ทรราช คสช สำลอก 2ปี คสช.ผลงานเพียบ สิทธิมนุษยชนเป็นเลิศ.......ถุยยยย
ทรราช คสช สำลอก 2ปี คสช.ผลงานเพียบ สิทธิมนุษยชนเป็นเลิศ ไร้คนตาย 2พัน อีกทั้งตอแหล แบบหน้าด้านๆ ว่า
--------------------------------------------------------------------------------
.
"เป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับคนไทยที่มีคนพูดว่าความสงบสุขทุกวันนี้เป็นของเทียม เป็นของชั่วคราว ฟังดูราวกับว่ามีคนตั้งใจอยากทำให้ประเทศไทยไม่สงบสุขขึ้นมาอีก ผมสัมผัสกับคนในพื้นที่หลายกลุ่มหลายระดับ ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ เขาอยากมีชีวิตที่สงบสุขในสังคม ทำมาหากินได้ ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ผมอยากให้คนไทยได้คิดพิจารณาและมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเราบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
.
อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน จะเห็นว่าตั้งแต่คสช.เข้ามาไม่มีการอุ้มฆ่า อุ้มหาย แม้แต่รายเดียว มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด และในอดีตก็เคยพูดกันเองว่า ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยครั้งใดจะรุนแรงเท่ากับการปราบปรามยาเสพติด ที่มีคนตายไปกว่า 2 พันคน หรือที่ชอบพูดถึงเรื่องมีโจรในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ 50 คนเท่านั้น ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนในครั้งนั้น นำมาซึ่งปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงทุกวันนี้"
---------------------------------------------------------------------------------
โดยไอ้ตูบ ทรราช ประยุทธ์ ไม่ใช่หรือที่ เป็นหัวหน้าแก็งโจรใต้ ที่ป่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และทหารของไอ้ตูบ ไม่ใช่หรือที่ ยิง ประชาชน ที่
ตากใบ
มัสยิด คือเซะ
ไอบาแย
เจาะไอร้อง
ทุ่งยางแดง
ฯลฯ
และใจกลางเมืองที่ราชประสงค์ปี 53 ตายกว่า 99 ศพ ก็ล้วนตายด้วยน้ำมือของทหาร ของไอ้ตูบ ประยุทธ์ จันทรโอชา ทั้งสิ้น เพราะ นั้นคือความจริง
-
เสรีชน
ทรราช คสช สำลอก 2ปี คสช.ผลงานเพียบ สิทธิมนุษยชนเป็นเลิศ.......ถุยยยย
ทรราช คสช สำลอก 2ปี คสช.ผลงานเพียบ สิทธิมนุษยชนเป็นเลิศ ไร้คนตาย 2พัน อีกทั้งตอแหล แบบหน้าด้านๆ ว่า
--------------------------------------------------------------------------------
.
"เป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับคนไทยที่มีคนพูดว่าความสงบสุขทุกวันนี้เป็นของเทียม เป็นของชั่วคราว ฟังดูราวกับว่ามีคนตั้งใจอยากทำให้ประเทศไทยไม่สงบสุขขึ้นมาอีก ผมสัมผัสกับคนในพื้นที่หลายกลุ่มหลายระดับ ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ เขาอยากมีชีวิตที่สงบสุขในสังคม ทำมาหากินได้ ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ผมอยากให้คนไทยได้คิดพิจารณาและมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเราบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
.
อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน จะเห็นว่าตั้งแต่คสช.เข้ามาไม่มีการอุ้มฆ่า อุ้มหาย แม้แต่รายเดียว มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด และในอดีตก็เคยพูดกันเองว่า ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยครั้งใดจะรุนแรงเท่ากับการปราบปรามยาเสพติด ที่มีคนตายไปกว่า 2 พันคน หรือที่ชอบพูดถึงเรื่องมีโจรในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ 50 คนเท่านั้น ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนในครั้งนั้น นำมาซึ่งปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงทุกวันนี้"
---------------------------------------------------------------------------------
โดยไอ้ตูบ ทรราช ประยุทธ์ ไม่ใช่หรือที่ เป็นหัวหน้าแก็งโจรใต้ ที่ป่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ และทหารของไอ้ตูบ ไม่ใช่หรือที่ ยิง ประชาชน ที่
ตากใบ
มัสยิด คือเซะ
ไอบาแย
เจาะไอร้อง
ทุ่งยางแดง
ฯลฯ
และใจกลางเมืองที่ราชประสงค์ปี 53 ตายกว่า 99 ศพ ก็ล้วนตายด้วยน้ำมือของทหาร ของไอ้ตูบ ประยุทธ์ จันทรโอชา ทั้งสิ้น เพราะ นั้นคือความจริง
-
เสรีชน
เยอะเกินควร
เยอะเกินควร
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกลากตั้ง 200 คน กำลังโดนถล่มโจมตีว่าทำงานไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน
ไม่มีผลงานการปฏิรูปประเทศให้เห็นเป็นรูปธรรม
ทั้งๆที่การปฏิรูปประเทศเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่ คสช.ประกาศจะผลักดันสุดลิ่มทิ่มประตู
"แม่ลูกจันทร์" กราบเรียนว่า การเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่เชื่องช้าเป็นเต่าคลานจะโทษเป็นความบกพร่องของ สปท.อย่างเดียวก็ไม่แฟร์
เพราะ สปท.ชุดนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียง 6 เดือนเศษเท่านั้นเอง
อนึ่ง เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ สปท.ลากตั้งชุดนี้จะต้องถูกยุบทิ้งไป
จะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศชุดใหม่ทำหน้าที่แทน สปท.
