นักวิชาการยกตัวเลขแย้ง “มีชัย” ยันเรียนฟรีถึงม.ปลายจำเป็น หากจะลดความเหลื่อมล้ำ

นักวิชาการยกตัวเลขแย้ง "มีชัย" ยันเรียนฟรีถึงม.ปลายจำเป็น หากจะลดความเหลื่อมล้ำ

เครดิตและอ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่  http://www.matichon.co.th/news/89775

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงความเห็นถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องการ ศึกษา โดยระบุว่า

"สิทธิเรียนฟรี ม.ปลาย กับ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา"

ตาม ที่น้องๆ เยาวชน กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไททวงสิทธิการเรียนฟรี ในระดับ ม.ปลาย ที่ถูกตัดออกไปจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อวานนี้

ล่าสุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ชี้แจงว่า กรธ. ได้บัญญัติให้รัฐต้องสนับสนุนการเรียนการสอนในชั้นก่อนการศึกษาภาคบังคับ จนถึงชั้น ม.3 รวมเวลา 12 ปีเช่นเดิม เพียงแต่มีการร่นช่วงอายุลงมาเท่านั้น เพื่อความเท่าเทียมกันระหว่างคนจนและคนรวย

เรื่องนี้มีข้อเท็จจริงหลายประการที่ต้องอธิบาย

ข้อ เท็จจริงประการแรกคือ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้ปรับเปลี่ยนกรอบการดําเนินการจาก 12 ปีเป็น 15 ปี ในชื่อ "โครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ" ครอบคลุมทั้งสายสามัญและสายอาชีวศึกษาในระดับชั้นอนุบาล-ปวช.3 อยู่ โดยให้การอุดหนุนค่าเล่าเรียนต่อหัวนักเรียนในรูปตัวเงินให้แก่สถานศึกษาและ ครอบครัวนักเรียน

แต่ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หน้าที่ของรัฐจะมีเพียงการสนับสนุนให้นักเรียน เรียนฟรีจนถึง ม.3 (ซึ่งเป็นการศึกษาภาคบังคับตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่) เท่านั้น ส่วนสิทธิของประชาชนนั้นหายไปกลายเป็นหน้าที่ของรัฐแทนแล้ว

นอกจากนี้ นายมีชัยยังอธิบายเหตุผลที่ตัดออกว่า "…อันนี้ต้องเข้าใจว่าทุกวันนี้ระบบการศึกษามันไม่ทัดเทียมกัน เพราะเด็กจะพัฒนาได้เนี่ยต้องอยู่ระหว่าง 2-5 ขวบ ซึ่งคนมีตังค์ได้รับการพัฒนา แต่คนจนไม่ได้รับการพัฒนา เพราะฉะนั้นพอถึงมัธยมปลายก็เสียเปรียบ สู้กันไมได้เพราะตอนนั้นสมองไม่พัฒนาแล้ว

สิ่งที่เราทำก็คือการร่น 12 ปีลงมาข้างล่างเพื่อรองรับคนจน แล้วพอถึงมัธยมปลาย คนจนก็จะได้รับการดูเพราะจะมีกองทุนการศึกษาให้ ส่วนคนมีสตางค์ก็ออกสตางค์ เพราะฉะนั้นความทัดเทียมมันถึงจะเกิดขึ้นได้จริง ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้คนจนก็จะแย่ เสียเปรียบ…" นี่คือคำอธิบายของนายมีชัย

แต่ จากผลการศึกษาของ ดร. ดิลก ลัทธพิพัฒน์ ที่ทำไว้อย่างน่าสนใจว่า ก่อนที่เราจะมีรัฐธรรมนูญ 2540 เราจะเห็นว่า สัดส่วนการเข้าเรียนระดับม.ปลาย (กราฟทางซ้ายมือ) ของกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงสุด 25% แรกกับกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุด 25% นั้นแตกต่างเหลื่อมล้ำกันมาก ในช่วงนั้น กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุด 25% มีสัดส่วนได้เข้าเรียน ม.ปลาย ไม่ถึงร้อยละ 10 เท่านั้น

