บทความจาก นิวยอร์คไทม์ น่าอ่านมาก
มะเร็ง..หยุดได้ถ้าใจสู้.้
มะเร็ง..หยุดได้ถ้าใจสู้.้
ท่านผู้นี้ชื่อจริงไชยวรรณ พิมพนิช คนส่วนมากเรียกติดปากว่าพ่อเลี้ยงวรรณ เป็นคนแม่สอดจ.ตาก ปัจจุบันอายุก็หกสิบกว่าแล้ว ปกติจะเป็นคนชอบออกกำลังกาย สุขภาพก็แข็งแรงดี เพื่อนๆหรือคนรู้จักจะชมว่าทำไมอายุมากขนาดนี้ถึงแข็งแรงเดินเหินได้สบาย
อยู่มาไม่นานเกิดอาการปวดที่หลังและไม่หายประมาณ 2 เดือนกว่า รักษาหลายวิธีทั้งแช่น้ำอุ่นและให้หมอนวด ก็ไม่หาย วันหนึ่งไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพฯเพื่อนเป็นหมอ อาตมาเล่า(ขณะที่เล่า..บวชแล้ว)
ให้เพื่อนฟังว่าปวดหลังมา สองเดือนกว่าแล้วไม่หายสักที เพื่อนก็นิ่งแล้วมองหน้าไม่พูดอะไร สักพักเพื่อนก็พูดขึ้นมาว่าเอกซเรย์หน่อยดีไหม เพราะคนปกติปวดธรรมดาทั่วๆไป กล้ามเนื้ออักเสบเอ็นพลิก ใช้เวลาประมาณ 3 อาทิตย์ก็หายแล้ว แต่พ่อเลี้ยงวรรณ ปวดจากหลังลามมาถึงหน้าอก 2 เดือนแล้วไม่หายต้องเอกซเรย์หน่อย
พอเอกซ์เรย์เสร็จ ก็เห็นว่ามันมีรอยจุดด่างๆอยู่ 2 จุด หมอบอกว่ายังไม่แน่ใจนะต้องเข้าเครื่องสะแกน
สะแกน 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่ทราบผล พอออกมาจากเครื่องสะแกนก็กลับบ้าน หมอบอกว่า 10 โมงเช้าพรุ่งนี้ค่อยมาฟังผล เพราะ
ฟิมล์ผลตรวจจะออกมาวันพรุ่งนี้
รุ่งขึ้น 10 โมงเช้าก็ไปโรงพยาบาล มีหมอ 4-5 คนอยู่ในห้องคุณหมอที่เป็นเพื่อนสนิทกันพูดขึ้นมาว่า ไม่น่าจะเกิดกับเพื่อนเราเลย อีกประมาณ 20 นาทีก็ให้หมอผู้หญิง ที่เป็นหมออายุรกรรมมาบอกว่า พ่อเลี้ยงวรรณ ต้อง ( ATMID) แอดมิด แล้วละ หมายถึงต้องนอนที่โรงพยาบาล
ตกลงวันนั้นก็ต้องนอนโรงพยาบาล หมอก็เอาเลือดไปตรวจเข้าเครื่องอัลตร้าซาวด์ ตรวจคลื่นหัวใจ วันนั้นผลเลือด หมอส่วนใหญ่ก็จะรู้แล้วว่าเป็นมะเร็ง เพราะว่า PHA ค่าของเลือดอยู่ที่ 300.800 สำหรับคนปกติ จะอยู่ที่ 000.000-4.0000 ถัดไปประมาณ 2-3 วันหมอก็ตัดเนื้อเยื่อไปตรวจ แล้วลงมติว่าเป็นมะเร็ง
หลังจากทราบผลว่าเป็นมะเร็งที่กระดูกสันหลังขั้นสุดท้าย ก็ตกใจช็อกไปประมาณ 20 นาที 20 นาทีที่บอกไม่ถูก เป็น 20 นาทีที่ทรมานมาก ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี ความดันก็ขึ้นไป 180 จากปกติ 110
ถึงขั้นสุดท้ายแล้วจะทำยังไงดี หมอบอกว่าต้องให้คีโม
( เคมีบำบัด ) ต้องฉายแสง ต้องฝังแร่ ก็เลยถามกลับไปว่า ถ้าฝังแร่แล้วอยู่ได้นานเท่าไหร่ หมอบอกว่าอยู่ได้ปีหนึ่งไม่รับรองมากกว่านี้ พอดีมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ที่อเมริกา เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง เขาบอกให้ไปที่นั่น เขาจะดูแลให้ ก็ถามเขาว่าไปแล้วจะให้ไปทำอะไร เขาบอกให้ไปฝังแร่ ผมก็ไม่ไป ยังไงหนึ่งปีก็ตายอยู่แล้วจะไปทำไมให้เสียเงิน
@ ตัดสินใจบวชหนีโรคร้าย @
ตัดสินใจเข้าวัดปฏิบัติธรรมอยู่ 1 อาทิตย์ ก็เลยนั่งคิดต่อว่าถ้าอยู่แต่ที่วัดจะรอดไหม น่าจะสู้กับมัน จะต้องสู้ให้ได้ จะต้องชนะ ชีวิตเกิดมาเพียงแค่ชีวิตเดียวอยู่ๆจะมายอมตายง่ายๆได้อย่างไร
