Giving what you find most difficult to give is true giving.
พ่อ-แม่ ควรอ่าน! ปรัชญาชีวิต 20 ข้อ เอาไว้ “สอนลูก” อ่านให้จบ (ดีมาก) ข้อ ที่ควรให้ลูกรู้และปฏิบัติ ก่อนอายุ 45 ปี
ดร. เพียงดิน รักไทย 28 มกราคม 2560 ใครกันแน่ คือ มดแดงล้มช้าง? ราคาคุยมั๊ง?
ดร. เพียงดิน รักไทย 28 มกราคม 2560 ใครกันแน่ คือ มดแดงล้มช้าง? ราคาคุยมั๊ง?
---------------------
***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ๆ ที่ http://tinyurl.com/gsetacg
***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ
สนับสนุนแนวทางมดแดงล้มช้าง ของ คณะราษฎรเสรีไทย กับ ดร. เพียงดิน
ส่งข้อมูลลับผ่านช่องทางที่ปลอดภัยทางลิ้งค์ต่อไปนี้
หรือที่นี่ http://tinyurl.com/pcqjppt
****ลิ้งค์ล่าสุด http://tinyurl.com/gssuvm2
และรายงานการปฏิบัติงานและความคืบหน้าเครือข่าย ได้ที่ 4everche@gmail.com
----------------------
สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน
Giving what you find most difficult to give is true giving.
ค่านิยมไทย ที่ฉุดรั้งพัฒนาการประชาธิปไตย โดย ตาอยู่
"ประเทศเป็นของใคร” โดย ตาสีตาสา
"ประเทศเป็นของใคร"
โดย ตาสีตาสา
ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักคือ ระบอบการปกครองครับ
ถ้าประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยประเทศนั้นเป็นของประชาชนทุกคนและประชาชนทุกคนคือผู้ได้รับผลประโยชน์จากการทำงานของรัฐบาลครับ เราทุกคนคือผู้กำหนดทิศทางของประเทศ โดยผ่านรัฐบาลที่เราเลือกมาเป็นลูกจ้างทำงานให้เรา ถ้าลูกจ้างห่วยแตกเราสามารถไล่ออกได้ ด้วยวิธีการทางรัฐสภา และการไม่เลือกเขาในสมัยต่อไป ถ้าเขาโกงกิน คอรัปชั่น เราก็มีกฏหมายใว้ลงโทษ แต่ทั้งนี้ เราต้องมีค่านิยมที่เป็นประชาธิปไตยด้วย ระบบการปกครองมันถึงจะได้ผล(ค่านิยมที่ว่าคือหลักสิทธิมนุษยชน) ประเทศเราทุกวันนี้ ใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย แต่เรามีค่านิยมเก่าที่ติดมาจากระบบการปกครองเก่า(ค่านิยมของสังคมแบบศักดินา) อันสืบทอดต่อเนื่องมาหลายร้อยปี จนเป็นสันดาน ด้วยเหตุนี้ค่านิยมของสังคมไทย จึงเป็นกติกาของระบบอุปถัมภ์ มีนาย มีเส้น มีบริวาร มีพวกอวย ประจบสอพลอ ที่เป็นตัวทำลายกติกา ทำลายความยุติธรรมและทำลายกฏหมาย คล้ายๆกับเก๊งค์มาเฟีย แต่รุนแรงกว่า ตรงที่ค่านิยมนี้มันลามไปทุกตัวคนไม่เว้นแม้แต่ลูกเด็กเล็กแดงจนถึงคนใหญ่คนโตและรวมถึงระบบการทำงานของรัฐบาล ผู้มีอำนาจมักสร้างความเป็นอภิสิทธิ์ชนให้ตน ด้วยการชุบเลี้ยงส่งเสริมนักการเมือง ชุบเลี้ยงนายตำรวจ ชุบเลี้ยงนายทหาร ชุบเลี้ยงผู้มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรม กระบวนการทางกฏหมาย ให้ได้เป็นใหญ่เป็นโต เพื่ออกดดัน ควบคุม กำหนดทิศทางการทำงานของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐให้เป็นประโยชน์แก่ตน พูดง่ายใครมีเงินก็ลงทุนขุดขุมทรัพย์ใว้ด้วยการซื้อตัวเจ้าหน้าที่รัฐพวกนี้เอาใว้แล้วกอบโกยผลประโยชน์ที่ประชาชนควรจะได้ เข้ากระเป๋าตัวเอง เพราะฉะนั้นเจ้าของประเทศนี้จึงไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นของอภิสิทธิ์ชนไม่กี่คนเท่านั้น ทั้งที่เราปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยซึ่งผลประโยชน์ควรจะเป็นของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม นี่คือค่านิยมแบบเก่าที่สร้างความยากจนให้ประชาชน ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลายๆประเทศต้องเปลี่ยนระบบการปกครอง
