ราษฎร 2563–2564: พงศาวดารฝูงมดแดงในสนามช้าง
บันทึกนี้ไม่ได้เขียนเพื่อยกยอ หรือตราหน้าใคร—แต่เขียนเพื่อ “จำให้ชัด” ว่าเมื่อพลเมืองถูกบีบให้ตัวเล็กลงเรื่อย ๆ เขาจะเลือกเป็น “ราษฎร” แบบจำนน หรือ “ราษฎร” แบบยืนตรง-หรือ พลเมือง—ได้อย่างไร
บทนำ: เมืองที่เพดานต่ำลงทุกวัน
มีช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์สังคม—ที่ผู้คนไม่ได้โกรธเพราะ “ความจน” อย่างเดียว แต่โกรธเพราะ “ศักดิ์ศรี” ถูกเจาะเป็นรูเล็ก ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โกรธเพราะคำถามธรรมดา กลับถูกทำให้เป็นคำต้องห้าม โกรธเพราะกติกาเหมือนสร้างมาเพื่อบอกว่า “คุณอยู่ที่เดิมเถอะ”
ในเมืองที่เพดานถูกกดต่ำลงทุกวัน คนรุ่นใหม่จึงเริ่มเรียนรู้บทเรียนเดียวกันอย่างเงียบ ๆ: หากคุณไม่พูด—คนอื่นจะพูดแทนคุณ และถ้าคุณไม่ยืน—คนอื่นจะยืนบนหัวคุณ นั่นคือฉากเปิดของ “ราษฎร” ในยุคหลังรัฐประหาร 2557
1) “ราษฎร” คืออะไรในยุคหลังรัฐประหาร 2557
“กลุ่มราษฎร” (ช่วงเริ่มต้นมักถูกเรียกว่า “คณะราษฎร 2563”) คือขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่โดดเด่นที่สุดชุดหนึ่งในยุคหลังรัฐประหาร 2557 โดยมีลักษณะเป็น “ขบวนการเครือข่าย” (networked movement) นำโดยเยาวชน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นกระดูกสันหลังของการนัดหมาย การสื่อสาร และการยืนยันตัวตนทางการเมือง
ชื่อ “ราษฎร” ในที่นี้มีนัยย้อนแย้ง: พลเมืองจำนวนมากไม่อยากเป็น “ราษฎร” ในความหมายของการอยู่ใต้เพดานอำนาจ แต่ใช้ชื่อนี้เพื่อสะท้อนว่า—หากโครงสร้างไม่เปลี่ยน เราถูกบังคับให้ “สู้เหมือนเกือบร้อยปี” อยู่ดี
2) ชนวน: เมื่อ “เสียง” ถูกทำให้เงียบ
สังคมจำนวนมากไม่ได้แตกหักเพราะคำด่า—แต่แตกหักเพราะ “ความรู้สึกว่าถูกลบ” ถูกทำให้ไม่มีความหมาย ทั้งที่ตนเองก็เป็นผู้เสียภาษี เป็นแรงงาน เป็นคนที่รักบ้านเมืองไม่แพ้ใคร
เหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงบ่อยในฐานะตัวเร่งสำคัญคือ “การยุบพรรคอนาคตใหม่” (21 ก.พ. 2563) ซึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย มันไม่ใช่แค่ข่าวการเมือง แต่มันคือประโยคสั้น ๆ ที่ระบบพูดใส่หน้า: “คุณยังไม่ถึงคิว”1
3) ไทม์ไลน์ 2563–2564: จาก “สามข้อเรียกร้อง” สู่ “การยกระดับเพดานคำถาม”
-
18 ก.ค. 2563 — “เยาวชนปลดแอก (Free Youth)” และ 3 ข้อเรียกร้อง
ยุบสภา • หยุดคุกคามประชาชน • ร่างรัฐธรรมนูญใหม่2นี่คือการ “เปิดฉาก” ด้วยถ้อยคำที่ฟังดูสุภาพ แต่คมเหมือนมีด: ไม่ขอของแจก ไม่ขอเศษเงิน—ขอ “กติกาใหม่” และขอ “ความปลอดภัยในการเป็นพลเมือง”
-
