คสช.​ไม่ได้คืนความสุข แต่ได้ยัดเยียดความทุกข์ให้ปวงชนมาตลอด

"จากเด็กค่อนข้างร่าเริง ยายบอกว่า ทั้งสองสาวกลายเป็นคนเงียบๆ ซึมๆ ไปมากขึ้น นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่แม่ไม่ได้อยู่บ้านอีกต่อไป"
 
คำบอกเล่าของผู้เป็นยายถึงความรู้สึกหลานสาวหลังลูกสาวเธอ ศศิวิมล ผู้เป็น "แม่" ของเด็ก ต้องถูกคุมขังในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ในโทษสูงถึง 28 ปี 
--------------
ตั้งแต่รัฐประหาร มา 24 เดือนมีผู้คนจำนวนมาก 'ไม่ได้รับความสุข' จากคสช. หนำซ้ำกลับได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจทหารเหนือกระบวนการยุติธรรม จำนวนมากถูกดำเนินคดี จำนวนมากถูกจำคุก และอีกหลายจำนวนต้องตัดสินใจลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ  อ่านรายงานเต็ม   http://goo.gl/mHUOZ3 >> เมื่อทหารไม่ได้คืนแต่ "ความสุข"

จากการบันทึกข้อมูลของไอลอว์ ในยุคคสช.มีอย่างน้อย 93 คนที่ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำ เพราะการแสดงความคิดเห็น และอย่างน้อย 303 คนผ่านการถูกคุมขังในค่ายทหาร ปัจจุบันบุคคลที่ยังถูกคุมขังอยู่เพราะการแสดงออกอย่างสงบมีอย่างน้อย 44 คน ซึ่งเป็นการคุมขังตามคำพิพากษา 26 คน และเป็นการคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี 18 คน
สำหรับจำนวนคนถูกประกาศเรียกรายงานตัวตามคำสั่งคสช.เท่าที่บันทึกได้จากการรายงานของสื่อมวลชน และคำบอกเล่าที่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้มี 480 คน จากจำนวนนี้ จนถึงปัจจุบันมีคนเข้ารายงานตัวแล้ว 349 คน ส่วนอีก 131 คน ยังไม่ทราบชะตากรรม จากการเก็บข้อมูลพบว่า ปัจจุบันมีคนไทยที่ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน เพราะหนีภัยทางการเมืองมากกว่า 200 คน 

พูดก็พูดเถอะ ! 
หลากหลายเรื่องราวการพลัดพรากที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการใช้อำนาจของรัฐที่ใช้อารมณ์ในกระบวนการยุติธรรมมากกว่าเหตุผล ผู้คนจำนวนมากเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่ได้รับผลกระทบเพียงเพราะการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ตลอดสองปีของคสช.ได้บีบให้คนจำนวนมากไม่มีทางเลือก ผู้ได้รับผลกระทบต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ธุรกิจล้มละลายหาย บางคนไม่ได้กลับประเทศ เพียงเพราะความคิดเห็นแตกต่างทางการเมือง ...

อ่านรายงานตอนอื่นๆ ที่
http://goo.gl/30Wn1e >> เมื่อทหารทำตัวเป็นศาลและอัยการ
http://goo.gl/NLoFsj >> เมื่อทหารทำตัวเป็นตำรวจ
http://goo.gl/L7Uz4m >> เมื่อทหารทำตัวเป็น "กองเซ็นเซอร์"
 http://goo.gl/pkA73C >> เมื่อทหารทำตัวเป็นผู้คุมฯ

สองปีที่เกินกว่า "เสียของ” โดย วัฒนา เมืองสุข

สองปีที่เกินกว่า "เสียของ"