"ประเทศเป็นของใคร” โดย ตาสีตาสา
"ประเทศเป็นของใคร"
โดย ตาสีตาสา
ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักคือ ระบอบการปกครองครับ
ถ้าประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยประเทศนั้นเป็นของประชาชนทุกคนและประชาชนทุกคนคือผู้ได้รับผลประโยชน์จากการทำงานของรัฐบาลครับ เราทุกคนคือผู้กำหนดทิศทางของประเทศ โดยผ่านรัฐบาลที่เราเลือกมาเป็นลูกจ้างทำงานให้เรา ถ้าลูกจ้างห่วยแตกเราสามารถไล่ออกได้ ด้วยวิธีการทางรัฐสภา และการไม่เลือกเขาในสมัยต่อไป ถ้าเขาโกงกิน คอรัปชั่น เราก็มีกฏหมายใว้ลงโทษ แต่ทั้งนี้ เราต้องมีค่านิยมที่เป็นประชาธิปไตยด้วย ระบบการปกครองมันถึงจะได้ผล(ค่านิยมที่ว่าคือหลักสิทธิมนุษยชน) ประเทศเราทุกวันนี้ ใช้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย แต่เรามีค่านิยมเก่าที่ติดมาจากระบบการปกครองเก่า(ค่านิยมของสังคมแบบศักดินา) อันสืบทอดต่อเนื่องมาหลายร้อยปี จนเป็นสันดาน ด้วยเหตุนี้ค่านิยมของสังคมไทย จึงเป็นกติกาของระบบอุปถัมภ์ มีนาย มีเส้น มีบริวาร มีพวกอวย ประจบสอพลอ ที่เป็นตัวทำลายกติกา ทำลายความยุติธรรมและทำลายกฏหมาย คล้ายๆกับเก๊งค์มาเฟีย แต่รุนแรงกว่า ตรงที่ค่านิยมนี้มันลามไปทุกตัวคนไม่เว้นแม้แต่ลูกเด็กเล็กแดงจนถึงคนใหญ่คนโตและรวมถึงระบบการทำงานของรัฐบาล ผู้มีอำนาจมักสร้างความเป็นอภิสิทธิ์ชนให้ตน ด้วยการชุบเลี้ยงส่งเสริมนักการเมือง ชุบเลี้ยงนายตำรวจ ชุบเลี้ยงนายทหาร ชุบเลี้ยงผู้มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรม กระบวนการทางกฏหมาย ให้ได้เป็นใหญ่เป็นโต เพื่ออกดดัน ควบคุม กำหนดทิศทางการทำงานของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐให้เป็นประโยชน์แก่ตน พูดง่ายใครมีเงินก็ลงทุนขุดขุมทรัพย์ใว้ด้วยการซื้อตัวเจ้าหน้าที่รัฐพวกนี้เอาใว้แล้วกอบโกยผลประโยชน์ที่ประชาชนควรจะได้ เข้ากระเป๋าตัวเอง เพราะฉะนั้นเจ้าของประเทศนี้จึงไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นของอภิสิทธิ์ชนไม่กี่คนเท่านั้น ทั้งที่เราปกครองด้วยระบบประชาธิปไตยซึ่งผลประโยชน์ควรจะเป็นของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม นี่คือค่านิยมแบบเก่าที่สร้างความยากจนให้ประชาชน ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลายๆประเทศต้องเปลี่ยนระบบการปกครอง
"ทำไมโลกนี้ถึงมีความงมงาย" ??
"ทำไมโลกนี้ถึงมีความงมงาย" ??
โดย ตาสีตาสา
เพราะระบอบการปกครองของทุกประเทศในสมัยโบราณ(ไม่เว้นแม้แต่ในยุโรป) จำเป็นต้องทำให้ประชาชนทุกคนเชื่อมั่นและศรัทธาว่าผู้ปกครองคือผู้มีบุญญาธิการสูงที่สุด เปรียบเสมือนกับเทพเจ้าองค์หนึ่ง หรือที่เราเคยได้ยินคำว่า"สมมุติเทพ"กันบ่อยๆนั่นเอง จึงเกิดการสร้างค่านิยมงมงาย แบบ"เทวนิยม" ให้ประชาชนกันอย่างมากมาย เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อว่าความงมงายเหล่านี้เป็นเรื่องจริง จึงทำให้ประชาชนไม่แข็งข้อ( ต้องใช้คำว่าไม่มีความคิดที่จะแข็งข้อในสมองเลยเสียด้วยซ้ำ ) เพราะเชื่อสนิทใจว่าเทพองค์นี้คือผู้มีบุญญาสูงส่ง ไม่มีใครเทียบได้ เขาจึงสมควรแล้วที่จะเป็นใหญ่สูงสุดในอาณาจักรของเขา ...
