กรอบพิจารณาพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เราถูกหลอกซ้ำในระบอบเดิม

กรอบพิจารณาพรรคการเมืองก่อนเลือกตั้ง
เพื่อไม่ให้เราถูกหลอกซ้ำในระบอบเดิม

เขียนในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่ง ที่เชื่อว่า “การเลือกตั้ง” จะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อเรากล้าประเมินพรรคการเมืองด้วยคำถามเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ด้วยหน้าเดิม เงินเดิม หรือคำสัญญาเดิม

ประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาแค่ “รัฐบาลบริหารไม่เก่ง” แต่มีปัญหาเชิงโครงสร้างลึก ได้แก่ คณาธิปไตยซ้อนราชาธิปไตย, อำนาจรวมศูนย์, องค์กรอิสระที่ก้าวล่วงอธิปไตยประชาชน, การเมืองตระบัดสัตย์, คอร์รัปชัน, ความเหลื่อมล้ำ, เศรษฐกิจผูกขาด, และคุณภาพคนที่ถูกระบบการศึกษากดทับ

ถ้านักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด ไม่กล้า หรือไม่สามารถแตะโครงสร้างเหล่านี้ได้ ต่อให้แจกนโยบายสวยหรูแค่ไหน ประเทศก็จะวนอยู่ที่เดิม

หลักคิดของกรอบประเมินนี้

กรอบนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญข้อหนึ่ง:

นักการเมืองเก่า แก่ หรือมาจากตระกูลการเมือง มักเรียนรู้ที่จะ “อยู่กับระบอบ” และแสวงประโยชน์จากมัน มากกว่าที่จะเปลี่ยนมัน

ในโลกยุค AI ความซับซ้อนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันเชิงเทคโนโลยี ประเทศไทยต้องการผู้นำที่คิดเป็นระบบ กล้าปรับโครงสร้าง และไม่ติดหนี้บุญคุณเครือข่ายอำนาจเดิม

Rubrics การให้คะแนนพรรคการเมือง (0–10)

1) จุดยืนต่อโครงสร้างอำนาจ

พรรคมองเห็นปัญหาคณาธิปไตย อำนาจรวมศูนย์ และความไม่ชอบธรรมเชิงโครงสร้างหรือไม่ กล้าพูดตรงหรือเลี่ยงบาลี เสนอแก้ไขจริง หรือแค่บริหารให้ “เนียน”

2) ความเป็นอิสระจากเครือข่ายอำนาจเดิม

แกนนำพรรคและแหล่งทุน ผูกพันกับกลุ่มอำนาจเดิม บ้านใหญ่ หรือผลประโยชน์ผูกขาดมากน้อยเพียงใด พรรคนี้ “เป็นหนี้ใคร” หรือไม่

3) คุณภาพและที่มาของบุคลากร

ผู้นำพรรค ส.ส. และทีมบริหาร เติบโตจากความสามารถจริง หรือจากสายสัมพันธ์และมรดกการเมือง เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่หรือไม่

4) ความซื่อสัตย์ทางการเมือง

ประวัติการตระบัดสัตย์ การย้ายข้าง การสมยอมกับอำนาจนอกระบบ และการรับผิดชอบต่อคำพูดในอดีต

5) นโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

นโยบายแตะโครงสร้างจริงหรือไม่ เช่น การกระจายอำนาจ, ปฏิรูประบบยุติธรรม, ลดการผูกขาด, ปฏิรูประบบราชการ หรือแค่แจกเงินระยะสั้น

6) วิสัยทัศน์ต่อโลกยุคใหม่ (AI / ภูมิรัฐศาสตร์)

พรรคเข้าใจโลกยุค AI, เศรษฐกิจความรู้, การแข่งขันเทคโนโลยี, และแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือยังคิดแบบโลกเก่า

7) ความกล้าหาญทางจริยธรรม

เมื่อเผชิญแรงกดดันจากอำนาจนอกระบบ พรรคมีแนวโน้มยืนหยัด หรือยอมถอยเพื่อ “อยู่เป็น”

8) ความสอดคล้องระหว่างคำพูดกับการกระทำ

สิ่งที่พรรคพูดตรงกับสิ่งที่เคยทำหรือไม่ มีประวัติทำตรงข้ามกับที่หาเสียงหรือเปล่า

9) การมองประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ

พรรคมองประชาชนเป็นแค่ฐานเสียง หรือเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เปิดให้ตรวจสอบหรือไม่