ผมเห็นภาพคนไทยจำนวนหนึ่งไปรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในโอกาสครบรอบสองปีของการยึดอำนาจทำให้ผมมีความหวัง เพราะผมเชื่อมาตลอดว่าเมื่อประชาชนไม่กลัวไม่เคยมีใครชนะประชาชน ผมจำได้ว่าเมื่อสองปีที่แล้ว มีบุคคลคณะหนึ่งเรียกตัวเองว่า คสช. อ้างสถานการณ์ความไม่สงบที่ก่อขึ้นโดยคนที่พวกเค้าคุ้นเคยเข้ายึดอำนาจการปกครอง ส่วนวัตถุประสงค์เป็นไปตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 1/2557 ที่ผมโพสต์มาให้ดูเพื่อกันลืม
สองปีที่ผ่านมาได้เกิดความเสียหายกับประเทศแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจที่ล้มเหลว เช่น ส่งออกติดลบ การบริโภคภายในตก ไม่มีการลงทุนใหม่ สุดท้ายต้องกระตุ้นด้วยการใช้จ่ายภาครัฐก็โกงกันเองได้แก่ โครงการแก้ภัยแล้งที่เอางานให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ไปขายต่อ เป็นต้น สังคมแตกแยกมากขึ้นเพราะการเลือกปฏิบัติ ส่วนการแก้ปัญหาความสงบที่บังคับไม่ให้คนพูดหรือแสดงความเห็นต่างไม่ยั่งยืนและไม่สงบจริง ที่แย่ไปกว่านั้นคือการละเมิดสิทธิมนุษยชนจนทำให้ประเทศไทยถูกประณามในที่ประชุม UPR ของสหประชาชาติ ยังไม่นับรวมการบริหารที่ขาดวิสัยทัศน์ ตัดเบี้ยคนชรา ยกเลิกการเรียนฟรีของเด็ก ม.ปลายโดยอ้างว่าไม่มีงบประมาณแต่กลับมีเงินไปซื้ออาวุธให้กองทัพ
ยึดอำนาจได้ไม่ถึงสองเดือน คนพวกนี้ก็เริ่มหากินกับงบประมาณของรัฐ เอกสารที่ผมโพสต์มาให้ดูระบุชัดเจนว่า คสช. เป็นผู้ให้ความเห็นชอบให้ อผศ. ได้รับงานขุดลอกคูคลอง แหล่งน้ำจากหน่วยงานของรัฐโดยไม่ต้องประกวดราคาโดยรู้อยู่แต่แรกแล้วว่า อผศ. ไม่มีความพร้อม ดังนั้น คสช. และ อผศ. คือตัวการร่วมกันในความผิดฐานหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา ผลของการทุจริตทำให้ อผศ. ได้งานจากรัฐโดยไม่ต้องประกวดราคาถึง 1,120 สัญญา คิดเป็นมูลค่า 6,537,189,001 บาท จากนั้นก็เอางานไปขายต่อเพื่อชักหัวคิวแบ่งกัน ทำให้รัฐได้รับความเสียหายจากการจ้างที่แพงขึ้นเพราะไม่มีการแข่งขันราคา รวมทั้งผู้รับจ้างช่วงทิ้งงานเพราะถูกชักหัวคิวจนทำงานไม่ได้ ส่วนประชาชนที่ตรวจสอบถูกข่มขู่และเรียกปรับทัศนคติ ทั้งที่ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐอยู่ในลำดับที่ 22 ของบัญชีท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2559 ซึ่งถือว่าบุคคลที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดเป็นมาเฟียหรือเป็นผู้มีอิทธิพลที่ต้องจัดการด้วยอำนาจพิเศษ แต่อำนาจที่ว่านี้มีไว้ใช้จัดการกับฝ่ายตรงข้ามที่ไม่มีทางสู้ เช่นนายเนติวิทย์เด็กนักเรียนที่ถูกทหารบุกบ้านเพราะเป็นผู้มีอิทธิพล หรือสตรีเช่นแม่จ่านิวและพระที่อยู่ตรงข้ามกับพวกตน ส่วนตัวเองกับพวกที่ทุจริตหรือพระที่สนับสนุนการปฏิวัติขนาดบุกไปปิดสถานทูตอเมริกากลับไม่เคยถูกดำเนินการ
คสช. เรียกร้องให้ทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่กับตัวเองและพวกกลับอาศัยมาตรา 279 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่อ้างว่าปราบโกงที่ผมโพสต์มาให้ดูหลบหนีการตรวจสอบ มาตราดังกล่าวบัญญัติให้การกระทำทุกอย่างของ คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทำให้ไม่อาจเอาผิดกับ คสช. แม้มีการทุจริต คงหายสงสัยนะครับว่าทำไม คสช. จึงกล้าใช้อำนาจตามอำเภอใจและไม่สนใจที่จะตรวจสอบการทุจริต สู้เอาเวลาไปซื้ออาวุธและจัดการกับคนที่ค้านหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญดีกว่า พี่น้องประชาชนคิดอย่างไรอย่าลืมออกมาบอกในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นะครับ
วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
23 พฤษภาคม 2559