โชคดีที่เรามีรัฐธรรมนูญ 2540 เพราะว่า หลังจากนั้น สัดส่วนการเข้าเรียนของกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุด 25% เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสูงกว่าร้อยละ 40 ในปัจจุบัน (กลุ่มครัวเรือนที่รวยที่สุด 25% แรกมีอัตราการเข้าเรียนประมาณร้อยละ 80) และความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงสุด 25% แรกกับกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุด 25% เริ่มหดแคบเข้า เพราะฉะนั้น การระบุสิทธิการเรียนฟรี 12 ปีไว้ มีส่วนช่วยที่จะลดความเหลื่อมล้ำดังกล่าวลงได้มากทีเดียว

เพื่อเปรียบ เทียบกัน อยากให้ลองมองภาพทางขวามือ สัดส่วนการเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ซึ่งสิทธิการเรียนฟรียังครอบคลุมไม่ถึง เราจะเห็นว่า ความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงสุด 25% แรกกับกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุด 25% กลับขยายห่างออกไปมากขึ้น แม้กระทั่งปัจจุบัน กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุด 25% ยังมีสัดส่วนได้เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยไม่ถึงร้อยละ 10 ด้วยซ้ำครับ

เพราะ ฉะนั้น สิทธิการเรียนฟรีของประชาชน ในระดับ ม.ปลาย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำสำหรับคนรุ่นหน้า เป็นความหวังหนึ่งในการพาให้สังคมไทย พ้นจากความเหลื่อมล้ำที่เราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

ผมจึงอยากถามนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ใช้ข้อมูลหลักฐานหรือผลการศึกษาใดในการชี้แจงดังกล่าวครับ ถ้ามีรบกวนแจ้งด้วยครับ เพราะผมก็อยากเรียนรู้แง่มุมที่แตกต่างเช่นกันครับ ผมพร้อมที่จะศึกษาข้อมูลใหม่ๆ ที่แตกต่างจากที่ผมรู้ครับ

แต่ถ้าคำชี้แจงดังกล่าวเป็นกล่าวอ้างลอยๆ โดยไม่มีผลการศึกษายืนยัน ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

49

รายการคนต้องเท่ากับคนประจำวันที่ 30 มีนาคม 2559 โดยคุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ภัยจากรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์

รายการคนต้องเท่ากับคนประจำวันที่ 30 มีนาคม 2559 โดยคุณจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
ภัยจากรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์


เถียงให้รู้เรื่อง : เปลี่ยนผ่าน 5 ปี ปฏิรูปประเทศได้จริงหรือ ? (29 มี.ค. 59)

เถียงให้รู้เรื่อง : เปลี่ยนผ่าน 5 ปี ปฏิรูปประเทศได้จริงหรือ ? (29 มี.ค. 59)

 https://youtu.be/sML2-fAHOp4


ฝากถึง นายกทักษิญ

เงินฟาดหัวข้าราชการ หนึ่งพันบาท
ไอ้ขี้ขาด ทรราช เหมือนหมูหมา
เพียงเห็นคน เหมือนดั่งเป็นผักปลา
ไร้ราคา หวังหน้ารอดไอ้ยอดเลว

-
ปัญญาควายสมองหมาชั่งหน้าด้าน
บริหารบ้านเมืองใช่เรื่องย่อย
คิดถึงชื่อ ทักษิญ แล้วตาลอย
มาช่วยหน่อย อย่าพึ่งปล่อย ไปตามกรรม

-
ผดุงไว้ซึ่งชาติ พระศาสนา
ช่วยประชา อย่าให้ ต้องซอกซ้ำ
ให้คนไทย มีรายได้ ไม่ระกำ
ขอทักษิญ จงรีบทำ อย่ารีรอ

-
เสรีชน


หลายคนเป็นห่วงเรืองรัฐธรรมนูญที่พวกมันกำลังใช้เป็นตัวหลอก

ความฉิบหายใกล้ตัว

หลังจากที่รัฐบาลยอมให้แบงค์ชาติเอาเงินสำรองของชาติ 4% ไปซื้อหุ้นในต่างประเทศแล้วก็ต่อด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างกลต.(คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์)ใหม่จากเดิมที่มีอยู่ 10 คนเป็นคนของรัฐ 5 คนและบริษัทหลักทรัพย์เลือกมาอีก 5 คนซึ่งอยู่ในรูปของกึ่งเอกชนกึ่งรัฐให้ลดลงเหลือแค่ 9 คนโดยเป็นคนที่กลต.เลือกถึง 7 คนในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์เลือกแค่ 2 คนซึ่งเท่ากับว่าอำนาจทั้งหมดจะตกอยู่ในมือของรัฐ นี่คือบันไดอีกขั้นที่รัฐบาลโจรได้วางแผนไว้
-

