เรื่องกาแฟโบราณ ใส่นมด้านล่าง

เรื่องกาแฟโบราณ ใส่นมด้านล่าง
  สมัยก่อน ในตอนเช้า คุณลุงคุณป้า มักจะชอบ ไปนั่งจิบกาแฟ กับปาท่องโก๋ แถวๆ ร้านกาแฟ หน้าปากซอย เราเรียกชุมนุมย่อยๆ นี้ว่า "สภากาแฟ" 

  กาแฟโบราณนั้น มีเอกลักษณ์ อยู่อย่างหนึ่งคือ จะใส่นมข้นหวาน ไว้ด้านล่าง แล้วเทน้ำกาแฟ ลงไปด้านบน ถ้าใครชอบหวานมาก ก็ตีนมด้านล่าง ให้ผสมกับเนื้อกาแฟ แต่บางคน ที่ไม่ชอบหวาน ก็อาจจะดื่ม โดยที่ไม่ต้องคนเลย

  ทีนี้ เรื่องมันมีอยู่ว่า วันหนึ่ง คุณลุงคนหนึ่ง ก็ไปนั่งจิบกาแฟ ที่สภากาแฟ พอดีหลานสาว เจ้าของร้าน อยู่ในช่วงปิดเทอม จึงมาช่วยยาย ขายกาแฟ พอหลาน ยกกาแฟมาเสริฟ คุณลุงก็พูดขึ้นว่า นมน้อยจัง

  หลานสาว ก็เขินอาย ตอบกลับไป เสียงเบาๆ ว่า เพิ่งขึ้นค่ะ

  ยายได้ยินดังนั้น ก็ทุบโต๊ะดัง ปัง!! แล้วตะโกนว่า เพิ่งขึ้นที่ไหนกัน ขึ้นมาตั้ง สองเดือนแล้ว!!

  สรุปว่า ลุงพูดถึง นมในแก้วกาแฟ ส่วนหลานสาวพูดถึง หน้าอกของตัวเอง ส่วนยายหมายถึง ราคานม ที่ปรับราคาขึ้น

  เรื่องนี้ เป็นเรื่องเล่าขำๆ จากต่วยตูนที่เล่าต่อๆ กันมา แต่ในความตลกนั้น ถ้าพิจารณาดีๆ จะเห็นว่า

  คนเราอาจพูดกัน คนละเรื่อง ทั้งๆ ที่ คิดว่า กำลังพูดเรื่องเดียวกัน ความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อน อาจเกิดจาก "สถานภาพที่ต่างกัน" เช่น คนหนึ่ง กำลังพิจารณา กาแฟในแก้ว อีกคนหนึ่ง กำลังกังวล เรื่องความเปลี่ยนแปลง ในร่างกาย ของตนเอง และอีกคนหนึ่ง กำลัง กังวล เรื่องกำไรขาดทุน

  ดังนั้น ความเข้าใจผิด เกิดขึ้นได้ แม้จะ กำลังพูด ภาษาเดียวกัน นั่งพูดกัน ตัวต่อตัว และ ไม่มีใครมีเจตนา บิดเบือนข้อมูล นี่เป็นตัวอย่าง ที่แสดงให้เห็นว่าความเข้าใจผิด เกิดขึ้นได้ง่ายเพียงใด

  การสื่อสารในองค์กร ก็เช่นเดียวกัน หากขาดความระมัดระวัง เราก็จะพูดกัน คนละเรื่อง

ดาอยากด่า ตอน "ควายตู้เหล่ เศษสวะยิ่งกว่าผักตบชวา"

ดาอยากด่า ตอน "ควายตู้เหล่ เศษสวะยิ่งกว่าผักตบชวา"

ชวนคิดชวนลุย: เจ็บแล้วจำคือคน..


I hate victims who respect their executioners. 
ผมเกลียดเหยื่อที่เคารพผู้ที่ประหัตประหารตน

Jean-Paul Sartre




ชวนคิดชวนลุย: เจ็บแล้วจำคือคน..