10) ศักยภาพในการ “เปลี่ยนโครงสร้าง” จริง

เมื่อประเมินทุกข้อรวมกัน พรรคนี้มีโอกาสมากน้อยเพียงใด ที่จะไม่ถูกกลืน และสามารถเขยื้อนโครงสร้างอำนาจไทยได้จริง

ตารางให้คะแนนเปรียบเทียบพรรคการเมือง
เกณฑ์ พรรค A
(0–10)
พรรค B
(0–10)
พรรค C
(0–10)
หมายเหตุ
1) โครงสร้างอำนาจ
2) อิสระจากอำนาจเดิม
3) บุคลากร
4) ความซื่อสัตย์
5) นโยบายเชิงโครงสร้าง
6) โลกยุค AI
7) จริยธรรมทางการเมือง
8) คำพูดกับการกระทำ
9) ประชาชนคือเจ้าของอำนาจ
10) ศักยภาพเปลี่ยนโครงสร้าง

หมายเหตุ: การให้คะแนนไม่มี “คำตอบถูก–ผิด” แต่มี “คำถามที่ต้องกล้าถาม” เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งกลายเป็นเพียงพิธีกรรม ภายใต้ระบอบเดิมอีกครั้ง

อีลอน มัสก์ "ชี้โลกจะไร้คนจน" ประเทศไทยที่ไร้คนจน? นึกออกไหม? คันฉ่องส่องโลก โดย ดร. เพียงดิน รักไทย

คันฉ่องส่องโลก 20 ธันวาคม 2568 สมดุลอำนาจใหม่ โดย ดร. เพียงดิน รักไทย มหาวิทยาลัยประชาชน

ความรู้ใกล้ตัวที่ควรรู้ – ย่อยง่าย แต่ไม่ย่อยความจริง ตอน 6-10


ตอนที่ 6

อุ่นอาหารซ้ำบ่อย ๆ

ไม่ใช่แค่เสียรส แต่เสี่ยงเสียสุขภาพ

หลายบ้านทำอาหารไว้หลายมื้อแล้วอุ่นซ้ำ
สิ่งที่คนไม่ค่อยรู้คือ แบคทีเรียบางชนิดทนความร้อนได้ และอาจเพิ่มจำนวนหากเก็บไม่ถูกวิธี

อาหารบางประเภท เช่น ข้าว ผัด แกงกะทิ
หากอุ่น–ทิ้ง–อุ่นซ้ำหลายรอบ เสี่ยงอาหารเป็นพิษได้

หลักง่าย ๆ คือ

ทำพอทาน เก็บให้เย็นเร็ว อุ่นเท่าที่จะกิน


ตอนที่ 7

น้ำปลา พริกป่น เครื่องปรุง

เปิดทิ้งไว้นาน เสี่ยงเชื้อโดยไม่รู้ตัว

หลายคนคิดว่าเครื่องปรุง “เค็ม เผ็ด คงไม่บูด”
แต่ความจริงคือ ความชื้น อากาศ และมือคน คือแหล่งปนเปื้อนสำคัญ

พริกป่นที่เปิดทิ้งไว้นาน
อาจมีเชื้อราและสารพิษจากเชื้อรา (อะฟลาทอกซิน)
ซึ่งสะสมในร่างกายและทำร้ายตับ

เก็บเครื่องปรุงในภาชนะปิดสนิท
แห้ง สะอาด และไม่ใช้ช้อนเปียกตัก


ตอนที่ 8

น้ำแข็งใส ดูใส ไม่ได้แปลว่าสะอาด

น้ำแข็งหลายแห่งผลิตเพื่อ “แช่” ไม่ใช่เพื่อ “กิน”
หากกระบวนการไม่สะอาด อาจปนเปื้อนเชื้อโรคได้

น้ำแข็งที่ดูใส แต่อาจสัมผัสพื้น มือ หรือภาชนะสกปรก
ทำให้เกิดอาการท้องเสียโดยไม่รู้สาเหตุ