ข้ออ้างที่ไม่ได้เรื่องของผู้สนับสนุนเผด็จการไทย ในสายตาฝรั่ง แอน นอร์แมน

ข้ออ้างที่ไม่ได้เรื่องของผู้สนับสนุนเผด็จการไทย ในสายตาฝรั่ง แอน นอร์แมน

คุณแอน กล่าวว่า

ความเห็นนี้ตอบความเห็นข้างล่างเรื่องที่บอกอียูว่าอย่าเสือกเรื่องของประเทศไทย

สิทธิมนุษยชนสากลเป็นธุระของทุก ๆ คน เพราะมันเป็นสิ่งที่นับถือกันระดับนานาชาติ และเพราะประเทศไทยได้ลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนสากลต่าง ๆ ที่อ้างว่าประเทศไทยมีความพิเศษ และกฎธรรมดาทั่วไปมาใช้กับประเทศไทยไม่ได้นั้น ถือว่าไม่ใช่คำตอบ สำหรับข้อความที่ว่า คนไทยทุกคนรักกษัตริย์ของพวกเขานั้น ก็ไม่จริงเสียทีเดียว หากจะเอาให้ตรงเป้าก็คือ มันไม่เกี่ยวกันเลย เพราะกษัตริย์กำลังจะจากไปในเร็ววันนี้และคนไทยจะต้องทนทุกข์ทรมาณกับเจ้าชายวชิราลงกรณ์ที่โหดร้ายและไม่อยู่กับร่องกับรอย ผู้ซึ่งพวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้รักจริง ๆ มันถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปิดให้มีการพูดคุยกันอย่างเปิดเผยถึงปัญหาที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุด และด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องมีเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งคนไทยจำนวนมากเรียกร้องหา ให้ชาวโลกยืนอยู่ข้างคนไทยที่เรียกร้องหากสิทธิในการจะถกกันถึงอนาคตทางการเมืองของพวกเขาเถิด--- แอน นอร์แมน



This comment is in response to the comments below the story telling the EU to mind its own business: "International human rights are everyone's business because they are international and because Thailand has signed onto the relevant international human rights treaties. 'Thailand is special' and 'the ordinary rules don't apply in Thailand' is not an answer. As for the statement, 'All Thais love their King,' that is not entirely true; however, more to the point, it is irrelevant because the King is going to be gone very soon and the Thais will have to endure the cruel and erratic Prince Vajiralongkorn, who they most certainly do not love. It's time for Thailand to openly discuss its very serious and immediate problems, and for that we need freedom of speech, which many Thais are now demanding. Let the world stand with the Thais demanding the right to discuss their political future." -- Ann Norman.