................... เวลาผ่านไปนับร้อยนับพันปี ค่านิยมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนระบบการปกครองแบบเก่านั้นได้ฝังรากลึก จากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นสันดาน เป็นจิตวิญญาน ทุกคนในยุคนั้นจะต้องมีค่านิยมแบบนี้ ใครที่ไม่เชื่อจะถูกรังเกียจ ถูกมองว่าเป็นพวกกบฏ แหกคอก จึงไม่มีใครกล้าที่จะไม่เชื่อ ถึงมีก็เป็นส่วนน้อยและไม่กล้าแสดงออกให้ใครรู้ ...... จนกระทั่งยุคสมัยของวิทยาศาสตร์ได้กำเนิดขึ้น โลกเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในอัตราทวีคูณ ต่างจากยุคแห่งความงมงายหลายร้อยเท่า ความเชื่อโบราณไม่อาจตอบคำถามอย่างมีเหตุผลในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ อย่างเช่น "หากบนฟ้ามีเทวดาจริง ทำไมเราจึงไม่เห็นพวกเขาสักที ในเมื่อเรามีเครื่องบิน หรือแม้แต่ยานอวกาศ ที่สามารถบินขึ้นไปบนฟ้า ทะลุก้อนเมฆ ที่เราเชื่อว่ามีเทวดาอยู่" เราก็มักจะได้คำตอบข้างๆคูๆว่า " เทวดามีอำนาจวิเศษ ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นได้" หรือ " เราไม่มีบุญพอที่จะมองเห็นเทวดาได้" อย่างนี้เป็นต้น เหล่านี้ทำให้คนจำนวนหนึ่งเริ่มกล้าที่จะไม่นับถือความเชื่องมงายโบราณอีกต่อไป อีกทั้งระบอบการปกครองแบบใหม่ๆก็ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาแทนที่ระบบการปกครองแบบเก่า โดยอาศัยตรรกะทางวิทยาศาสตร์ เพื่อจะทำให้ทุกคนในสังคมมีความเสมอภาค ยุติธรรม และพัฒนาสังคมมนุษย์ให้เจริญขึ้นตามกระแสโลกยุคใหม่ ความงมงายจึงค่อยๆหมดไป ปัจจุบันหลายประเทศเลิกมีค่านิยมที่โง่งมงาย และใช้วิทยาศาสตร์มาพัฒนาประเทศจนกลายเป็นประเทศที่เจริญแล้ว ดังเช่นประเทศแถบยุโรป และอเมริกา เหลืออยู่ไม่กี่ประเทศหรอกครับที่ยังมีค่านิยมเก่าๆที่ถ่วงความเจริญแบบนี้อยู่ จึงทำให้ประเทศเหล่านั้นกลายเป็นประเทศด้อยพัฒนา และประเทศกำลังพัฒนา
"ทำไมโลกนี้ถึงมีความงมงาย" ??
"ทำไมโลกนี้ถึงมีความงมงาย" ??
โดย ตาสีตาสา
เพราะระบอบการปกครองของทุกประเทศในสมัยโบราณ(ไม่เว้นแม้แต่ในยุโรป) จำเป็นต้องทำให้ประชาชนทุกคนเชื่อมั่นและศรัทธาว่าผู้ปกครองคือผู้มีบุญญาธิการสูงที่สุด เปรียบเสมือนกับเทพเจ้าองค์หนึ่ง หรือที่เราเคยได้ยินคำว่า"สมมุติเทพ"กันบ่อยๆนั่นเอง จึงเกิดการสร้างค่านิยมงมงาย แบบ"เทวนิยม" ให้ประชาชนกันอย่างมากมาย เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อว่าความงมงายเหล่านี้เป็นเรื่องจริง จึงทำให้ประชาชนไม่แข็งข้อ( ต้องใช้คำว่าไม่มีความคิดที่จะแข็งข้อในสมองเลยเสียด้วยซ้ำ ) เพราะเชื่อสนิทใจว่าเทพองค์นี้คือผู้มีบุญญาสูงส่ง ไม่มีใครเทียบได้ เขาจึงสมควรแล้วที่จะเป็นใหญ่สูงสุดในอาณาจักรของเขา ...