I hate victims who respect their executioners. 
ผมเกลียดเหยื่อที่เคารพผู้ที่ประหัตประหารตน

Jean-Paul Sartre




ฉิบหายแล้ว ประวิทย์ .!..​หากโผทบ. ออกทางสายสุรยุทธ์.... หากไม่สยบยอมราชาธิปไตย เน่าแน่ หมูตอน!!

และแล้ว ผบ.ทบ.คนใหม่ ที่เสนอชื่อทูลเกล้าก็คือ เจี๊ยบ
ลิงก์กลอน
ลิงก์บอกว่าใครเป็นใคร อยู่ในกลอน
จะเอาคนที่คุมได้เหมือนเดิมสินะ ผบ.ทบ.สายสุรยุทธ์ 
ลูกกระจ๊อกไอ้ตุ๊ดเฒ่า อิอิ
กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ
22 สิงหาคม เวลา 11:16 น. · 
ว่าที่ ผบ.ทบ. แกละ* หลบไป
เพราะ ผบ.ทบ. คนใหม่ อาจใช่ เจี้ยบ
แกละ น้องป้อม คั่วตำแหน่งแย่งทำเนียบ
บารมีไม่อาจเทียบกับเจี้ยบได้
เดี๋ยวก็คงเจอเจ้าเจี้ยบที่เส้นชัย
เพราะเส้นใหญ่พลเอกสอแกสั่งมา
องคชาติมนตรีพี่สั่งให้
สบายใจเถิดเจี้ยบเท่หนักหนา
ไอ้แกละมันน้องป้อมพี่ไม่ครนา
พี่ใหญ่กว่าเพราะนั่งข้างวังทอง
ความวุ่นวายในกองทัพจับยามดู
เห็นเป็นหมู่เป็นก๊กจนบกพร่อง
พวกไอ้เฒ่าองคชาติอุบาทว์พอง
จองหองวิ่งตำแหน่งให้น้องตน
มันคาใจมาหลายเรื่องหลายทีแล้ว
ป้อมคลาดแคล้วมาหลายคราน่าสงสัย
สอและป้อมควรคุยกันให้เข้าใจ
เดี๋ยวฟ้าใหม่มาสั่งจะนั่งร้อน
(* แกละ แปลว่า ผมจุก)

อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เขียนถึง อ.วรเจตน์ ในวันเกิดปีที่ 46 เมื่อวานนี้

อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เขียนถึง อ.วรเจตน์ ในวันเกิดปีที่ 46 เมื่อวานนี้

"ผมคิดว่า เรื่องดีๆที่ผมจะเขียนถึงใคร มันไม่ควรจะเขียนเฉพาะตอนคนคนนั้นตาย แล้วเราไปเขียนในงานศพ เราควรเขียนตอนที่เขามีชีวิตอยู่"

"ให้เขาได้รู้"

"ให้คนที่รักเขาได้รู้"

"ให้คนที่เกลียดเขาได้เข้าใจ"

Piyabutr Saengkanokkul

อาจารย์วรเจตน์มีโลกส่วนตัวสูงนะครับ ไม่เล่นเฟสบุค ไม่เล่นโซเชียล มีเดีย ไม่ค่อยพบปะผู้คน เท่าที่ผมรู้จักแกมาตั้งแต่ปี 2542 (ปีแรกที่แกจบเอกกลับมาสอน ผมนี่คุยได้ตลอดว่า ผมเรียนหนังสือกับแกรุ่นแรก) แกก็เป็นคนแบบนี้มาตลอด คือ ไม่นัดเจอใคร นัดกินข้าวกันก็เจอแต่พวกผม พอทำกิจกรรมรณรงค์ แกก็ไปเจออาจารย์ท่านอื่นๆบ้าง แต่ชีวิตแก ก็ยังแบบเดิม สอนหนังสือ นักศึกษาทำ วพ มาขอพบ ประชุมกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง กรรมการข้อมูลข่างสารราชการ รับเชิญบรรยายตามส่วนราชการ มีแค่นี้จริงๆ