งานนี้ที่หลายคนคิดว่าประชาชนชนะแน่ก็ขอให้คิดใหม่เพราะเท่ากับว่ารัฐบาลทหารโจรแม่งนอกจากจะยกเลิกภาษีส่งออกทองคำและเครืองประดับเหลือ 0% การเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทของแบงค์ชาติและการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นคนของรัฐคุมประกอบกับการเตรียมเลื่อนเกษียณอายุข้าราชการเป็น 65 ปี(ซึ่งหัวค่ำวันนี้ไอ้วิษณุออกมาปฏิเสธว่ายังไม่มีการดำเนินการก็อาจจะเป็นการแก้เกี้ยว) เท่ากับว่าพวกมันวางแผนฮุบทั้งตลาดเงิน ตลาดทองคำและตลาดหุ้นซึ่งน่าจะเป็นเรืองน่าเป็นห่วงสำหรับคนไทยที่คงต้องเผชิญมรสุมเศรษฐกิจชนิดสึนามิที่ไม่เคยเจอมาก่อนเพื่อให้พวกเผด็จการอำมาตย์กอบโกยผลประโยชน์ในห้วงสุดท้ายของมหาทรราชบอดอย่างแน่นอน
-

เพราะฉะนั้นที่หลายคนเป็นห่วงเรืองรัฐธรรมนูญที่พวกมันกำลังใช้เป็นตัวหลอก เอาเข้าจริงที่น่าห่วงกว่าคือปัญหาเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วงและน่าจะเป็นข้ออ้างให้คนที่มีอำนาจในยุคต่อไปใช้อ้างในการทำงานหรือเป็นภาระที่ประชาชนคนไทยต้องแบกรับไปอีกเป็นเวลานานแสนนาน
-

หายนะทางเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นน่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่พวกเราเอามาเปิดประเด็นก่อนที่จะสายเกินไปหากเราจะปล่อยให้พวกสมุนเหี้ยบริหารประเทศต่อไป
-

เราจะปล่อยให้ทหารที่ไม่เคยเรียนด้านการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาปกครองประเทศ เราจะยอมปล่อยให้ทหารที่ไม่รุ้เรืองเศรษฐกิจมาปกครองประเทศต่อไป เราจะปล่อยให้ทหารที่ไม่รุ้เรืองการศึกษามาดูแลเรื่องการศึกษาอีกต่อไป เราจะปล่อยให้ทหารที่ชอบใช้กำลังมากดขี่ข่มเหงประเทศต่อไปอีกหรือ
-

ฝากถึงนักธุรกิจอย่างทักษิณ นักการเมืองเพื่อไทย นักวิชาการด้านต่าง ๆ ออกมาแสดงจุดยืนและประกาศต่อต้านหายนะที่ทหารโจรกำลังทำกับประเทศไทยเสียแต่เดี๋ยวนี้ หาไม่แล้วเท่ากับพวกท่านก็มีส่วนร่วมในการทำลายประเทศเช่นกัน
-

ประชาชนทั่วไปยังไม่รู้ แต่พวกท่านรู้ดี ท่านทั้งหลายจะปล่อยให้ความกลัวและห่วงผลประโยชน์มาทำลายประเทศไทยต่อไปจนชั่วลูกชั่วหลานกระนั้นหรือ
-

ฝากถึงพ่อค้าแม่ค้าย่านคลองถม เยาวราช ประตูน้ำ สะพานเหล็ก ปากคลองตลาดและชาวชุมชนป้อมมหากาฬและชุมชนต่าง ๆ เกษตรกรทั่วประเทศ นักศึกษาและประชาชนสาขาอาชีพต่าง ๆ ว่าวันนี้เราจะไม่เพียงเรียกร้องเพื่อที่ทำกินของตนแต่เราต้องออกมาเรียกร้องเพื่ออนาคตของลูกหลานไทยทั้งประเทศจะไม่ต้องแบกรับภาระที่เกิดจากรัฐบาลทหารโจรชุดนี้อีกต่อไป

-
   จาก ปลดแอกประเทศไทย
Cr. สมาชิก ห้อง npcusa.info


จะต้มคนไทยไปทำไม ทรราช คสช.