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง

ข้ออ้างที่ไม่ได้เรื่องของผู้สนับสนุนเผด็จการไทย ในสายตาฝรั่ง แอน นอร์แมน

ข้ออ้างที่ไม่ได้เรื่องของผู้สนับสนุนเผด็จการไทย ในสายตาฝรั่ง แอน นอร์แมน

คุณแอน กล่าวว่า

ความเห็นนี้ตอบความเห็นข้างล่างเรื่องที่บอกอียูว่าอย่าเสือกเรื่องของประเทศไทย

สิทธิมนุษยชนสากลเป็นธุระของทุก ๆ คน เพราะมันเป็นสิ่งที่นับถือกันระดับนานาชาติ และเพราะประเทศไทยได้ลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนสากลต่าง ๆ ที่อ้างว่าประเทศไทยมีความพิเศษ และกฎธรรมดาทั่วไปมาใช้กับประเทศไทยไม่ได้นั้น ถือว่าไม่ใช่คำตอบ สำหรับข้อความที่ว่า คนไทยทุกคนรักกษัตริย์ของพวกเขานั้น ก็ไม่จริงเสียทีเดียว หากจะเอาให้ตรงเป้าก็คือ มันไม่เกี่ยวกันเลย เพราะกษัตริย์กำลังจะจากไปในเร็ววันนี้และคนไทยจะต้องทนทุกข์ทรมาณกับเจ้าชายวชิราลงกรณ์ที่โหดร้ายและไม่อยู่กับร่องกับรอย ผู้ซึ่งพวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้รักจริง ๆ มันถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปิดให้มีการพูดคุยกันอย่างเปิดเผยถึงปัญหาที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุด และด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องมีเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งคนไทยจำนวนมากเรียกร้องหา ให้ชาวโลกยืนอยู่ข้างคนไทยที่เรียกร้องหากสิทธิในการจะถกกันถึงอนาคตทางการเมืองของพวกเขาเถิด--- แอน นอร์แมน



This comment is in response to the comments below the story telling the EU to mind its own business: "International human rights are everyone's business because they are international and because Thailand has signed onto the relevant international human rights treaties. 'Thailand is special' and 'the ordinary rules don't apply in Thailand' is not an answer. As for the statement, 'All Thais love their King,' that is not entirely true; however, more to the point, it is irrelevant because the King is going to be gone very soon and the Thais will have to endure the cruel and erratic Prince Vajiralongkorn, who they most certainly do not love. It's time for Thailand to openly discuss its very serious and immediate problems, and for that we need freedom of speech, which many Thais are now demanding. Let the world stand with the Thais demanding the right to discuss their political future." -- Ann Norman.

ลิ้งค์ที่เกี่ยวข้อง

ดร.​ทักษิณ ชินวัตร ส่งสาส์นแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของคุณยายสมบุญ เรืองศรี

ดร.​ทักษิณ ชินวัตร ส่งสาส์นแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของคุณยายสมบุญ เรืองศรี คุณยายนักประชาธิปไตย ที่ร่วมงานกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในอเมริกามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา  


ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณยายสมบุญ เรืองศรี ทุกท่านด้วยนะครับ 

ขอบคุณท่านทักษิณ ที่มีน้ำใจละเอียดอ่อน ไม่ทอดทิ้งประชาชน แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่ร่วมสู้กันมา ทุกกำลังใจจากมิตรร่วมทัพเป็นสิ่งมีค่าอย่างยิ่ง

ดร.​ทักษิณ ชินวัตร ส่งสาส์นแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของคุณยายสมบุญ เรืองศรี

ดร.​ทักษิณ ชินวัตร ส่งสาส์นแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวของคุณยายสมบุญ เรืองศรี คุณยายนักประชาธิปไตย ที่ร่วมงานกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในอเมริกามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา  


ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณยายสมบุญ เรืองศรี ทุกท่านด้วยนะครับ 

ขอบคุณท่านทักษิณ ที่มีน้ำใจละเอียดอ่อน ไม่ทอดทิ้งประชาชน แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่ร่วมสู้กันมา ทุกกำลังใจจากมิตรร่วมทัพเป็นสิ่งมีค่าอย่างยิ่ง

สองปีหลังรัฐประหาร ความทุกข์ร้อน ยิ่งท่วมท้น บนความแตกแยกทางการเมืองแบบสุดขั้ว

Two years after coup, democracy in Thailand still not within reach

Unhappiness with the coup-makers has mounted across the deep political divide


http://www.scmp.com/news/asia/southeast-asia/article/1950990/two-years-after-coup-democracy-thailand-still-not-within



ประเทศไทย มีการสังหารผู้ปกป้องทรัพยากรและผลประโยชน์สาธารณะมากที่สุดในโลก เลยทีเดียว

Murdered After
Defending Thailand's
Environment

By Seth Mydans May. 23, 2016 May. 23, 2016 Comment
  • Thailand is among the world's most dangerous countries in which to oppose powerful interests that profit from coal plants, toxic waste dumping, land grabs or illegal logging. Some 60 people who spoke out on these issues have been killed over the past 20 years, although few perpetrators have been prosecuted in a culture in which powerful people have the last word and professional killers are easy to find.