แกไม่เคยต้องการดำรงตำแหน่งอะไรเลย

ผมใกล้ชิดกับแกมาสิบปีเศษ ทราบดีว่า มีตำแหน่งสารพัดที่ต้องการให้แกไปเป็น เอาเป็นว่ามากทั้งจำนวน ทั้งรายได้ บางตำแหน่ง เป็นตำแหน่งที่คนจำนวนมากอยากเป็นจนตัวสั่น แต่ก็ไม่ได้เป็น หรือดิ้นรนจนเป็นให้ได้ ทั้งหมดนี้ อาจารย์วรเจตน์ปฏิเสธหมด

แกพิสูจน์ชีวิตแกมานานมาก จนไม่มีใครตำหนิแกได้ว่าแกรับเงินทอง หวังยศตำแหน่ง เอาจริงๆ ถ้าแกต้องการ ป่านนี้ แกไปไกลกว่าเนติบริกรที่โด่งดังกันอยู่ในเวลานี้แน่

บางที ผมยังรู้สึกว่าสังคมไทยไม่ยุติธรรมกับแก คนแบบแก ไม่ได้อะไรสักอย่าง ผมไม่ได้หมายถึงลาภยศสรรเสริญตำแหน่ง แต่บางอย่างมันเป็นสิ่งที่แกควรได้ แต่จนวันนี้แกก็ยังไม่ได้ ผมคิดว่าทุกท่านคงรู้ว่าหมายถึงอะไร

ผมเคยคุยกับแกเล่นๆว่า ในแง่ครอบครัว พวกเราคงสอบตกหมด เพราะ พ่อแม่ พี่น้อง ครอบครัว ตอนที่เขารู้ว่าคนแบบพวกเราได้ไปเรียต่างประเทศโดยทุนการศึกษา พวกเขาคงหวังว่า คนแบบพวกเราจะช่วยยกระดับครอบครัวให้ดีขึั้น แต่จนวันนี้ ครอบครัวของพวกเรา ก็ยังคงลำบากแบบเดิม

ผมทราบมาว่า แม่ของแก น้องชายของแก ก็ยังคงทำสวน เผชิญกับภัยพิบัติธรรมชาติอยู่

แล้วลองกวาดตาไปมองพวกเนติบริกรสิครับ

ที่ผมว่าแกพิสูจน์ชีวิตแกมาหลายสิบปี มาจากเรื่องใด

ตอนอาจารย์วรเจตน์กลับมาเมืองไทยใหม่ๆ แกวิจารณ์การทำงานของ กกต ศาลรัฐธรรมนูญ คดีซุกหุ้น จนกองเชียร์คุณทักษิณเกลียดแกไปตามๆกัน (ไม่ต้องบอกก็ได้ว่า เนติบริกรที่ไปรับใช้คุณทักษิณเวลานั้นก็ไม่ชอบแกด้วย)

ต่อมามีเรื่อง มาตรา ๗ มี "ตลก ภิวัตน์" คราวนี้ อีกข้างหนึ่งที่เคยวี้ดบึ้มๆๆ แก ก็หันมาด่าแกว่ารับเงินทักษิณ ในขณะที่คนที่เชียร์ทักษิณ ก็กลับมาเชียร์แก

เปลี่ยนรัฐบาลกี่ครั้ง จะมาจากขั้วใด แกก็ไม่รับตำแหน่งทั้งสิ้น

ผมเข้าใจดีว่า ฝ่าย "อำมาตย์" คงผิดหวังกับแกมาก ที่แกเป็นแบบนี้

แต่ผมยืนยันว่าแกไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก แกเป็นแบบนี้มาตลอด มีแต่พวกท่านนี่แหละ ที่พยายาม recruit คนเก่งๆเชื่องๆเข้าไป พอมีคนที่เขาหนักแน่นมั่นคงในสติปัญญาและเหตุผล พวกท่านก็เลือกที่จะไม่ทำความเข้าใจโลกและสังคมไทยที่เปลี่ยนไป แต่ท่านกลับลงโทษคนที่ท่านคิดว่าดื้อด้านแทน

(จนวันนี้ ใครที่ไปสอบทุนสารพัด พวกเราต้องบอกว่า ห้ามบอกว่าอาจารย์วรเจตน์เป็นไอดอล ไม่งั้นสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ได้)