ข้อสังเกตง่าย ๆ คือ

  • น้ำแข็งควรมีรูตรงกลาง

  • ไม่มีกลิ่น

  • ร้านใช้ที่คีบ ไม่ใช้มือ


ตอนที่ 9

กาแฟแก้วละ 80 กับ 300

ต่างกันตรงไหนกันแน่

ราคาไม่ได้บอกคุณภาพเสมอ
กาแฟแพงขึ้นมักมาจากเมล็ด การคั่ว เครื่อง และบรรยากาศ

แต่สำหรับร่างกาย
สิ่งที่ควรดูจริง ๆ คือ น้ำตาล ครีม และไซรัป

กาแฟหวานมันบ่อย ๆ
เพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน ไขมันพอกตับ และน้ำหนักเกิน

ดื่มกาแฟได้
แต่จำไว้ว่า

หวานน้อย = ภาระร่างกายน้อย


ตอนที่ 10

ของทอดซ้ำ น้ำมันดำ

ภัยเงียบที่อยู่ในจาน

น้ำมันที่ทอดซ้ำหลายครั้ง
จะเกิดสารก่อมะเร็งและอนุมูลอิสระจำนวนมาก

ของทอดกรอบ สีเข้ม กลิ่นแรง
อาจอร่อย แต่กำลังทำร้ายหลอดเลือดและหัวใจ

สังเกตง่าย ๆ คือ

  • น้ำมันสีคล้ำ

  • มีกลิ่นเหม็นหืน

  • ฟองมากผิดปกติ

ถ้าเห็นแบบนี้

หยุดกิน ดีกว่าเสียดายเงิน


สรุปปิดท้าย

ทุกเรื่องในชุดนี้
ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่เรื่องวิชาการ
แต่คือ เรื่องที่เราเจอทุกวันบนโต๊ะอาหาร

รู้ทันเล็กน้อยวันนี้
ดีกว่าเสียสุขภาพก้อนใหญ่ในวันหน้า







ความรู้ใกล้ตัวที่ควรรู้ – ย่อยง่าย แต่ไม่กลืนความจริง ตอน 1-5




ตอนที่ 1

เนื้อวัวดิบ สดแค่ไหนก็ไม่ปลอดภัย 100%

ความอร่อยที่มากับความเสี่ยงซึ่งหลายคนมองข้าม

หลายคนเชื่อว่าเนื้อวัวสด สะอาด เพิ่งเชือด กินดิบได้โดยไม่อันตราย
แต่ในความเป็นจริง ไม่มีเนื้อวัวดิบชนิดใดที่ปลอดภัย 100%

เนื้อวัวสามารถปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย เช่น E. coli, Salmonella, Listeria และปรสิตอย่างพยาธิตัวตืด ได้จากกระบวนการเชือด ขนส่ง และการสัมผัส แม้จะดูสดแค่ไหนก็ตาม

พยาธิตัวตืดวัวอาจยาวได้หลายเมตรในลำไส้ และหากตัวอ่อนหลุดไปสู่สมอง อาจทำให้ชัก ตาบอด หรือเสียชีวิตได้
สิ่งเหล่านี้ มองไม่เห็น ไม่มีกลิ่น และไม่รู้ตัวจนป่วย

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ปรุงเนื้อวัวให้สุกอย่างน้อย 70°C เพื่อความปลอดภัย
สรุปสั้น ๆ คือ

“สดไม่เท่ากับปลอดภัย — สุกไว้ก่อน ปลอดภัยกว่าเสมอ”


ตอนที่ 2

ลาบดิบ–ก้อยดิบ

กินกันมานาน ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย

หลายคนพูดว่า “กินมาตั้งแต่ปู่ย่าก็ไม่เห็นเป็นอะไร”
แต่ความจริงคือ โรคหลายชนิดใช้เวลานานกว่าจะออกอาการ

ลาบดิบและก้อยดิบเสี่ยงต่อเชื้อแบคทีเรียรุนแรง และพยาธิจากเนื้อดิบโดยตรง
บางคนไม่ป่วยทันที แต่เกิดปัญหาลำไส้เรื้อรัง ตับอักเสบ หรือภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

แพทย์ไม่แนะนำ เพราะเมื่อเกิดอาการรุนแรง
การรักษามักยาก เสียค่าใช้จ่ายสูง และบางกรณีไม่สามารถย้อนกลับได้

ความอร่อยกินได้ชั่วคราว
แต่สุขภาพเสีย อาจเสียไปทั้งชีวิต


ตอนที่ 3

ปลาน้ำจืดดิบ

เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ โดยไม่รู้ตัว

ปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นสาเหตุสำคัญของ พยาธิใบไม้ตับ
ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับ มะเร็งท่อน้ำดี ที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก

