวจนและธรรมวินัย

Walk for Peace กับคำถามเรื่องกิจสงฆ์: การพิจารณาตามพุทธวจนและธรรมวินัย Walk for Peace กับคำถามเรื่องกิจสงฆ์: การพิจารณาตามพุทธวจนแ...

Popular Posts