อย่างไรก็ดี "แม่ลูกจันทร์" เห็นด้วยว่าการทำงานของ สปท.ยังไม่เข้าตาประชาชนอย่างที่มีกระแสโจมตี
ถึงแม้สมาชิก สปท.จะยืนยันว่าได้สร้างผลงานออกมามากมาย
ได้จัดทำรายงานปฏิรูปประเทศเสร็จสมบูรณ์แล้วถึง 56 เรื่อง
ได้ส่งข้อเสนอปฏิรูปให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว 48 เรื่อง
มีประเด็นเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว 5 เรื่อง
และยังกำลังทำแผนปฏิรูปค้างอยู่อีก 8 เรื่อง
แต่ปัญหาคือ ประชาชนไม่เคยรับรู้ว่า สปท.เสนอแผน-ปฏิรูปประเทศเรื่องอะไร? และจะปฏิรูปอย่างไร?
ทั้งๆที่การปฏิรูปประเทศเป็นประเด็นที่สังคมสนใจไม่แพ้ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
เออ...มันประหลาดดีมั้ยล่ะคุณ
"แม่ลูกจันทร์" ชี้ว่า สาเหตุที่ทำให้การทำงานของ สปท.ไม่เข้าตาชาวบ้านอาจเกิดจากเหตุ 4 ประการคือ
1, การทำแผนปฏิรูปประเทศ ไม่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงเป็นเรื่องที่สมาชิก สปท.ทำกันไปตาม ลำพัง
2, สมาชิก สปท.ลากตั้ง 200 คน ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญการปฏิรูปประเทศอย่างลึกซึ้งรอบด้านเท่าที่ควร
3, การจัดทำแผนปฏิรูปประเทศมากมายหลายเรื่องเกินไป จึงไม่มีเรื่องใดที่โดดเด่นซักเรื่องเดียว
4,สปท.มีหน้าที่เสนอแผนปฏิรูปประเทศให้รัฐบาลพิจารณา ถ้าข้อเสนอใดรัฐบาลเห็นด้วยก็ขับเคลื่อนต่อไป
แต่ถ้าข้อเสนอใดรัฐบาลไม่เห็นด้วยก็เก็บเข้าตู้เย็น
สรุปว่า การปฏิรูปประเทศให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม สปท.เป็นแค่ผู้เสนอเท่านั้นเอง
แต่จะเดินต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล
"แม่ลูกจันทร์" ยํ้าว่า เมื่อ 2 ปีก่อน กระแสสังคมเรียกร้องให้ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งกันอึกทึกครึกโครม
แต่พอถึงโอกาสจะปฏิรูปประเทศกันจริงๆ จึงเพิ่งพบความจริงว่าการปฏิรูปประเทศไม่ได้ทำกันง่ายๆอย่างที่ฉายหนังโฆษณา
ต้องศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสียระยะสั้นระยะยาวอย่างละเอียดรอบคอบจริงๆ
จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิรูปประเทศพร้อมกัน 56 เรื่องอย่างที่ สปท.ประเคนให้รัฐบาลพิจารณา
เอาแค่ปฏิรูปการศึกษาเรื่องเดียว...10 ปีจะเสร็จหรือเปล่า??
"แม่ลูกจันทร์" ไม่แน่ใจ.