ปัญหาคือ ผู้ติดเชื้อมัก ไม่แสดงอาการในช่วงแรก
กว่าจะรู้ตัว ก็เข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว

การบีบมะนาว ดอง แช่เหล้า หรือแช่เย็น
ไม่สามารถฆ่าพยาธิได้

วิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือ

กินปลาน้ำจืดที่ปรุงสุกเท่านั้น


ตอนที่ 4

นมดิบ (Raw Milk)

ธรรมชาติไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอ

นมดิบถูกโฆษณาว่าดีกว่านมพาสเจอไรซ์
แต่ในทางการแพทย์ นมดิบมีความเสี่ยงสูงต่อเชื้ออันตราย เช่น Salmonella และ Listeria

เชื้อเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการรุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ
หลายประเทศจึงควบคุมหรือห้ามจำหน่ายนมดิบ

การผ่านความร้อนอย่างเหมาะสม
ไม่ได้ทำให้นม “ไร้คุณค่า”
แต่ทำให้นม ปลอดภัยสำหรับมนุษย์


ตอนที่ 5

ยาแก้ปวดที่กินบ่อย

ทำร้ายตับและไตแบบเงียบ ๆ

ยาแก้ปวดเป็นยาสามัญที่หาซื้อง่าย
แต่การกินพร่ำเพรื่อ โดยไม่อ่านฉลากหรือเกินขนาด
เป็นสาเหตุสำคัญของตับวายและไตวาย

อาการมักไม่เกิดทันที
หลายคนรู้ตัวอีกทีเมื่ออวัยวะเสียหายไปแล้ว

จำง่าย ๆ คือ

  • ปวดเล็กน้อย อย่ารีบกิน

  • อ่านฉลากทุกครั้ง

อย่ากินติดต่อกันหลายวันโดยไม่จำเป็น

เนื้อวัวดิบ สดแค่ไหนก็ไม่ปลอดภัย 100%



ความอร่อยที่มากับความเสี่ยงซึ่งหลายคนมองข้าม

หลายคนเชื่อว่า “เนื้อวัวสด สะอาด เพิ่งเชือด” กินดิบได้โดยไม่อันตราย
แต่ในความเป็นจริง ไม่มีเนื้อวัวดิบชนิดใดที่ปลอดภัย 100%

แม้เนื้อวัวจะเสี่ยงน้อยกว่าหมูหรือไก่ แต่ก็ยังสามารถปนเปื้อนเชื้อโรคได้จาก
การเชือด การขนส่ง การแปรรูป และการสัมผัสระหว่างทาง—ซึ่งเราไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า


ความเสี่ยงหลักจากการกินเนื้อวัวดิบ

1. เชื้อแบคทีเรียอันตราย
เช่น E. coli O157:H7, Salmonella, Listeria
ทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรง อาเจียน ไข้สูง และในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนถึงชีวิต

2. ปรสิต (พยาธิ)
โดยเฉพาะ พยาธิตัวตืดวัว (Taenia saginata)
ตัวอ่อนสามารถฝังในร่างกาย และหากหลุดไปสู่สมองหรืออวัยวะสำคัญ อาจทำให้ตาบอด ชัก หรือเสียชีวิตได้

3. โรคจากสัตว์สู่คน
เช่น โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) ซึ่งแม้พบไม่บ่อย แต่เชื้อมีความทนทานและอันตรายสูงหากปนเปื้อน


“สด” ไม่เท่ากับ “ปลอดภัย”

การล้างเนื้อ การแช่เย็น หรือการปรุงแบบลวก ไม่สามารถฆ่าเชื้อบางชนิดได้
วิธีที่ปลอดภัยจริงคือการปรุงให้สุกถึงแก่น

องค์การอนามัยโลก (WHO) และหน่วยงานสาธารณสุขแนะนำให้
ปรุงเนื้อวัวให้สุกอย่างน้อย 70°C เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและพยาธิ


ใครควรหลีกเลี่ยงเนื้อดิบโดยเด็ดขาด

  • เด็กเล็ก

  • ผู้สูงอายุ

  • หญิงตั้งครรภ์

  • ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

สำหรับกลุ่มนี้ การกินเนื้อดิบไม่ใช่เรื่อง “เสี่ยงนิดหน่อย” แต่คือ “เสี่ยงจริง”