อ่านต่อที่ 

http://lens.blogs.nytimes.com/2016/05/23/murdered-for-defending-thailands-environment/?_r=0




กรณีเด็กสาวชาวเขาถูกไฟครอกเสียชีวิต Thailand has poor health and safety standards and accidents are common across the kingdom.

Thailand has poor health and safety standards and accidents are common across the kingdom.

กปปส.​กลับใจ: ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย(YPD.) ออกแถลงการณ์ผ่านทางเฟสบุ๊ก Young People for Social-Democracy Movement, Thailand – YPD

การแถลงข่าวของกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นกิ่งก้านสาขาของ กปปส. ใช้ชื่อว่า กลุ่มประสานงานเยาวชนสังคมนิยมเพื่อประชาธิปไตย(Young People for Social – Democracy Movement, Thailand หรือ YPD) ซึ่งมีการกล่าวหา กรธ. โดยเฉพาะเรื่องข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐธรรมนูญไม่ยึดโยงประชาชน ซึ่งตนไม่แน่ใจว่ากลุ่มนี้เป็น กปปส.จริงหรือไม่ และในเรื่องรัฐธรรมนูญที่เขาอ้างว่า ไม่ยึดโยงกับประชาชนนั้น ไม่ถูกต้อง"(อ่านข่าวที่นี่)

ทาง"ศูนย์ ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย"มีความไม่สบายใจต่อการให้ สัมภาษณ์ดังกล่าวเนื่องจากผิดเพี้ยนและบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความเข้าใจผิดของสาธารณชนได้ จึงต้องขอโอกาสชี้แจงต่อสังคมใน 2 ประเด็นดังต่อไปนี้

1. "ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย" เป็นกลุ่มกิจกรรมที่มีความสนใจทางการเมืองแนวสังคมนิยมประชาธิปไตย (Social Democracy) ก่อตั้งเมื่อปี 2545 โดยนักกิจกรรม นักศึกษา นักอนุรักษ์ สื่อมวลชน โดยมีจุดประสงค์ที่จะสร้างสังคมประชาธิปไตยที่มีทั้งประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ และประชาธิปไตยทางการเมือง เน้นทำงานกับกลุ่มเยาวชน คนหนุ่มสาว เชื่อมโยงกับขบวนการภาคประชาชนทั้งแรงงานและเกษตรกร ทั้งยังเป็นเครือข่ายสมาชิกกับองค์กร International Union of Socialist Youth ซึ่งเป็นองค์กรเยาวชนที่มีแนวคิดแบบสังคมนิยมประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ในระบบรัฐสภา มีสมาชิกจากกว่า 134 ประเทศทั่วโลก
"ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย" มีธรรมนูญองค์กรและโครงสร้างองค์กรแบบไม่มีประธาน สมาชิกทุกคนมีอิสระในการแสดงความเห็นในฐานะปัจเจกบุคคล แต่หากจะแสดงจุดยืนในนามขององค์กร ก็ต้องผ่านการลงมติในที่ประชุม เพราะฉะนั้น ในสถานการณ์ทางการเมืองเมื่อปี 2556-2557 สมาชิกบางคนจึงเข้าร่วมการเคลื่อนไหวของ กลุ่มกปปส.ซึ่งเป็นสิทธิในทางการเมืองในนามปัจเจกบุคคลเป็นธรรมดา

"ศูนย์ ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย" ไม่เคยออกแถลงการณ์หรือแสดงจุดยืนใดๆในนามองค์กรในช่วงสถานการณ์ทางการเมือง ปี 2556-2557 ดังนั้นการจะมากล่าวหาว่า ตีตราว่า องค์กรเป็น กปปส. ไม่เป็นกปปส. หรือแม้กระทั้งจะกล่าวหาว่าเป็นกลุ่มทางการเมืองฝั่งตรงข้ามจึงเป็นเรื่อง ที่ไร้เหตุผล