10 ส.ค. 2563 — “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” และข้อเสนอ 10 ข้อ
การปรากฏของ “ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 10 ข้อ” ในพื้นที่สาธารณะ กลายเป็นจุดเปลี่ยนเชิงวัฒนธรรมการเมืองสมัยใหม่3ในประวัติศาสตร์ การยกเพดานคำถามไม่เคยฟรี—คนที่ยกเพดาน มักถูกกล่าวหาว่ารื้อบ้าน ทั้งที่หลายครั้ง เขาแค่อยากให้บ้านมีหน้าต่างให้หายใจ
-
19–20 ก.ย. 2563 — สนามหลวง และ “หมุดคณะราษฎรที่ 2”
การใช้พื้นที่เชิงสัญลักษณ์ ทำให้การชุมนุมมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์มากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มแรงต้านจากรัฐในเวลาเดียวกัน4สัญลักษณ์คืออาวุธของคนมือเปล่า: มันไม่ทำให้ใครตาย แต่ทำให้เรื่องเล่าทั้งประเทศ “ขยับ” และเมื่อเรื่องเล่าขยับ อำนาจก็ต้องขยับตาม—อย่างน้อยก็ในใจคน
-
15–22 ต.ค. 2563 — สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใน กทม.
รัฐประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง” และใช้เครื่องมือควบคุมการชุมนุมหลายรูปแบบ5นี่คือฉากที่รัฐเริ่มแสดง “กำลังของกฎหมายและอาวุธ” เพื่อทดสอบว่า ฝั่งไหนจะเหนื่อยก่อน และในสงครามการเมือง ความเหนื่อยคือสิ่งที่ถูกออกแบบให้เป็นกับดัก
-
ปลายปี 2563–2564 — แปรรูปการชุมนุม: แฟลชม็อบ/คาร์ม็อบ/กระจายจุด
เมื่อโควิด-19 และการปราบปรามทำให้ต้นทุน “ลงถนน” สูงขึ้น การเคลื่อนไหวจึงกระจายตัวเพื่อรักษาพลังและชีวิตเมื่อสนามใหญ่ถูกทำให้แพง—คนตัวเล็กก็ต้องเรียนรู้ “ยุทธวิธีพื้นที่เล็ก” จากสายน้ำกลายเป็นละอองฝน จากฝูงชนกลายเป็นฝูงมด ไม่ใช่เพื่อหลบหนี แต่เพื่อไม่ให้ถูกกวาดล้างในครั้งเดียว
4) หลักนิยม “ทุกคนคือแกนนำ”: อำนาจแบบกระจาย
หากรัฐถนัดต่อสู้กับ “หอกเล่มเดียว” ขบวนการแบบเครือข่ายคือ “ฝนเข็มนับพัน” มันไม่ใช่พลังที่พุ่งทีเดียวแล้วจบ แต่มันคือแรงกดดันที่ทำให้รัฐต้องเฝ้าระวังทุกทิศ และนั่นเองทำให้ “การควบคุม” ต้องยืดเยื้อ—ซึ่งพาไปสู่การใช้ “คดี” เป็นเครื่องมือถ่วงเวลา
5) ถอยเชิงยุทธศาสตร์: จาก “ฝูงชน” สู่ “ฝูงมด”
การถอยของราษฎรไม่จำเป็นต้องแปลว่า “แพ้” หากถอยเพื่อรักษาโครงข่ายให้รอด ในเชิงยุทธศาสตร์ นี่คือการแปลงพลังจากรูปแบบที่ถูกตีได้ง่าย ไปสู่รูปแบบที่ “บานออก” และทนทานต่อการสลาย
- ลดการปะทะตรง: จากการเผชิญหน้า ไปสู่การสื่อสาร วัฒนธรรม การสร้างความหมายร่วม
- กระจายบทบาท: เมื่อแกนนำบางส่วนถูกดำเนินคดี เครือข่ายยังขยับได้
- ส่งแรงสู่การเมืองระบบ: พลังทางความคิดบางส่วนไหลเข้าสู่สนามเลือกตั้งในยุคถัดมา