ข้อสรุปสั้น ๆ

เมนูอย่างซอยจุ๊ ลาบดิบ หรือเนื้อดิบ อาจอร่อย ถูกปาก และเป็นวัฒนธรรมอาหาร
แต่ต้องเข้าใจตรงกันว่า
ความอร่อยมาพร้อมความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจรุนแรงและย้อนกลับไม่ได้

ถ้าเลือกได้

“สุกไว้ก่อน คือปลอดภัยกว่าเสมอ”

คันฉ่องส่องโลก | ทำไมสหรัฐพุ่งเป้าการรุกไปที่เวเนซุเอลา

คันฉ่องส่องโลก | ทำไมสหรัฐพุ่งเป้าการรุกไปที่เวเนซุเอลา
คันฉ่องส่องโลก บทเจาะลึกเชิงโครงสร้าง ภูมิรัฐศาสตร์ • พลังงาน • อิทธิพลมหาอำนาจ

ทำไมสหรัฐพุ่งเป้าการรุกไปที่เวเนซุเอลา

คำอธิบายแบบ “ความมั่นคง-ยาเสพติด-แก๊งผู้อพยพ” เป็นเพียงประตูหน้า แต่แก่นแท้คือ “พลังงาน + สมดุลอำนาจ + การปัดกวาดหลังบ้านแบบ Monroe Doctrine” ในโลกหลายขั้ว

ภาพใหญ่ที่ต้องเห็นก่อน

เวเนซุเอลาไม่ใช่ “ข่าวอาชญากรรม” แต่คือ “สมการอำนาจ”

หากอ่านข่าวแบบผิวหน้า เราจะเห็นเหตุผลเชิงความมั่นคง: ยาเสพติด เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และการเชื่อมโยงกับแก๊งรุนแรงจากเวเนซุเอลา ที่ถูกสหรัฐยกระดับการจัดการมากขึ้นในช่วงปี 2025 รวมถึงการประกาศสถานะ “องค์กรก่อการร้าย/ภัยความมั่นคง” ต่อบางเครือข่าย และคดีอาญาในศาลสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับผู้นำกลุ่มดังกล่าว (Reuters, Feb. 2025; U.S. State Dept., Feb. 2025; AP, Dec. 2025).

แต่ในเชิงโครงสร้าง “ความมั่นคง” คือภาษาที่ทำให้สังคมยอมรับมาตรการแข็งกร้าวได้ง่าย ขณะที่ “พลังงาน + อิทธิพลของจีน-รัสเซียในซีกโลกตะวันตก” คือภาษาที่รัฐใช้คำนวณอำนาจจริง

1) น้ำมัน: ไม่ใช่แค่สินค้าโภคภัณฑ์ แต่คืออาวุธเชิงยุทธศาสตร์

เวเนซุเอลาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีทรัพยากรน้ำมันมหาศาล และมีบทบาทต่อเสถียรภาพพลังงานโลก ถึงแม้การเปลี่ยนผ่านพลังงานจะเดินหน้า แต่ในเชิงปฏิบัติ “น้ำมัน” ยังผูกกับเศรษฐกิจ การขนส่ง และความมั่นคงทางทหารอย่างลึก และเป็นเหตุผลว่าทำไมการคว่ำบาตร-ผ่อนปรน-คุมเข้มต่อภาคพลังงานเวเนซุเอลาจึงถูกใช้เป็นคันโยกหลักนโยบายสหรัฐ (Reuters, Apr. 2024; Reuters, Mar. 2025; Reuters, Jul. 2025).

2) จีน: “น้ำมัน = หลักประกันหนี้ + ช่องทางอิทธิพล”

ในมิติการเงินการเมือง จีนเคยใช้โครงสร้าง “เงินกู้แลกน้ำมัน” (loans-for-oil) กับเวเนซุเอลาเป็นระยะยาว ทำให้พลังงานกลายเป็นทั้งแหล่งรายได้ของเวเนซุเอลาและกลไกผูกสัมพันธ์เชิงอำนาจกับคู่ค้ารายใหญ่ (Reuters, Sep. 2023; U.S. EIA Country Analysis Brief, Feb. 2024 (PDF)).

3) รัสเซีย: “ค้ำยันระบอบ + สัญญาณท้าทายสหรัฐในหลังบ้าน”

ความสัมพันธ์รัสเซีย–เวเนซุเอลาไม่ใช่เรื่องพลังงานเท่านั้น แต่รวมถึงมิติการทูตและความมั่นคง โดยการส่งสัญญาณสนับสนุนรัฐบาลคาราคัสและการประสานระดับผู้นำถูกสื่อสารอย่างต่อเนื่อง (Reuters, Apr. 2024; Reuters, Nov. 2025).