สะท้อนการปฏิบัติหน้าที่โฆษกที่ผิดพลาด ขาดการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง ทำลายความน่าเชื่อถือต่อตำแหน่งอันทรงเกียรติ และความเชื่อมันต่อร่างรัฐธรรมนูญ

เรามีจุดประสงค์จะก้าวข้ามความขัด แย้งการเมืองเรื่องสีเสื้อ เพราะ 10 ปีที่ผ่านมานี้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเอามวลชนมาประหัตประหารกัน แต่ชนชั้นนำในสังคมไทยกลับพลัดกันเสวยสุข ยกตัวอย่างเช่น การรับเงินเดือนจากตำแหน่งต่างๆที่ทหารตั้งให้หลังรัฐประหาร หรือการแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจจากการเป็นรัฐบาลในสมัยที่ยังมีประชาธิปไตย ชนชั้นนำต่างมีอำนาจขึ้นมาผลัดกันชม

เราปรารถนาระบบประชาธิปไตยที่ ยึดโยงกับอุดมการณ์ทางการเมืองกว่าตัวบุคคล เราไม่เอาพรรคการเมืองที่เป็นเพียงตัวแทนของชนชั้นนำเก่ากับชนชั้นนำใหม่ เราเป็นเพียงแค่เยาวชนที่ใฝ่ฝันถึงอนาคตใหม่ของสังคมไทย

2.ข้อกล่าวหา ที่ว่า "ยิ่งใกล้วันประชามติก็ได้ปรากฏกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ออกมามากมาย ทำงานแบบจัดตั้งสอดประสานอย่างเป็นระบบ"และการโกหกต่อหน้าสาธารณชนเรื่อง ร่างรัฐธรรมนูญยึดโยงกับประชาชน "ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย" ขอชี้แจงว่าเราไม่ได้ทำงานโดยรับอามิสสินจ้างจากใคร พวกเราบางคนยังยืมเงินเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม 20 บาทเพื่อนั่งเรือคลองแสนแสบกลับบ้านหลังแถลงการณ์
การสอดประสานของการลุกขึ้นมาตั้งคำถามต่อร่างรัฐธรรมนูญและประชามติเป็น ธรรมชาติของโลก เมื่อใดที่แรงกดมีมาก การปะทุก็เกิดขึ้นตามมา เมื่อใดที่ประชาชนไร้สิทธิเสรีภาพ การลุกขึ้นเพื่อทวงสิทธิของประชาชนก็เกิดขึ้นตามมา

เราจึงขอท้าให้ รัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้งยกเลิกกฎหมายหลายฉบับที่ขัดกับความโปร่งใส ของการทำประชามติ เพื่อจะได้รู้ว่าความจริงแล้วประชาชนคิดเห็นอย่างไร ท้ายนี้เราขอตั้งคำถามง่ายๆว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยึดโยงกับประชาชน ขอให้ท่านจงอธิบายการขั้นตอนและหลักเกณฑ์การแต่งตั้งคณะกรรมการร่าง รัฐธรรมนูญว่ายึดโยงกับประชาชนอย่างไรหากท่านตอบได้และกล้าตอบ ขอให้ท่านช่วยให้สัมภาษณ์อีกครั้งในวันพรุ่งนี้!!!