ผมคิดขึ้นมาได้ว่ากษัตริย์สีหนุ ท่านเคยเป็นมะเร็ง เมื่ออายุ 40 กว่าปีก่อนไปรักษาที่ต่างประเทศเวลานี้อายุตั้ง 90 ปียังมีชีวิตอยู่ คิดถึงตรงนี้ เลยโทรศัพท์หาน้องที่เป็นกงสุลใหญ่อยู่ต่างประเทศ ตรวจสอบข้อมูลทราบว่าที่ประเทศที่สาม
( เกาหลีเหนือ ) มีสถานที่บำบัดมะเร็งจริงแต่การเดินทางไปลำบากมาก
@ หนีความตายไปประเทศที่สาม @
มะเร็งระยะสุดท้าย ฟังแล้วน่ากลัวจริงๆ หนทางรอดแทบไม่มี จึงตัดสินใจทำพินัยกรรมให้ลูกๆแล้วรวบรวมเงินทองที่หามาได้ตลอดชีวิตเดินทางไปประเทศที่สามเผชิญความตายด้วยใจสงบ ถ้าโชคดีคงได้กลับมาอีกมันเป็นภาวะจนตรอกที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต ถึงแม้ชีวิตของคนเราจะเกิดมาแล้วต้องตายกันทุกคน แต่ถึงวินาทีนั้นคนเราต่างก็กลัวความตายโดยสัญชาตญาณ อยากจะยืดชีวิตต่อลมหายใจออกไปอีก
นั่งเครื่องบินไปลงที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วจึงนั่งรถยนต์ไปอีก 8 ชั่วโมง แทบเอาตัวไม่รอดสุดทรมานโดยเฉพาะช่วงที่นั่งบนเครื่องบิน นั่งพิงเบาะไม่ได้ ปวดหลังอึดอัดทรมานมากนั่งเอามือเกาะเบาะด้านหน้าร้องโอดครวญตลอดการเดินทาง น้ำตาลูกผู้ชายมันหยดไหลอย่างไม่รู้ตัว นึกในใจว่าการเดินทางครั้งนี้คงไม่ได้กลับเมืองไทยอีกแล้ว ยิ่งช่วงการเดินทางโดยรถยนต์ไปยังประเทศที่สาม ลำบากมากทั้งเจ็บปวดสุดทรมานตลอดการเดินทาง 8 ชั่วโมงเต็ม
ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลแต่เป็นศูนย์บำบัดตั้งอยู่บนเขา ผู้ที่มาบำบัดรักษาส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป อเมริกา อาหรับ ญี่ปุ่น คนไทยมีอาตมาเพียงคนเดียว เน้นการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด ใช้แสงตะวัน ใช้สายน้ำ ใช้หิมะ อาหารทุกอย่างต้องสด
คนป่วย 1 คน จะมีพยาบาลประจำตัว 1 คนดูแลเราอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่เช้า 05.00-20.00 น.ไปไหนไปด้วยกันนอนด้วยกัน ดูแลทุกย่างก้าว เข้าห้องน้ำก็ไปนั่งเฝ้า เป็นพี่เลี้ยงตลอด อาบน้ำก็ไปดูว่าน้ำได้อุณหภูมิไหม อุ่นพอไหมเย็นพอไหม อาหารการกินก็กินโอสถ เน้นธรรมชาติล้วนๆ อยู่ที่นี่ยาสักเม็ดก็ไม่มี
ศูนย์ธรรมชาติบำบัดแห่งนี้ จะมีคอร์สบำบัดรักษา 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน ของผม 30 วันอาการก็ดีขึ้นมาก ผิดกับตอนที่มาใหม่ๆ เจ็บปวดจนทนไม่ไหว คนที่มาที่นี่ป่วยเป็นมะเร็งทุกชนิดบางคนปฏิบัติตัวได้ตามที่เขาให้ทำให้กินก็ประสบความสำเร็จ