4) เมื่อสหรัฐ “คุมเกมพลังงาน” มากขึ้น — มันคือ Monroe Doctrine ฉบับร่วมสมัย

หลักคิดแบบ Monroe Doctrine (ซีกโลกตะวันตกเป็นเขตผลประโยชน์ยุทธศาสตร์ของสหรัฐ) ไม่จำเป็นต้องปรากฏเป็นคำประกาศใหญ่โต แต่จะปรากฏเป็น “ชุดมาตรการ” ที่ตัดเส้นเลือดการเงินของรัฐบาลคู่แข่ง ผ่านการคุมการขนส่ง การคว่ำบาตร และการกดดันพันธมิตร/เอกชน ตัวอย่างเชิงข่าวในเดือนธันวาคม 2025 คือรายงานว่า สหรัฐเพิ่มความเข้มต่อการขนส่งน้ำมันเกี่ยวกับเวเนซุเอลา ซึ่งกระตุ้นปฏิกิริยาจากทั้งรัสเซียและจีน (Reuters, Dec. 18, 2025; Reuters, Dec. 17, 2025).

ใจความสำคัญ: สหรัฐไม่ได้ “พุ่งเป้า” เพราะเหตุผลเดียว แต่เพราะ “อาชญากรรม/ผู้อพยพ” ทำให้มาตรการแข็งกร้าวขายได้ในประเทศ ขณะที่ “น้ำมัน + อิทธิพลจีน-รัสเซีย” ทำให้เรื่องนี้เป็นเดิมพันเชิงยุทธศาสตร์ระดับมหาอำนาจ

5) เส้นทางสู่บทสรุป: จากการคว่ำบาตร → บีบภาคพลังงาน → ยกระดับเป็นปฏิบัติการความมั่นคง

ในปี 2024–2025 รูปแบบนโยบายต่อเวเนซุเอลาเห็นได้ชัดว่า “คันโยกพลังงาน” ถูกปรับขึ้นลงตามเงื่อนไขการเมืองและแรงกดดันภายในสหรัฐ ตั้งแต่การส่งสัญญาณยกเลิก/ลดสิทธิ์การผ่อนปรน ไปจนถึงการจำกัดบทบาทบริษัทพลังงานสหรัฐในเวเนซุเอลา (Reuters, Apr. 2024; Reuters, Mar. 2025).

ขณะเดียวกัน มิติ “การใช้กำลัง/ปฏิบัติการ” ก็ถูกทำให้ชอบธรรมมากขึ้นภายใต้วาทกรรมสงครามยาเสพติดและการต่อต้านเครือข่ายที่ถูกระบุว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เช่น รายงานการโจมตีเรือที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจากเวเนซุเอลา (Reuters, Sep. 2025; Reuters, Oct. 2025).

ข้อสังเกตแบบคันฉ่อง: “หลังบ้านอเมริกา” กำลังถูกนิยามใหม่ ไม่ใช่ด้วยพรมแดนทางภูมิศาสตร์ แต่ด้วยเส้นทางพลังงาน เส้นทางเงิน และเครือข่ายอิทธิพลของคู่แข่ง

บทสรุปสำหรับไทย: จุดยุทธศาสตร์ + ทรัพยากร = ความเสี่ยงต่อการถูก “เล่นเกม”

เวเนซุเอลาสอนว่า ประเทศที่มีทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์หรืออยู่ในจุดตัดอำนาจ จะถูกตีความผ่าน “สมการมหาอำนาจ” ไม่ว่าเราจะอยากเล่าเรื่องตัวเองแบบใด บทเรียนสำหรับไทยคือ ต้องอ่านโลกให้ทะลุว่า เมื่อมหาอำนาจเห็น “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” เขาจะใช้ทั้งเศรษฐกิจ กฎหมาย ความมั่นคง และข่าวสาร เป็นเครื่องมือชุดเดียวกัน

มิติด้านมืดที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ: สิ่งที่ "คันฉ่อง" สะท้อนให้เห็นมากกว่าตัวเลข

มิติด้านมืดที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ: สิ่งที่ "คันฉ่อง" สะท้อนให้เห็นมากกว่าตัวเลข นอกจากพายุภายนอกและหนี้ครัวเรือนแล...