รวมความอัปลักษณ์ไว้ด้วยกัน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญที่พบกันครึ่งทางของ กรธ. กับ คสช. ว่า "เป็นการรวมเอาความอัปลักษณ์มาไว้ด้วยกัน" อย่างเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบซึ่งน่าจะตามใจ คสช. กรธ. กลับยืนยันให้มีบัตรใบเดียว แถมมีทั้งบัญชีว่าที่นายกรัฐมนตรีพรรคละ 3 คน และให้อำนาจ ส.ว. เพิ่ม สามารถร่วมลงมติเพื่อยกเว้นหลักเกณฑ์เพื่อเปิดช่องให้มีนายกฯคนนอกได้ ส.ว.ลากตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังเป็นการรวมศูนย์การสืบทอดอำนาจ แม้จะมี ส.ว. แบบเลือกไขว้ 50 คนก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะโดยหลักการในทางปฏิบัติก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของ ส.ว. ชุดใหญ่อยู่ดี
-

นายณัฐวุฒิยังกล่าวว่า ไม่นึกว่านิทานเรื่องคนสร้างบ้านของนายมีชัยจะจบลงตรงที่ผู้จ้างกับผู้รับจ้างชวนกันสร้างกรงแห่งอำนาจครอบบ้านไว้อีกที แล้วจะให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของบ้านตัวจริงซึ่งไม่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างตั้งแต่ต้นยอมรับบ้านแบบนี้ได้อย่างไร

-
"ในชั้นประชามติต้องชี้ให้ประชาชนเห็นว่าเนื้อหาแบบนี้เป็นการรวมกันของเอดส์กับมะเร็ง ถ้ารับและเลือกตั้งภายใต้กติกานี้ ไม่ว่าพรรคไหนชนะก็ไร้ผล เพราะความหมายแท้จริงคือเท่ากับประกาศฉันทามติยอมรับการสืบทอดอำนาจโดยปริยาย" นายณัฐวุฒิกล่าว
-

จะต้มคนไทยไปทำไม  ทรราช คสช.


ขนาดควายยังไม่ยอมกินหญ้าที่ทรราช คสช. สรรหามาให้

เขาเขียนได้ดีและเข้าใจง่าย ๆ  ขนาดควายยังไม่ยอมกินหญ้าที่ทรราช คสช. สรรหามาให้  และ พี่น้องประชาชน จะเอาอย่างไงกับ รัฐธรรมนูญ โจร

------------------------------------

ถ้า ประเทศชาติเปรียบเหมือนบริษัทที่ประกอบธุรกิจใหญ่โตแล้วก็ต้องกล่าวได้ว่า บริษัทแห่งนี้กำลังประสบกับความขาดทุนอย่างมหาศาล และเป็นความขาดทุนต่อเนื่องมาจากการบริหารจัดการของคณะผู้บริหารชุดก่อน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่นำมาซึ่งความหายนะของบริษัทแห่งนี้อย่างมากมายจนผู้ ถือหุ้นทั้งหลายต้องออกมาขับไล่ออกไป นำมาซึ่งการรัฐประหารและมีผู้บริหารใหม่ แต่บริษัทแห่งนี้ก็มีทีท่าว่าจะมีปัญหาอีก เพราะผู้ถือหุ้นเกิดอาการอึดอัดในเรื่องต่างๆหลายอย่าง โดยเฉพาะกฎเกณฑ์ต่างๆที่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายต้องทำตามจนเกิดเสียงตำหนิติฉิน หรือคัดค้านไม่เห็นด้วยในบางเรื่องบางราว โดยเฉพาะในเรื่องกฎเกณฑ์ใหม่ที่ไม่ค่อยจะรับฟังผู้ถือหุ้น
-
การเสีย "แนวร่วม" ไม่ผิดอะไรกับการเสีย "มิตรร่วมรบ" ซึ่งเป็นหลักการสำคัญทางยุทธวิธีในการต่อสู้ทางการทหาร เพราะถ้าไร้แนวร่วมก็ต้องอ่วมอยู่ฝ่ายเดียว"
-
บทความดังกล่าวสอด คล้องกับที่นายปีย์ออกมาให้สัมภาษณ์ และหากรวมกับการออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป คนสนิทป๋าเปรม กรณีปะทะคารมกับ "พล.อ.ค้าเก้าอี้นายพลตำรวจ" ก็ยิ่งทำให้กระแสข่าวอำมาตย์ฟัดกันเองมีเค้าลางความจริง แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร หรือจบลงด้วยการเกี๊ยะเซียะตามสโลแกน "ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน" ก็ตาม สุดท้ายก็เป็นเรื่องของอำมาตย์ฟัดอำมาตย์ ประชาราษฎร์ไม่ได้อะไร