6) วันนี้: คดีที่ยืดเวลาให้เป็นโทษ และบาดแผลที่ยังสะท้อน
6.1 คดีการเมือง: เวลาเป็นต้นทุนที่แพงที่สุด
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ณ ปลายปี 2568 ยังมี “คดีที่ยังไม่สิ้นสุด” มากกว่า 628 คดี (ราว 46% ของคดีทั้งหมดในชุดข้อมูลที่รายงาน) ภาพนี้ชี้ว่าการต่อสู้ไม่ได้อยู่แค่บนถนน แต่ย้ายไปอยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่ยาวนาน—ที่ทำให้ “เวลา” กลายเป็นบทลงโทษเงียบ ๆ ต่อชีวิตคนธรรมดา6
6.2 กรณี “บุ้ง เนติพร”: สัญญาณเตือนเชิงศีลธรรมของสังคม
การเสียชีวิตของ “เนติพร ‘บุ้ง’ สาเนาะสังข์คม” ระหว่างถูกคุมขัง หลังการอดอาหารประท้วง กลายเป็นจุดสะเทือนทางศีลธรรมต่อสาธารณะ ว่าความขัดแย้งเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และการคุมขังระหว่างพิจารณาคดียังเป็นเรื่องร่วมสมัยที่ไม่ควรถูกทำให้ชินชา78
6.3 สนามเลือกตั้ง: “ความนิยม” ในฐานะเงาสะท้อนของข้อเรียกร้อง
ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ผลสำรวจหลายสำนักสะท้อนความนิยมต่อ “พรรคประชาชน” สูงในกลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจ เช่น ผลสำรวจผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รายงานความนิยมพรรคประชาชนทะลุ 41%9 และรายงาน “สวนดุสิตโพล” ที่ระบุสัดส่วนการเลือกพรรคประชาชนในคำถามบางข้อ (เช่น ร้อยละ 33.56 ในคำถามเกี่ยวกับ ส.ส.เขต)10
หมายเหตุ: โพลแต่ละแบบมีข้อจำกัด (วิธีเก็บข้อมูล/กลุ่มตัวอย่าง/ช่องทางตอบ) จึงควรใช้เป็น “แนวโน้ม” ไม่ใช่ “คำทำนาย”
7) บทเรียนวิถีมดแดง: ชัยชนะเล็ก ๆ ที่ย้อนกลับไม่ได้
ถ้าการเมืองคือสนามที่ช้างเดิน—ชัยชนะของมดแดงไม่ใช่การล้มช้างในวันเดียว แต่คือการทำให้ช้าง “เดินอย่างไม่มั่นใจ” และต้องยอมรับว่าพื้นสนามไม่ใช่ของช้างฝ่ายเดียวอีกต่อไป
- พลังจากความกระจาย: เมื่อไม่มีหัวเดียว การกำจัดด้วยวิธีตัดหัวจึงทำได้ยาก แต่ต้องแลกด้วยต้นทุนคดีที่กระจายสู่ผู้คนมากขึ้น
- การยกเพดานคำถาม: บางประเด็นถูกทำให้กลายเป็นเรื่องสาธารณะ—และเมื่อเป็นสาธารณะแล้ว มันยากจะถูก “ลบให้หาย” เหมือนเดิม
- ถอยเพื่ออยู่รอด: จากชุมนุมใหญ่สู่การเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่น—รักษาโครงข่ายไว้เพื่อวันข้างหน้า
- ศักดิ์ศรีของคนธรรมดา: การยืนยันว่า “ชีวิตผู้ชุมนุม” สำคัญกว่าโมเมนตัม คือการมองการต่อสู้เป็นมาราธอน
เชิงอรรถ
- การยุบพรรคอนาคตใหม่ (21 ก.พ. 2563) — ดูสรุปเหตุการณ์และบริบทกฎหมาย/การเมืองจาก The Standard “On This Day”. ↩
- ข้อเรียกร้อง 3 ข้อของ “เยาวชนปลดแอก” (18 ก.ค. 2563) — iLaw รวบรวมและอธิบายพัฒนาการข้อเรียกร้อง. ↩