หลังรัฐประหาร ๒๒ พค ๕๗

รัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

และสิ่งที่รัฐประหารทำกับแก ก็ยิ่งไม่ถูกต้องเข้าไปอีก

คนแบบแก ไม่มีมวลชน ไม่มีพรรคการเมือง ไม่มีใครหนุนหลัง แกว่าตามเหตุผล และหลักวิชาที่แกเรียนมา

จนวันนี้ คณะรัฐประหารก็ยังคง "จองจำ" แกไม่เลิก

ถ้าพวกท่านลองพินิจพิจารณาอย่างถถ้วนถี่ด้วยสติสัมปชัญญะของท่านเอง โดยไม่ต้องไปฟังพวกที่คอยรายงานมากนัก ท่านจะเห็นได้ว่า สิ่งที่อาจารย์วรเจตน์นำเสนอ เป็นทางออกที่สวยงามที่พอจะรับกันได้สำหรับทุกฝ่าย

การจองจำ ทำลาย อาจารย์วรเจตน์ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง มันสมองของแกยังมีคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองอีกมาก

ผมไม่เคยคิดเลยว่าแกจะเป็น "เป้า" ที่สำคัญของคณะรัฐประหารขนาดนั้น บางทีผมก็อาจไร้เดียงสาไปบ้าง พวกเรา ก็ด้วยความหวังดีต่อชาติบ้านเมือง เราก็อยากเสนอรูปแบบการปกครองที่ทุกฝ่ายจะอยู่อาศัยด้วยกันได้ในอนาคต ก็ไม่นึกว่าผลที่ตามมามันจะขนาดนี้

การกักขังจองจำความคิด ไม่มีทางทำให้คนเปลี่ยนความคิด

อัยการในระบอบฟาสซิสต์ที่สั่งฟ้อง อันโตนิโอ กรัมชี่ แถลงว่า "เราต้องหยุดสมองก้อนนี้ที่ทำงานต่อเนื่องมา ๒๐ ปี"

แต่ "สมอง" ของกรัมชี่ ก็ไม่เคยหยุด เขาเขียน สมุดบันทึกจากคุก ความคิดของเขายังเป็น "หมุดหมาย" สำคัญที่ให้อนุชนรุ่นหลังศึกษา

ผมทราบดีว่า ถ้าอาจารย์วรเจตน์มาอ่านที่ผมเขียนนี้ แกคงตำหนิผม และถ้ามีการกระจายข่าวแชร์กันไป คนก็คง "หมั่นไส้" แกอีกมาก

แต่... ผมอดไม่ได้จริงๆ

ผมคิดว่า เรื่องดีๆที่ผมจะเขียนถึงใคร มันไม่ควรจะเขียนเฉพาะตอนคนคนนั้นตาย แล้วเราไปเขียนในงานศพ เราควรเขียนตอนที่เขามีชีวิตอยู่

ให้เขาได้รู้

ให้คนที่รักเขาได้รู้

ให้คนที่เกลียดเขาได้เข้าใจ

สุขสันต์วันเกิด อาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์

ผู้เป็นอาจารย์ เป็นพี่ เป็นเพื่อนของผม

ขอให้อาจารย์หลุดพ้นจาก "วิบากกรรม" เสียที

(จบ)

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณดื่มน้ำมะพร้าวติดต่อกัน 7 วัน อยากรู้โปรดอ่าน!!!!!!!!

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณดื่มน้ำมะพร้าวติดต่อกัน 7 วัน อยากรู้โปรดอ่าน!!!!!!!! 