เยอะเกินควร
เยอะเกินควร
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกลากตั้ง 200 คน กำลังโดนถล่มโจมตีว่าทำงานไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน
ไม่มีผลงานการปฏิรูปประเทศให้เห็นเป็นรูปธรรม
ทั้งๆที่การปฏิรูปประเทศเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่ คสช.ประกาศจะผลักดันสุดลิ่มทิ่มประตู
"แม่ลูกจันทร์" กราบเรียนว่า การเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่เชื่องช้าเป็นเต่าคลานจะโทษเป็นความบกพร่องของ สปท.อย่างเดียวก็ไม่แฟร์
เพราะ สปท.ชุดนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียง 6 เดือนเศษเท่านั้นเอง
อนึ่ง เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ สปท.ลากตั้งชุดนี้จะต้องถูกยุบทิ้งไป
จะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศชุดใหม่ทำหน้าที่แทน สปท.
อย่างไรก็ดี "แม่ลูกจันทร์" เห็นด้วยว่าการทำงานของ สปท.ยังไม่เข้าตาประชาชนอย่างที่มีกระแสโจมตี
ถึงแม้สมาชิก สปท.จะยืนยันว่าได้สร้างผลงานออกมามากมาย
ได้จัดทำรายงานปฏิรูปประเทศเสร็จสมบูรณ์แล้วถึง 56 เรื่อง
ได้ส่งข้อเสนอปฏิรูปให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว 48 เรื่อง
มีประเด็นเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว 5 เรื่อง
และยังกำลังทำแผนปฏิรูปค้างอยู่อีก 8 เรื่อง
แต่ปัญหาคือ ประชาชนไม่เคยรับรู้ว่า สปท.เสนอแผน-ปฏิรูปประเทศเรื่องอะไร? และจะปฏิรูปอย่างไร?
ทั้งๆที่การปฏิรูปประเทศเป็นประเด็นที่สังคมสนใจไม่แพ้ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
เออ...มันประหลาดดีมั้ยล่ะคุณ
"แม่ลูกจันทร์" ชี้ว่า สาเหตุที่ทำให้การทำงานของ สปท.ไม่เข้าตาชาวบ้านอาจเกิดจากเหตุ 4 ประการคือ
1, การทำแผนปฏิรูปประเทศ ไม่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงเป็นเรื่องที่สมาชิก สปท.ทำกันไปตาม ลำพัง
2, สมาชิก สปท.ลากตั้ง 200 คน ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญการปฏิรูปประเทศอย่างลึกซึ้งรอบด้านเท่าที่ควร
3, การจัดทำแผนปฏิรูปประเทศมากมายหลายเรื่องเกินไป จึงไม่มีเรื่องใดที่โดดเด่นซักเรื่องเดียว
4,สปท.มีหน้าที่เสนอแผนปฏิรูปประเทศให้รัฐบาลพิจารณา ถ้าข้อเสนอใดรัฐบาลเห็นด้วยก็ขับเคลื่อนต่อไป
แต่ถ้าข้อเสนอใดรัฐบาลไม่เห็นด้วยก็เก็บเข้าตู้เย็น
สรุปว่า การปฏิรูปประเทศให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม สปท.เป็นแค่ผู้เสนอเท่านั้นเอง
แต่จะเดินต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล
"แม่ลูกจันทร์" ยํ้าว่า เมื่อ 2 ปีก่อน กระแสสังคมเรียกร้องให้ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้งกันอึกทึกครึกโครม
แต่พอถึงโอกาสจะปฏิรูปประเทศกันจริงๆ จึงเพิ่งพบความจริงว่าการปฏิรูปประเทศไม่ได้ทำกันง่ายๆอย่างที่ฉายหนังโฆษณา
ต้องศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสียระยะสั้นระยะยาวอย่างละเอียดรอบคอบจริงๆ
จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิรูปประเทศพร้อมกัน 56 เรื่องอย่างที่ สปท.ประเคนให้รัฐบาลพิจารณา
เอาแค่ปฏิรูปการศึกษาเรื่องเดียว...10 ปีจะเสร็จหรือเปล่า??
"แม่ลูกจันทร์" ไม่แน่ใจ.