................... เวลาผ่านไปนับร้อยนับพันปี ค่านิยมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนระบบการปกครองแบบเก่านั้นได้ฝังรากลึก จากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นสันดาน เป็นจิตวิญญาน ทุกคนในยุคนั้นจะต้องมีค่านิยมแบบนี้ ใครที่ไม่เชื่อจะถูกรังเกียจ ถูกมองว่าเป็นพวกกบฏ แหกคอก จึงไม่มีใครกล้าที่จะไม่เชื่อ ถึงมีก็เป็นส่วนน้อยและไม่กล้าแสดงออกให้ใครรู้ ...... จนกระทั่งยุคสมัยของวิทยาศาสตร์ได้กำเนิดขึ้น โลกเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในอัตราทวีคูณ ต่างจากยุคแห่งความงมงายหลายร้อยเท่า ความเชื่อโบราณไม่อาจตอบคำถามอย่างมีเหตุผลในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ อย่างเช่น "หากบนฟ้ามีเทวดาจริง ทำไมเราจึงไม่เห็นพวกเขาสักที ในเมื่อเรามีเครื่องบิน หรือแม้แต่ยานอวกาศ ที่สามารถบินขึ้นไปบนฟ้า ทะลุก้อนเมฆ ที่เราเชื่อว่ามีเทวดาอยู่" เราก็มักจะได้คำตอบข้างๆคูๆว่า " เทวดามีอำนาจวิเศษ ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นได้" หรือ " เราไม่มีบุญพอที่จะมองเห็นเทวดาได้" อย่างนี้เป็นต้น เหล่านี้ทำให้คนจำนวนหนึ่งเริ่มกล้าที่จะไม่นับถือความเชื่องมงายโบราณอีกต่อไป อีกทั้งระบอบการปกครองแบบใหม่ๆก็ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาแทนที่ระบบการปกครองแบบเก่า โดยอาศัยตรรกะทางวิทยาศาสตร์ เพื่อจะทำให้ทุกคนในสังคมมีความเสมอภาค ยุติธรรม และพัฒนาสังคมมนุษย์ให้เจริญขึ้นตามกระแสโลกยุคใหม่ ความงมงายจึงค่อยๆหมดไป ปัจจุบันหลายประเทศเลิกมีค่านิยมที่โง่งมงาย และใช้วิทยาศาสตร์มาพัฒนาประเทศจนกลายเป็นประเทศที่เจริญแล้ว ดังเช่นประเทศแถบยุโรป และอเมริกา เหลืออยู่ไม่กี่ประเทศหรอกครับที่ยังมีค่านิยมเก่าๆที่ถ่วงความเจริญแบบนี้อยู่ จึงทำให้ประเทศเหล่านั้นกลายเป็นประเทศด้อยพัฒนา และประเทศกำลังพัฒนา
โพสต์ล่าสุด
สรุปข่าว: NATO ส่งสัญญาณหนุน “ลดภัยจากอิหร่าน” ผ่าน Operation Epic Fury (สหรัฐฯ นำ)
สรุปข่าว: NATO ส่งสัญญาณหนุน “ลดภัยจากอิหร่าน” ผ่าน Operation Epic Fury (สหรัฐฯ นำ) สรุปข่าว: NATO ส่งสัญญาณ...
Popular Posts
-
เหตุผลที่ต้องเลือกตั้งใหม่ - คุ้มค่ากว่าที่คิด! เหตุผลที่ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ คุ้มค่ากว่าที่คิ...
-
ถึงพี่น้องผู้รักความก้าวหน้า ถึงพี่น้องผู้รักความก้าวหน้า พี่น้องผู้รักความก้าวหน้าทุกคน, ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจทำให้หลา...
-
แบบประเมินเลือกนายกรัฐมนตรี (0–10) แบบประเมิน “เลือกนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด” (ให้คะแนน 0–10) ให้คะแนนตามห...
-
The Feudal System in Thailand The Feudal System in Thailand The feudal system in Thailand represents a soc...
-
ความสำคัญของการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และปราศจากการทุจริต ทำไมการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และปราศจากการทุจ...
-
ความเชื่อที่ว่าชาวยิวครองโลกหรือมีตระกูลยิวบงการเหตุการณ์สำคัญในโลก โดยมีศูนย์กลางที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นแนวคิดที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด (c...
-
คันฉ่องส่องกองทัพไทย: เมื่อกองทัพสู้เกมมวลชนด้วยวาทกรรม คันฉ่องส่องกองทัพไทย • ส่องวาทกรรม–ส่องโครงสร้าง ...
-
ความรับผิดของ กกต. ตามกฎหมายไทย ความรับผิดของ กกต. หากกระทำผิดและก่อให้เกิดความเสียหาย หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กระทำการ...
-
ตัวอย่างประเทศที่การเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีการ ตัวอย่างประเทศที่การเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีการ ประเทศที่การเลือก...
-
โทษของการซื้อสิทธิ-ขายเสียง 🚫 ซื้อสิทธิ–ขายเสียง มีโทษอะไรบ้าง? ความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งไทย (พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส. 2561) ...