น้ำมะพร้าวมีสรรพคุณวิเศษตามที่หลายคนกล่าวอ้างจริงหรือไม่? คุณอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับสารพัดประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว แต่คราวนี้คุณจะได้อ่านเกี่ยวกับข้อดีของน้ำมะพร้าวที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน คุณอาจไม่รู้ว่าน้ำมะพร้าวมีโครงสร้างที่เข้ากันได้ดีกับพลาสม่าที่อยู่ในกระแสเลือดของมนุษย์เรา ยิ่งไปกว่านั้นน้ำมะพร้าวยังเคยถูกนำมาใช้ในยามสงครามเพื่อชดเชยเลือดที่สูญเสียไปและสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้อีกมากมาย 

ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากน้ำมะพร้าวอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก คุณสามารถหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปและคุณจะทึ่งกับประโยชน์อันมหาศาลของผลไม้ประเภทนี้ แม้น้ำมะพร้าวจะมีรสชาติไม่อร่อยอย่างที่คิด แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะไม่ดื่มสุดยอดน้ำล้างพิษชนิดนี้แน่นอน
จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าเราดื่มน้ำมะพร้าว? 
1. ระบบภูมิคุ้มกันของเราก็จะแข็งแกร่งขึ้น 
2. นอกจากนี้น้ำมะพร้าวยังช่วยกำจัดแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ โรคหนองใน โรคเหงือก และไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัด โรคติดเชื้อต่างๆ และโรคไข้รากสาดใหญ่ได้อีกด้วย 
3. นอกจากจะเสริมสร้างพลังงานแล้วน้ำมะพร้าวยังช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ แถมยังดีต่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตเนื่องจากมันมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะโดยธรรมชาติ ทั้งทางเดินปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะจะได้รับการชำระล้างจากนั้นร่างกายจะขับสารพิษออกมา ที่น่าทึ่งคือมันสามารถสลายก้อนนิ่วได้ด้วย 
4. และเนื่องด้วยมีปริมาณเส้นใยอาหารสูงจึงดีต่อระบบย่อยอาหาร หากคุณดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำมันจะไปกำจัดกรดในกระเพาะอาหาร ไม่ต้องห่วงเรื่องอ้วนด้วยเพราะน้ำมะพร้าวมีระดับไขมันที่ต่ำมากและช่วยลดความอยากอาหารของเรา 
5. หากคุณมีสิวและผิวแห้งหรือผิวมัน เพียงใช้ผ้าชุบน้ำมะพร้าวและทาลงไปบนผิวหนัง น้ำมะพร้าวจะชำระล้างสิ่งสกปรกและทำให้ผิวหนังสดชื่น ที่สำคัญมันจะช่วยเปิดรูขุมขน 
6. หากดื่มน้ำมะพร้าวผสมกับน้ำมันมะกอกก็สามารถฆ่าเชื้อโรคและกำจัดปรสิตในลำไส้ได้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการดื่มน้ำมะพร้าวขณะตั้งครรภ์จะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพได้หลายอย่าง 

7.หากดื่มวันละหนึ่งแก้วทุกเช้าจะช่วยรักษาระดับความสมดุลของอิเล็กโทรไลต์และไม่ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง 
8. หากคุณดื่มแอลกอฮอล์ในตอนกลางคืนพอเช้ามาคุณอาจรู้สึกปวดศีรษะ ดังนั้นถ้าต้องการกำจัดอาการปวดศีรษะหรืออาการเมาค้างและชดเชยของเหลวที่สูญเสียไปคุณสามารถทำได้ด้วยการดื่มน้ำมะพร้าว 
8. ขณะเดียวกันถ้าคุณต้องการให้ผิวชุ่มชื่นและเปล่งปลั่งตลอดทั้งวัน การดื่มน้ำมะพร้าววันละแก้วก็เพียงพอแล้ว
9. นอกจากนี้หลังจากที่ออกกำลังกายมาอย่างเหน็ดเหนื่อยคุณสามารถดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อให้ร่างกายของคุณกลับมามีพลังอีกครั้ง 
10. ทั้งช่วยเพิ่มพลังงาน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันแบคทีเรียและอาการติดเชื้อต่างๆ ตามด้วยน้ำหนักลด


         >_< 👍>_<

สรุปข่าวโลก - 15 มกราคม 2026

```html สรุปข่าวโลก - 15 มกราคม 2026 โดย คันฉ่องส่องโลก 5 ข่าวโลกเด่น - 15 มกราคม 2026 (สรุปภายใน 12 ชั่วโมงล่าสุด) ...