‘บุรินทร์ อินติน’ จากช่างเชื่อมผู้เห็นใจเสื้อแดง สู่ ผู้ต้องขังคดี 112
'บุรินทร์ อินติน' จากช่างเชื่อมผู้เห็นใจเสื้อแดง สู่ ผู้ต้องขังคดี 112
Wed, 2016-05-25 20:30
ทีมข่าวกระบวนการยุติธรรม
Cr. prachatai
เปิดบางแง่มุมชีวิต หนุ่มเหนือ-ช่างเชื่อมวัย 28 ปีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองเมื่อปีที่แล้ว เขาถูกจับใน กิจกรรม "ยืนเฉยๆ" พร้อมคนอื่นๆ แต่เป็นคนเดียวที่ไม่ถูกปล่อยตัว เนื่องจากถูกตั้งข้อหา 112 ถึง 2 คดี ปัจจุบันถูกฝากขังผัด 3 อย่างเงียบเชียบ
ภาพบุรินทร์ อินติน เพิ่งปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์หรือโลกออนไลน์เคียงคู่ สิรวิชญ์ เสรีธิวัตน์ หรือจ่านิว และคนอื่นๆ ในกลุ่มพลเมืองโต้กลับในเหตุการณ์ "ยืนเฉยๆ" ครั้งที่ 3 เมื่อ 27 เม.ย.2559 ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อเรียกร้องให้ทหารปล่อยตัว วัฒนา เมืองสุข และประชาชนที่ถูกทหารคุมตัวไปก่อนหน้านั้น
ผู้คนอาจงุนงงสงสัยว่าเขาคือใคร เนื่องจากเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่นักกิจกรรมทางการเมือง และไม่ใช่ชาวบ้านขาประจำที่ร่วมกิจกรรมทางการเมืองมายาวนานจนเป็นที่รู้จัก และนั่นทำให้การคุมขังเขาในเรือนจำเป็นไปอย่างเงียบเชียบ
ย้อนกลับไปที่เหตุการณ์นั้น สมาชิกพลเมืองโต้กลับที่ปรากฏตัวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ทั้งหมดถูกนำตัวไปสน.พญาไท รวมถึงบุรินทร์ด้วย และในระหว่างการสอบสวนนั้นเอง ทหารได้บุกเข้าควบคุมตัวบุรินทร์ถึงห้องสอบสวนนำขึ้นรถตู้ออกไปโดยไม่รู้ที่หมาย...เพียงคนเดียว ท่ามกลางความสับสนงุนงงของทุกคนที่สถานีตำรวจ เขาอยู่ในความควบคุมของทหาร 1 วัน ก่อนตำรวจจะนำตัวเขามาแถลงข่าวแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 112
นายทหารยศพันเอกชื่อเดียวกับเขา คือ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนถึงที่มาที่ไปของการจับและแจ้งข้อหานี้ว่า ทหารเฝ้าติดตามพฤติกรรมบุรินทร์ อินตินมาตลอด สายข่าวพบการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Burin Intin ในลักษณะต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลและ คสช.รวมทั้งมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยมีข้อความลักษณะหมิ่นเบื้องสูง เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กระทั่งวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เวลา 12.13 น.นายบุรินทร์โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 40 นาที พร้อมข้อความ "นู๋อยากโดนอุ้ม#ปล่อยเพื่อนเราที่โดนอุ้ม" ก่อนจะมีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในคลิปดังกล่าว และนายบุรินทร์ตอบความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นเบื้องสูง
ไม่นานหลังการให้ข่าวนี้ มีการออกหมายจับ 'แม่จ่านิว' หรือพัฒน์นรี เสรีธิวัฒน์ ในข้อหาความผิดตามมาตรา 112 โดยตำรวจอ้างถึงการสนทนาส่วนตัวในกล่องข้อความของเฟซบุ๊ก ระหว่าง บุรินทร์ กับ แม่จ่านิว เนื้อหาที่สนทนานั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่เข้าไปช่วยเหลือทางคดีกับแม่จ่านิวได้ออกมาเปิดเผยว่า ตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาอ้างอิงบทสนทนาที่แม่จ่านิวตอบกลับบุรินทร์เพียงคำว่า "จ้า"
"จ้า" กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมๆ กับคำถามว่าเจ้าหน้าที่เข้าถึงหลักฐานกล่องข้อความส่วนตัวได้อย่างไร จนในที่สุดตำรวจต้องออกมาแถลงข่าวว่าเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกกฎหมาย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขณะที่แม่จ่านิวก็ได้รับการประกันตัวในที่สุด
เวลานี้จึงมีบุรินทร์ อินติน เพียงคนเดียวที่ถูกจำคุกอยู่ เขาไม่มีญาติเยี่ยม และไม่มีเงินประกันตัวจนกระทั่งในการฝากขังผัดที่ 3 เมื่อ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มพลเมืองโต้กลับทำการระดมทุนได้ 300,000 บาทและยื่นประกันตัวบุรินทร์ แต่ศาลทหารปฏิเสธ
บุรินทร์ อินติน เป็นใคร?