เพื่อประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและประชาธิปไตยทางการเมือง
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย(YPD.)
23 พฤษภาคม 2559

อเนก ซานฟราน ณ งานประชุมสมัชชาคนไทยต่างแดน 21 พ.ค. 2559 ลาสเวกัส เนวาดา สหรัฐอเมริกา

อเนก ซานฟราน งานประชุมสมัชชาคนไทยต่างแดน 21 ..  2559 ลาสเวกัส  เนวาดา สหรัฐอเมริกา

https://youtu.be/aHxbCoaKVYM

https://youtu.be/FWpWMhWMLlw

 

---------------------

***Download ร่างจดหมาย เพื่อส่งผู้นำนานาชาติต่าง ที่ http://tinyurl.com/gsetacg

***โปรดช่วยกันกระจายและส่งให้มากที่สุดนะครับ ขอบคุณครับ

โชว์ภาพ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ป่วยหนัก แผลเหวอะ-ติดเชื้อรุนแรง วอนดีเอสไอเห็นใจ

            จากกรณีที่ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่เดินทางไปรับฟังข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร โดยอ้างว่าป่วย ซึ่งทางดีเอสไอมีมติยื่นคำร้องศาลอาญา ขออนุมัติออกหมายจับพระธัมมชโยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น [อ่านข่าว ดีเอสไอ ยื่นศาลขออนุมัติหมายจับ "ธัมมชโย" เรียบร้อยแล้ว]

            อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ให้ได้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ 98.5 ระบุว่า การป่วยของพระธัมมชโยไม่ใช่ข้ออ้าง ท่านป่วยมานานแล้ว ที่ผ่านมาก็ฝืนสังขารในการปฏิบัติศาสนกิจมาตลอด จึงขอความเห็นใจจากดีเอสไอด้วย พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ไม่สามารถออกไปไหนได้ เพราะท่านเป็นภูมิแพ้ แพ้อากาศ อากาศเปลี่ยนจะหายใจไม่ออก และมีผื่นขึ้น 

            นอกจากนี้ พระสนิทวงศ์ ยังระบุอีกว่า พระธัมมชโยท่านป่วยเป็นเบาหวาน ขาซ้ายใหญ่กว่าขาขวาเป็นสองเท่า มีอาการเส้นเลือดอุดตัน ปวดเท้าซ้ายรุนแรง และมีแผลติดเชื้อ ซึ่งท่านไม่อยากไปนอนโรงพยาบาล เพราะอยากจะอยู่ที่วัด โดยตลอดเวลาจะมีหมอจากสหคลินิกรัตนเวช (คลินิกของวัด) เป็นหมอประจำตัวท่านดูแลท่านอยู่แล้ว 

ดูรายละเอียดภาพและข่าวที่ http://hilight.kapook.com/view/135938?line=1

"เผด็จการเชิงเครือข่าย"

สมชาย ปรีชาศิลปกุล เตือนให้ระวังเผด็จการเชิงเครือข่าย "ประชามติครั้งนี้คือระหว่างทางของการสร้างระบอบอำนาจนิยมกับความพยายามที่จะหันเหทิศทางของสังคมจากระบอบประชาธิปไตย ไปสู่อำนาจนิยมแบบใหม่ ที่ขอเสนอคำใหม่ว่า "เผด็จการเชิงเครือข่าย" เครือข่ายในที่นี้ไม่ใช่แค่กองทัพ แต่รวมถึงนักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯ อยู่ในเครือข่ายนี้ด้วย http://prachatai.org/journal/2016/05/65903

แถลงการณ์ งานสมัชชาประชาธิปไตยคนไทยในต่างแดน ครั้งที่สอง ณ นคร ลาส เวกัส

แถลงการณ์ งานสมัชชาประชาธิปไตยคนไทยในต่างแดน  ครั้งที่สอง ณ นคร ลาส เวกัส


๑ สมัชชาฯ มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเผด็จการนี้ เพราะเป็นร่างที่มาจากการทำรัฐประหาร โดยที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมใด ทั้งสิ้น

๒ สมัชชาฯ มีมติว่าการร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในอนาคตคควรที่จะไม่ให้สถาบันกษัติย์ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างเด็ดขาด

๓  นับจากนี้ไปสมัชชาฯ จะจัดกิจกรรม รณรงค์คัดค้าน รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการนี้ทุกรูปแบบุ

๔   สมัชชาฯ มีมติจัดตั้งกลุ่มประสานงาน โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า "สมัชชาประชาธิปไตยคนไทยในต่างแดน" เพื่อรวมพลังคนไทยทั่วโลกต่อต้านกับอำนาจเผด็จการในประเทศไทย

๕ สมัชชาฯ มีมติว่าจะไม่ยอมรับการกระทำใด ๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของรัฐบาลคสช.