- “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” และข้อเสนอ 10 ข้อ (10 ส.ค. 2563) — TLHR บันทึกเหตุการณ์/ความหมายเชิงสัญลักษณ์. ↩
- ชุมนุม 19–20 ก.ย. 2563 และ “หมุดคณะราษฎรที่ 2” — TLHR ประมวลเหตุการณ์ #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร. ↩
- ประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง” ในเขต กทม. (ลงวันที่ 15 ต.ค. 2563) — ราชกิจจานุเบกษา (เอกสาร PDF). ↩
- สถานะคดีการเมืองปลายปี 2568: “คดีที่ยังไม่สิ้นสุดกว่า 628 คดี” — TLHR รายงานปลายปี 2568. ↩
- กรณีการเสียชีวิตของ “บุ้ง เนติพร” ระหว่างถูกคุมขัง — Human Rights Watch รายงาน (14 พ.ค. 2024). ↩
- รายละเอียดการอดอาหารประท้วง/ข้อเรียกร้องด้านสิทธิและการประกันตัว — Amnesty International (14 พ.ค. 2024). ↩
- ผลสำรวจผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ (ม.ค. 2569) รายงานความนิยม “พรรคประชาชน” ทะลุ 41% (รูปแบบโพลออนไลน์ของสื่อ). ↩
- “คนไทยกับการเลือกตั้ง ปี 2569” — สวนดุสิตโพล (เอกสาร PDF) รายงานตัวเลขสนับสนุนในคำถามบางข้อ (เช่น ส.ส.เขตสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.56). ↩
บรรณานุกรม (คัดสรร)
ลิงก์ถูกใส่เพื่อให้ตรวจสอบหลักฐานต้นทางได้โดยตรง
- The Standard. “21 กุมภาพันธ์ 2563 - ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่...” เปิดอ่าน
- iLaw. “1 ปี ม็อบเยาวชนปลดแอก: ข้อเรียกร้อง ‘ร่างรัฐธรรมนูญใหม่’ ยังไม่คืบหน้า.” เปิดอ่าน
- Thai Lawyers for Human Rights (TLHR). “ประมวล #19กันยาทวงอํานาจคืนราษฎร...” เปิดอ่าน
- Thai Lawyers for Human Rights (TLHR). “10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์... #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน.” เปิดอ่าน
- ราชกิจจานุเบกษา. “ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กทม.)” (15 ต.ค. 2563) เปิดอ่าน (PDF)
- Thai Lawyers for Human Rights (TLHR). “ปี 2568... พบคดีที่ยังไม่สิ้นสุดกว่า 628 คดี...” เปิดอ่าน
- Human Rights Watch. “Thai Youth Activist Dies in Custody.” (14 May 2024) เปิดอ่าน
- Amnesty International. “Thailand: Tragic death of detained activist must be wake-up call.” (14 May 2024) เปิดอ่าน
- ไทยรัฐออนไลน์. “แบบสำรวจความคิดเห็นและความเชื่อมั่นทางการเมือง ม.ค. 69” (รายงานความนิยมพรรคประชาชน 41%) เปิดอ่าน
- สวนดุสิตโพล. “คนไทยกับการเลือกตั้ง ปี 2569” (เอกสาร PDF) เปิดอ่าน (PDF)