ในแต่ละวันตื่นเช้าขึ้นมาประมาณ 05.00น.ก็จะเอาน้ำโอสถมาให้ดื่ม 1 ลิตร รสชาดจืดชืดสีเขียวเข้ม เวลาประมาณ 06.30น. ก็จะพาไปเดินออกกำลังกาย แล้วพาไปรับแสงตะวัน เรียกว่าแสงตะวันบำบัด นั่งรถประมาณชั่วโมงครึ่ง ไปกลับวันละ 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะพาเดินบนหิมะประมาณ 1 ชั่วโมงทุกวัน เสร็จแล้วมาประคบน้ำอุ่นที่ฝ่าเท้า ถามเขาว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ เขาบอกว่าเพื่อสร้างภูมิภูมิต้านทานขึ้นมา บางคนก็ทำไม่ได้ ทำได้ประมาณ 20-30 % แต่ของอาตมาอาศัยเป็นนักกีฬาเก่า วันแรกก็ไม่ไหวเหมือนกันเย็นจัด วันที่สองวันที่สามก็เริ่มทำได้ และทำได้มาตลอด พอทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดีขึ้น ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ
สำหรับโอสถสีเขียวเข้มจะดื่มช่วงเช้า 1 ลิตร บ่าย 1 ลิตร ตอนเย็นอีก 1 ลิตร และก่อนนอนอีก 1 ลิตร วันหนึ่งจะดื่มโอสถวันละ 4 ลิตร น้ำนี้น่าจะเข้าไปช่วยกำจัดอาจจะเป็นน้ำที่เชื้อมะเร็งไม่ชอบ เอาไปล้างพิษในร่างกายออกมา
เพราะเรากินเข้าไปวันละตั้ง 4 ลิตรก็ต้องมีการถ่ายเทออกมา แต่เป็นเรื่องที่แปลกนะ เวลาเรากินน้ำกินยาแคปซูลอะไรก็แล้วแต่ เวลาเราปัสสาวะออกมาจะเป็นสีเหลือง แต่เวลาเราดื่มโอสถพวกนี้เวลาปัสสาวะออกมาก็ยังใส แสดงว่ามันเอาไปใช้หมด เป็นเรื่องที่แปลก ใสกว่าปกติด้วยซ้ำไป
ช่วงไปอยู่ทีนั่นใหม่ๆนอนหงายไม่ได้ มันปวดหลังมากต้องนอนคว่ำเหมือนจระเข้ หลังมันปวดร้าวไปหมดเพราะถูกมะเร็งทำลายไปเยอะรวมไปถึงหัวเข่าด้านซ้ายด้วย เวลานั่งหลังก็พิงไม่ได้
เรื่องอาหารการกิน เขาจะให้ทานข้าวบาร์เลย์ กับข้าวก็เป็นกับข้าวพื้นๆไม่มีอะไรมากมายเน้นผักเป็นส่วนใหญ่ ผักที่นี่เขาปลูกเอง ปลูกในกระโจม ปรับอุณหภูมิและไร้สารพิษ ดินที่ใช้ปลูกเปลี่ยนทุก 3 เดือน
เขาบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดล้วนๆแต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก ค่าใช้จ่ายต่อวันเขาคิด 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ ผมอยู่ที่นี่ 30 วัน ปฏิบัตตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดมีระเบียบวินัย ถึงเวลาออกกำลังกายก็ต้องออก พักผ่อนก็ต้องพักผ่อน ถึงเวลากินก็ต้องกิน มั่นใจว่าดีขึ้นแน่ อาการป่วยของผมดีขึ้นตามลำดับ เพียง 10 วันแรกเราจะสัมผัสได้เลยว่าเรามาถูกทางแล้วอาการปวดเริ่มลดลงๆ ร่างกายแข็งแรงขึ้น ผิดกับวันแรกๆที่นอนร้องโอดโอยตลอดเวลา พอร่างกายแข็งแรงก็ขยับตัวเองไปเป็นพี่เลี้ยงช่วยคนอื่นต่อ ก็คิดว่าเราน่าจะนำวิชาความรู้เหล่านี้ไปช่วยเหลือเพื่อนคนไทยที่ต้องทุกข์ทรมานกับมะเร็งร้าย ถ้าจะให้ดีต้องบุกครัวเข้าไปช่วยในครัวจะได้จดจำโอสถยาให้ได้ แต่โชคร้ายเขาไม่อนุญาต
ผมจึงตัดสินใจว่าไหนๆก็เดินทางมาถึงที่สุดของชีวิตแล้ว จึงทรุดตัวลงคุกเข่าก้มกราบเขาจนกระทั่งเขาสงสาร จึงอนุญาตให้เข้าไปช่วยในครัว
ผมรู้สึกร่างกายเราแข็งแรงแล้วเราไม่ตายแล้ว คิดถึงบ้านก็เลยขอกลับ เขาก็มาตรวจร่างกาย เขาบอกร่างกายแข็งแรงดีเขาก็ให้กลับ
ระหว่างนั่งอยู่บนเครื่องบินก็คิดว่าเราน่าจะกลับไปช่วยคนที่เป็นมะเร็งได้ เพราะคนที่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง
ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งตรงไหนก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่ 90 % จิตใจมันตายแล้ว มันเหลือแค่ 10 % เท่านั้นในร่างกาย จะมีสักกี่คนที่ใจสู้แล้วยอมหาวิธีรักษาตนเอง มีน้อยมาก ผมตั้งใจว่าถ้ากลับถึงเมืองไทยจะช่วยคนที่เป็นมะเร็ง ถึงช่วยได้ไม่ถึง 100 % ช่วยได้ 50 % ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว
หลังจากกลับจากต่างประเทศแล้วก็ไปตรวจร่างกายตรวจเลือดที่โรงพยาบาลที่เคยตรวจ ผลเลือดที่เรียกว่า PHA ( ช่วงที่ป่วยก่อนรักษาอยู่ที่ 311.800) หมอใช้เวลาตรวจ 6 ชั่วโมง วัดได้ 5.090 ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 ไปตรวจอีกครั้งวัดได้ 0.268 หมอไม่แน่ใจส่งเลือดไปให้โรงพยาบาลอีก 2 แห่งตรวจอีก ผลการตรวจออกมาตรงกันหมด ถือว่าเยี่ยมแล้ว คนปกติทั่วไปที่ไม่มีเชื้อมะเร็ง จะอยู่ที่ 0.000-4.000 ของเราเลือดดีกว่าคนปกติอีก
หมอถามว่าไปทำอะไรมา อาตมาบอกไปรักษามา อาตมาไม่ยอมตาย คิดว่ามะเร็งยังหลบอยู่ในตัวเรา แต่ไม่รู้อยู่ที่ไหน เราก็ไม่ชะล่าใจ มะเร็งเกิดจากภูมิบกพร่องของชีวิต มันต้องการอาหาร อาหารโปรดของมันคือ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด ซึ่งเราก็ไม่ให้มันกินเลย
มะเร็งถ้าเราไม่ให้อาหารมัน มันก็จะฝ่อ และอ่อนแรง เราไม่ให้กินนานๆเข้ามันก็จะตายในที่สุด บ้านเราผู้ป่วยใหม่ที่เป็นมะเร็งมี 284 คน/วัน ตายชั่วโมงละ 11 คน เราต้องมาปรับเปลี่ยนวิธีกินอยู่กันใหม่
การเจริญเติบโตของมะเร็ง เขาจะก้าวกระโดด จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จาก 4 เป็น 8 จาก 8 เป็น 16 บวกขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นคนที่ป่วยเป็นมะเร็งส่วนใหญ่ที่ตายเพราะโลเล ตัดสินใจไม่เด็ดขาด มะเร็งหยุดได้ถ้าใจสู้"
" เราต้องมีวินัยถ้ามีวินัยเราสามารถหยุดมะเร็งได้ ต้องยึดกฎเหล็กดูแลเรื่องอาหารการกิน การปฏิบัติตัว สิ่งแวดล้อมอากาศบริสุทธิ์ การออกกำลังกาย ผมอาจจะมีบุญเพราะเป็นมะเร็งแต่ไม่เคยคิดว่าเป็นมะเร็ง คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำอย่างไรถึงจะชนะ ทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตที่ยืนยาวดูแลลูกเต้าต่อไป ไม่เคยกังวลเลย
แล้วเรื่องพืชผักต้องไร้สารจริงๆไม่ใช่ปลอดสาร ไร้สารคือดูแลการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยวจะไม่ใช้ยา แต่ถ้าปลอดสารคือใช้เคมีพอใกล้วันเก็บเกี่ยวประมาณ 15 วันก็จะหยุดใช้สารเคมีอันนี้ไม่ปลอดภัย จะมีสารตกค้างตามมา"
มะเร็งไม่น่ากลัวอย่างที่คิดถ้าเรารู้จักวิธีป้องกันดูแลสุขภาพเราก็สามารถชนะมันได้ขอเพียงอย่างเดียวจิตใจต้องเข้มแข็ง
บางรายเกิดวิตกจริตนอนไม่หลับเพราะญาติพี่น้องเสียชีวิตเพราะมะเร็งไม่รู้จะถึงตัวเองเมื่อไหร่ หลายรายทำตามคำแนะนำของพ่อเลี้ยงวรรณอาการดีขึ้นทันตาเห็น
ปัจจุบันพ่อเลี้ยงวรรณมีโครงการสร้างศูนย์ธรรมชาติบำบัดที่สวนเกษตรของพ่อเลี้ยงเองที่ อ.แม่สอด จ.ตาก