หนุ่มคนงานช่างเชื่อมเหล็กร่างเล็ก วัย 28 ปี ผู้นี้มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดพะเยา เขาเรียนจบ ม.2 ครึ่ง ไม่ทันจบ ม.3 เพราะช่วงนั้นติดเกมส์อย่างหนัก บุรินทร์เล่าให้ฟังแบบซื่อๆ
บุรินทร์เล่าว่า ในคืนวันที่เขาถูกคุมตัวอยู่ที่ มทบ. 11 เจ้าหน้าที่ทหารพยายามที่จะให้เขามอบรหัสเฟซบุ๊กของเขาให้ แต่เขาไม่ยอมและใช้วิธีเงียบและ ไม่โต้เถียง ไม่ให้ข้อมูลแล้วก็ไม่ต่อปากต่อคำ นั่นอาจทำให้ผู้ควบคุมตัวไม่พอใจ ชายร่างใหญ่ในชุดปกติสวมหมวกไหมพรมคลุมศรีษะตบเขาที่บริเวณศรีษะอย่างแรงถึง 4 ครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ในห้องสอบสวนข่มขู่เขาว่า "มึงไม่รอดหรอก ไม่ได้ออกไปแน่ ถ้ามึงไม่บอกกู มึงจะโดนพาไปที่ๆ หนักกว่านี้"
เขายืนยันว่าเขาไม่ได้มอบรหัสเฟซบุ๊กให้เจ้าหน้าที่แต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่กลับนำสำเนาเอกสารการพูดคุยในกล่องข้อความที่ถูกระบุว่าเป็นของเขา ออกมาประกอบการสอบสวน ที่สำคัญ เอกสารดังกล่าวปรากฏก่อนที่จะมีการไปยึดคอมพิวเตอร์ที่บ้านเขาเสียอีก อย่างไรก็ตาม ทนายความระบุว่า บุรินทร์เป็นชาวบ้านธรรมดาที่เพิ่งมาสนใจการเมือง ไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีมากนัก เขาเริ่มเล่นเฟซบุ๊กมาได้สักพักใหญ่และตั้งรหัสแบบจำง่ายที่ชาวบ้านร้านตลาดมักทำกัน นั่นคือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
หลังการแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นสถาบันกับแม่จ่านิว โดยหลักฐานมาจากการสนทนากับบุรินทร์ ผู้คนในโลกไซเบอร์ต่างวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา จำนวนไม่น้อยสงสัยว่า บุรินทร์คือ "สาย" ของฝ่ายความมั่นคงที่พยายามมาตีสนิทและ "ล่อซื้อ" อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า บุรินทร์นั้นถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 แล้ว 2 คดี คดีแรกจากการตอบคอมเม้นท์หรือโพสต์ในเฟซบุ๊ก ส่วนคดีที่สองที่ตามมาคือ บทสนทนาส่วนตัวกับแม่จ่านิวนั่นเอง
เมื่อถามเขาว่าเขาเริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่เมื่อไร บุรินทร์บอกว่า เขาสนใจการเมืองตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เหตุเพราะชอบฟังเพลงเพื่อชีวิตโดยเฉพาะ วงคาราบาว นี่ชอบเป็นพิเศษ
"เริ่มแรกผมไม่ชอบนักการเมือง แต่ต่อมาผมยึดหลักว่าหากว่าใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมก็จะช่วยเหลือ" บุรินทร์กล่าว
เมื่อถามว่าบุรินทร์เป็นเสื้อแดงใช่หรือไม่ บุรินทร์ปฏิเสธและออกตัวว่า "ผมเป็นแค่คนที่เห็นใจคนเสื้อแดงเท่านั้น เพราะจากเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมา คนเสื้อแดงเป็นฝ่ายถูกกระทำ ในบางประเด็นผมก็ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดงอย่างเรื่องนิรโทษกรรมเหมาเข่ง เพราะผมคิดถึงคนที่เขาสูญเสียชีวิตหรือสูญเสียคนที่เขารักจากในเหตุการณ์ ถ้าคนที่เป็นผู้สั่งการไม่ต้องรับผิดแล้วพวกเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร"
บุรินทร์เล่าว่าเขาเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองครั้งแรกจริงๆ ก็ในช่วงเหตุการณ์ที่นักศึกษาโดนจับที่ สน.ปทุมวัน แม้การร่วมกิจกรรมดังกล่าวอาจถูกมองว่ามีความเสี่ยงในการท้าทายกฎหมาย แต่เขายืนยันว่ามันเป็นการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ชอบธรรม
บุรินทร์ทิ้งท้ายว่า ต่อให้จับเขามาขัง เขาก็จะยังไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้ต่อตามสภาพที่เขาพอจะทำได้ต่อไป
‘บุรินทร์ อินติน’ จากช่างเชื่อมผู้เห็นใจเสื้อแดง สู่ ผู้ต้องขังคดี 112
'บุรินทร์ อินติน' จากช่างเชื่อมผู้เห็นใจเสื้อแดง สู่ ผู้ต้องขังคดี 112
Wed, 2016-05-25 20:30
ทีมข่าวกระบวนการยุติธรรม
Cr. prachatai