-
เมื่อควายไม่กินหญ้าเผด็จการ

-

การ ให้มี ส.ว.สรรหาทั้งหมด 250 คน ไม่ว่าจะให้เหตุผลอย่างไรก็ไม่ได้ทำให้คนทั่วไปเชื่อว่าไม่ใช่การสืบทอด อำนาจ เพราะ ส.ว.สรรหาก็คือคนที่ คสช. กำหนดให้มี "อำนาจพิเศษ" ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ (ที่ห้ามแก้) และคุมรัฐบาลเลือกตั้งให้ปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ แม้ที่สุดแล้ว คสช. อาจจะยอมตาม กรธ. ที่ไม่ให้ ส.ว. เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ก็ยังมีอำนาจต่อรองหรือพลิกเกมการเมืองได้ตลอดเวลา
-

รัฐบาล หลังเลือกตั้งจึงต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภา คือ 375 เสียงขึ้นไปจึงจะปลอดภัย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นรัฐบาลเสียงข้างมากอย่างพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์

-
แม้ จะมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมโดยพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำร่วมกับพรรคต่างๆก็ อยู่ได้ลำบาก เพราะโอกาสที่จะถูกหักหลังหรือเจาะยางเกิดได้ตลอดเวลา หากผลประโยชน์ทั้งของพรรคและผู้สนับสนุนพรรคไม่ลงตัว

-
ช่วง เปลี่ยนผ่าน 5 ปีกับอำนาจพิเศษ ซึ่งไม่ได้มีแค่ ส.ว.สรรหามาให้เท่านั้น แต่ยังมีองค์กรอิสระที่เหมือน "องค์กรเทวดา" คอยควบคุมอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามยุทธศาสตร์ไม่ให้รัฐบาลเลือกตั้งออกนอกลู่นอกทาง แถมยังมีผู้บัญชาการเหล่าทัพนั่งเป็น ส.ว.สรรหาโดยตำแหน่งอีก จึงไม่จำเป็นต้องลากรถถังออกมาให้เสียภาพพจน์ หรืออาจแปลได้อีกความหมายว่าเป็น "รัฐประหารเงียบ" ผ่าน "เผด็จการรัฐสภา" อยู่แล้ว

-
ดังนั้น ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไร ถ้าอำนาจยังอยู่กับกองทัพและกลุ่มอำมาตย์ ไม่ว่ากลุ่มเก่าหรือกลุ่มใหม่ ประชาชนและคนทั่วไปก็ไม่ได้ผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

-
หรือบางที "โมเดลควายอุดรไม่กินหญ้าเผด็จการ" อาจน่าสนใจ เหมือนอย่างที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. บอกว่า ไม่สนว่านายมีชัยจะรับหรือไม่รับข้อเสนออำนาจ คสช. เพราะตนเองประกาศยึดแนวทาง "ควายอุดรไม่กินหญ้า" คว่ำประชามติและไม่เอานายกฯคนนอก

-
ขนาดควายแท้ๆยังไม่ยอมกินหญ้าที่ "สรรหา" มาให้!
-

แล้ว "คน" ที่เชื่อว่าฉลาดกว่าควาย..จะทำยังไงกันดี?
-

ผู้เขียน : ทีมข่าวการเมือง

More information  

http://www.lokwannee.com/web2013/?p=210793


สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวรให้ 75 ประเทศ รวมไทย - เกิดอะไรขึ้น?

สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวรให้ 75 ประเทศ รวมไทย - เกิดอะไรขึ้น? สหรัฐฯ ระงับการออกวีซ่าถาวรให้ 75 ...