สุดท้ายสมัชชาประชาธิปไตยคนไทยในต่างแดน  จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
________________________________________________

Statement by Democratic Congress of Thai's Overseas (DCTO) on May 21st 2016

1. The Congress resolved to reject the anti-democratic draft constitution and urge all Thai people to vote No in the upcoming referendum. The congress rejects the draft constitution because it was composed by the military regime and their cohorts without any mandate from the Thai people, who were entirely excluded from the drafting process.

2. The congress resolves to oppose any future constitution that is drafted by the military regime and their supporters and that is drafted without the full participation and consent of the Thai people. 

3. The congress will actively pursue all available avenues in opposing the current proposed draft constitution.

4. Congress unanimously agreed to set up an umbrella organisation to unite and coordinate the forces of all Thai's living overseas to oppose military dictatorship in Thailand. This organisation will be called the Democratic Congress of Thai's Overseas (DCTO)

5 Congress also resolved not to acknowledge any and all conduct of the ruling military regime, in the pass, in the present and in the future.

Lastly, the DCTO resolve to work towards re-establishing full democracy in Thailand, with basic human rights and the rule of law for all Thai citizens.



*************************



แถลงการณ์ งานสมัชชาประชาธิปไตยคนไทยในต่างแดน ครั้งที่สอง ณ นคร ลาส เวกัส

แถลงการณ์ งานสมัชชาประชาธิปไตยคนไทยในต่างแดน  ครั้งที่สอง ณ นคร ลาส เวกัส


๑ สมัชชาฯ มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเผด็จการนี้ เพราะเป็นร่างที่มาจากการทำรัฐประหาร โดยที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วมใด ทั้งสิ้น

๒ สมัชชาฯ มีมติว่าการร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในอนาคตคควรที่จะไม่ให้สถาบันกษัติย์ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างเด็ดขาด

๓  นับจากนี้ไปสมัชชาฯ จะจัดกิจกรรม รณรงค์คัดค้าน รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการนี้ทุกรูปแบบุ

๔   สมัชชาฯ มีมติจัดตั้งกลุ่มประสานงาน โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า "สมัชชาประชาธิปไตยคนไทยในต่างแดน" เพื่อรวมพลังคนไทยทั่วโลกต่อต้านกับอำนาจเผด็จการในประเทศไทย

๕ สมัชชาฯ มีมติว่าจะไม่ยอมรับการกระทำใด ๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของรัฐบาลคสช.

สุดท้ายสมัชชาประชาธิปไตยคนไทยในต่างแดน  จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
________________________________________________

Statement by Democratic Congress of Thai's Overseas (DCTO) on May 21st 2016

1. The Congress resolved to reject the anti-democratic draft constitution and urge all Thai people to vote No in the upcoming referendum. The congress rejects the draft constitution because it was composed by the military regime and their cohorts without any mandate from the Thai people, who were entirely excluded from the drafting process.

2. The congress resolves to oppose any future constitution that is drafted by the military regime and their supporters and that is drafted without the full participation and consent of the Thai people. 

3. The congress will actively pursue all available avenues in opposing the current proposed draft constitution.

4. Congress unanimously agreed to set up an umbrella organisation to unite and coordinate the forces of all Thai's living overseas to oppose military dictatorship in Thailand. This organisation will be called the Democratic Congress of Thai's Overseas (DCTO)

5 Congress also resolved not to acknowledge any and all conduct of the ruling military regime, in the pass, in the present and in the future.

Lastly, the DCTO resolve to work towards re-establishing full democracy in Thailand, with basic human rights and the rule of law for all Thai citizens.



*************************



โพสต์ล่าสุด

ฝึกอ่านภาษาอังกฤษสำหรับมัธยมต้น 10 เรื่อง พร้อมเฉลย

EFL Reading Practice EFL Reading Practice Sets Set 1 Set 2 ...

Popular Posts