เปิดบางแง่มุมชีวิต หนุ่มเหนือ-ช่างเชื่อมวัย 28 ปีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองเมื่อปีที่แล้ว เขาถูกจับใน กิจกรรม "ยืนเฉยๆ" พร้อมคนอื่นๆ แต่เป็นคนเดียวที่ไม่ถูกปล่อยตัว เนื่องจากถูกตั้งข้อหา 112 ถึง 2 คดี ปัจจุบันถูกฝากขังผัด 3 อย่างเงียบเชียบ
ภาพบุรินทร์ อินติน เพิ่งปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์หรือโลกออนไลน์เคียงคู่ สิรวิชญ์ เสรีธิวัตน์ หรือจ่านิว และคนอื่นๆ ในกลุ่มพลเมืองโต้กลับในเหตุการณ์ "ยืนเฉยๆ" ครั้งที่ 3 เมื่อ 27 เม.ย.2559 ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อเรียกร้องให้ทหารปล่อยตัว วัฒนา เมืองสุข และประชาชนที่ถูกทหารคุมตัวไปก่อนหน้านั้น
ผู้คนอาจงุนงงสงสัยว่าเขาคือใคร เนื่องจากเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่นักกิจกรรมทางการเมือง และไม่ใช่ชาวบ้านขาประจำที่ร่วมกิจกรรมทางการเมืองมายาวนานจนเป็นที่รู้จัก และนั่นทำให้การคุมขังเขาในเรือนจำเป็นไปอย่างเงียบเชียบ
ย้อนกลับไปที่เหตุการณ์นั้น สมาชิกพลเมืองโต้กลับที่ปรากฏตัวที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ทั้งหมดถูกนำตัวไปสน.พญาไท รวมถึงบุรินทร์ด้วย และในระหว่างการสอบสวนนั้นเอง ทหารได้บุกเข้าควบคุมตัวบุรินทร์ถึงห้องสอบสวนนำขึ้นรถตู้ออกไปโดยไม่รู้ที่หมาย...เพียงคนเดียว ท่ามกลางความสับสนงุนงงของทุกคนที่สถานีตำรวจ เขาอยู่ในความควบคุมของทหาร 1 วัน ก่อนตำรวจจะนำตัวเขามาแถลงข่าวแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 112
นายทหารยศพันเอกชื่อเดียวกับเขา คือ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนถึงที่มาที่ไปของการจับและแจ้งข้อหานี้ว่า ทหารเฝ้าติดตามพฤติกรรมบุรินทร์ อินตินมาตลอด สายข่าวพบการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Burin Intin ในลักษณะต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลและ คสช.รวมทั้งมีการแชตพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยมีข้อความลักษณะหมิ่นเบื้องสูง เข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กระทั่งวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา เวลา 12.13 น.นายบุรินทร์โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 40 นาที พร้อมข้อความ "นู๋อยากโดนอุ้ม#ปล่อยเพื่อนเราที่โดนอุ้ม" ก่อนจะมีบุคคลเข้ามาแสดงความคิดเห็นในคลิปดังกล่าว และนายบุรินทร์ตอบความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นเบื้องสูง
ไม่นานหลังการให้ข่าวนี้ มีการออกหมายจับ 'แม่จ่านิว' หรือพัฒน์นรี เสรีธิวัฒน์ ในข้อหาความผิดตามมาตรา 112 โดยตำรวจอ้างถึงการสนทนาส่วนตัวในกล่องข้อความของเฟซบุ๊ก ระหว่าง บุรินทร์ กับ แม่จ่านิว เนื้อหาที่สนทนานั้นไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่เข้าไปช่วยเหลือทางคดีกับแม่จ่านิวได้ออกมาเปิดเผยว่า ตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาอ้างอิงบทสนทนาที่แม่จ่านิวตอบกลับบุรินทร์เพียงคำว่า "จ้า"
"จ้า" กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก พร้อมๆ กับคำถามว่าเจ้าหน้าที่เข้าถึงหลักฐานกล่องข้อความส่วนตัวได้อย่างไร จนในที่สุดตำรวจต้องออกมาแถลงข่าวว่าเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกกฎหมาย แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ขณะที่แม่จ่านิวก็ได้รับการประกันตัวในที่สุด
เวลานี้จึงมีบุรินทร์ อินติน เพียงคนเดียวที่ถูกจำคุกอยู่ เขาไม่มีญาติเยี่ยม และไม่มีเงินประกันตัวจนกระทั่งในการฝากขังผัดที่ 3 เมื่อ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มพลเมืองโต้กลับทำการระดมทุนได้ 300,000 บาทและยื่นประกันตัวบุรินทร์ แต่ศาลทหารปฏิเสธ
บุรินทร์ อินติน เป็นใคร?
หนุ่มคนงานช่างเชื่อมเหล็กร่างเล็ก วัย 28 ปี ผู้นี้มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดพะเยา เขาเรียนจบ ม.2 ครึ่ง ไม่ทันจบ ม.3 เพราะช่วงนั้นติดเกมส์อย่างหนัก บุรินทร์เล่าให้ฟังแบบซื่อๆ
บุรินทร์เล่าว่า ในคืนวันที่เขาถูกคุมตัวอยู่ที่ มทบ. 11 เจ้าหน้าที่ทหารพยายามที่จะให้เขามอบรหัสเฟซบุ๊กของเขาให้ แต่เขาไม่ยอมและใช้วิธีเงียบและ ไม่โต้เถียง ไม่ให้ข้อมูลแล้วก็ไม่ต่อปากต่อคำ นั่นอาจทำให้ผู้ควบคุมตัวไม่พอใจ ชายร่างใหญ่ในชุดปกติสวมหมวกไหมพรมคลุมศรีษะตบเขาที่บริเวณศรีษะอย่างแรงถึง 4 ครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ในห้องสอบสวนข่มขู่เขาว่า "มึงไม่รอดหรอก ไม่ได้ออกไปแน่ ถ้ามึงไม่บอกกู มึงจะโดนพาไปที่ๆ หนักกว่านี้"
เขายืนยันว่าเขาไม่ได้มอบรหัสเฟซบุ๊กให้เจ้าหน้าที่แต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่กลับนำสำเนาเอกสารการพูดคุยในกล่องข้อความที่ถูกระบุว่าเป็นของเขา ออกมาประกอบการสอบสวน ที่สำคัญ เอกสารดังกล่าวปรากฏก่อนที่จะมีการไปยึดคอมพิวเตอร์ที่บ้านเขาเสียอีก อย่างไรก็ตาม ทนายความระบุว่า บุรินทร์เป็นชาวบ้านธรรมดาที่เพิ่งมาสนใจการเมือง ไม่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีมากนัก เขาเริ่มเล่นเฟซบุ๊กมาได้สักพักใหญ่และตั้งรหัสแบบจำง่ายที่ชาวบ้านร้านตลาดมักทำกัน นั่นคือ หมายเลขโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
หลังการแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นสถาบันกับแม่จ่านิว โดยหลักฐานมาจากการสนทนากับบุรินทร์ ผู้คนในโลกไซเบอร์ต่างวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา จำนวนไม่น้อยสงสัยว่า บุรินทร์คือ "สาย" ของฝ่ายความมั่นคงที่พยายามมาตีสนิทและ "ล่อซื้อ" อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า บุรินทร์นั้นถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 แล้ว 2 คดี คดีแรกจากการตอบคอมเม้นท์หรือโพสต์ในเฟซบุ๊ก ส่วนคดีที่สองที่ตามมาคือ บทสนทนาส่วนตัวกับแม่จ่านิวนั่นเอง
เมื่อถามเขาว่าเขาเริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่เมื่อไร บุรินทร์บอกว่า เขาสนใจการเมืองตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เหตุเพราะชอบฟังเพลงเพื่อชีวิตโดยเฉพาะ วงคาราบาว นี่ชอบเป็นพิเศษ
"เริ่มแรกผมไม่ชอบนักการเมือง แต่ต่อมาผมยึดหลักว่าหากว่าใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมก็จะช่วยเหลือ" บุรินทร์กล่าว
เมื่อถามว่าบุรินทร์เป็นเสื้อแดงใช่หรือไม่ บุรินทร์ปฏิเสธและออกตัวว่า "ผมเป็นแค่คนที่เห็นใจคนเสื้อแดงเท่านั้น เพราะจากเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมา คนเสื้อแดงเป็นฝ่ายถูกกระทำ ในบางประเด็นผมก็ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดงอย่างเรื่องนิรโทษกรรมเหมาเข่ง เพราะผมคิดถึงคนที่เขาสูญเสียชีวิตหรือสูญเสียคนที่เขารักจากในเหตุการณ์ ถ้าคนที่เป็นผู้สั่งการไม่ต้องรับผิดแล้วพวกเขาจะมีความรู้สึกอย่างไร"
บุรินทร์เล่าว่าเขาเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองครั้งแรกจริงๆ ก็ในช่วงเหตุการณ์ที่นักศึกษาโดนจับที่ สน.ปทุมวัน แม้การร่วมกิจกรรมดังกล่าวอาจถูกมองว่ามีความเสี่ยงในการท้าทายกฎหมาย แต่เขายืนยันว่ามันเป็นการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ชอบธรรม
บุรินทร์ทิ้งท้ายว่า ต่อให้จับเขามาขัง เขาก็จะยังไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้ต่อตามสภาพที่เขาพอจะทำได้ต่อไป
ราชวงศ์ และ ทหารเผด็จการ คือ ศัตรูผู้ปองร้ายประชาชนหัวก้าวหน้า
ราชวงศ์ และ ทหารเผด็จการ คือ ศัตรูผู้ปองร้ายประชาชนหัวก้าวหน้า โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 25 พ.ค. 2559
---------------------
****************************
หากท่านคิดดี หวังดี และมั่นใจในความดีของท่าน ขอให้ปาวารณาตัว ร่วมเป็นมดแดงล้มช้าง ได้ที่
หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt
หากลิ้งค์ข้างบนถูกบล็อก ให้ส่งรายละเอียดไปที่ 4everche@gmail.com โดยระบุ
1. ชื่อ (จัดตั้งหรือชื่อกลุ่ม)
2. จำนวนสมาชิกในเครือข่าย
3. จังหวัดและอำเภอ
4. อีเมล์
5. ไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์
6. อาชีพของท่านหรือสมาชิก
Subscribe to:
Comments (Atom)
โพสต์ล่าสุด
รายงานเปรียบเทียบอิสราเอลและอิหร่าน: อดีต ปัจจุบัน และความขัดแย้ง
ภาพประกอบ: สะท้อนข่าวลือที่มักมาก่อนความจริง บทนำ ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเป็นหนึ่งในประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนและสำคัญท...
Popular Posts
-
เหตุผลที่ต้องเลือกตั้งใหม่ - คุ้มค่ากว่าที่คิด! เหตุผลที่ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ คุ้มค่ากว่าที่คิ...
-
แบบประเมินเลือกนายกรัฐมนตรี (0–10) แบบประเมิน “เลือกนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด” (ให้คะแนน 0–10) ให้คะแนนตามห...
-
Muslims are broadly divided into several groups based on theological, legal, and geopolitical differences, with the primary split being betw...
-
ความรับผิดของ กกต. ตามกฎหมายไทย ความรับผิดของ กกต. หากกระทำผิดและก่อให้เกิดความเสียหาย หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กระทำการ...
-
เลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์: เมื่อความชอบธรรมจอมปลอมถูก “ดันไปข้างหน้า” ทั้งที่รอยรั่วเต็มแผ่นดิน การเลือกตั้งโสมม: เมื่อค...
-
ถึงพี่น้องผู้รักความก้าวหน้า ถึงพี่น้องผู้รักความก้าวหน้า พี่น้องผู้รักความก้าวหน้าทุกคน, ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจทำให้หลา...
-
ภาพประกอบ ผู้นำการปฏิวัติอิหร่าน 1979 โคไมนี การโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล (เรียกว่า Operation Epic Fury) ซึ่งนำไปส...
-
ข่าวที่เกี่ยวข้อง https://x.com/GuntherEagleman/status/2029981895534981258?s=20 คดีหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในศาลรัฐบาลกลางที่บรู๊...
-
พฤติกรรมของรัฐบาลอิหร่านที่ทำให้ยากต่อการแก้ตัวต่อการกระทำของอิสราเอลและสหรัฐฯ พฤติกรรมของรัฐบาลอิหร่านตลอดเกือบ 50 ป...
-
ความไม่ชอบมาพากลของการเลือกตั้ง 2569 ในประเทศไทย – DeepSearch พิสูจน์ทุกซอกมุม ความไม่ชอบมาพากลของการเลือกตั้ง 2569 ในป...