ในอนาคตเราคงได้เห็นศูนย์ธรรมชาติบำบัด ของมูลนิธิวรรณ ในเมืองไทย ที่ อ.แม่สอด จ.ตากอากาศดีมาก นอกจากได้สูดอากาศบริสุทธ์แล้วยังมีแปลงเกษตรไร้สารพิษอีกด้วย
พ่อเลี้ยงวรรณมีปณิธานว่าสำหรับผู้ยากไร้ มูลนิธิวรรณจะรักษาให้ฟรี สำหรับผู้มีอันจะกินให้สนับสนุนค่าโอสถเพียงวันละ 100 บาท ทางมูลนิธิจะจัดส่งโอสถไปให้ เรียกว่าคนมีฐานะช่วยคนด้อยโอกาสนะครับ ถ้าท่านอยากทราบรายละเอียดและขอคำ
ปรึกษาเรื่องการดูแลสุขภาพเพิ่มเติม ติดต่อมูลนิธิวรรณ(ปัจจุบันลูกชาย-ภรรยาดูแลอยู่) เลขที่ ๓/๖๘๑ ประชานิเวศน์ ถนนเทศบาลนิมิตรเหนือ ลาดยาวจตุจักร กรุงเทพฯ โทร. ๐-๒๑๕๘-๐๖๕๘
ช่วยกันเผยแพร่นะครับ ได้บุญ
เมียทั่นผู้นำ แค้นฝังหุ่น ดร.ปวิน หรือเนี่ย???
Running Afoul of the Thai Monarchy
Running Afoul of the Thai Monarchy
Thailand's strict lèse-majesté laws make it a crime to insult the monarchy, an offense that encompasses a surprising number of activities.
Under Thai law, it is illegal to defame, insult or threaten King Bhumibol Adulyadej, the queen or the crown prince.
But over the past decade, as the king has become infirm, the law has been used more extensively, leading to lengthy jail sentences for critics, and applied broadly to cover all sorts of speech, including graffiti, theater and private conversations.
Here are six recent cases that have ended in jail terms.
เหลือเชื่อ! แค่เอาเท้าไปแช่ลงในเกลือ ผลที่ได้แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สามารถอธิบายได้
รถไฟ จีน กรรมการร่วม ไทยกำลังตกเป็นเหยื่อจีน
....ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีคมนาคม ที่กำลังไปถก โครงการรถไฟไทย–จีน ที่ เมืองเฉิงตู ประเทศจีน ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 สิงหาคมแล้ว ก็รู้สึกทะแม่งๆโครงการนี้ฝ่ายจีนเป็นผู้ริเริ่ม ขอสร้างผ่านไทยเพื่อขนสินค้าไปลงทะเลอ่าวไทย แต่ไม่รู้ พล.อ.อ.ประจิน ไปเจรจากันท่าไหน กลายเป็นว่าไทยกำลังตกเป็นเบี้ยล่างจีน แถมยังต้อง เอาเงินภาษีคนไทย 4 แสนกว่าล้านบาทไปสร้างให้จีนด้วย
ลองอ่านคำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อ.ประจิน ที่ผมลอกมาจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ดูครับ อ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
"ขณะนี้ได้รับการยืนยันจาก คณะกรรมการฝ่ายจีน ว่าจะมีการประชุมระหว่างฝ่ายไทยและจีนที่ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 6–8 สิงหาคมนี้ โดยจะมีการหารือถึงความคืบหน้าการสำรวจและออกแบบของ โครงการรถไฟไทย–จีน ในการก่อสร้าง รถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร เส้นทาง กรุงเทพฯ–แก่งคอย มาบตาพุด–แก่งคอย แก่งคอย–นครราชสีมา–หนองคาย ระยะทาง 867 กิโลเมตร โดยฝ่ายไทยจะนำข้อมูลการวางระบบราง และการวางรูปแบบสถานีแต่ละแห่ง ไปชี้แจงกับคณะกรรมการทางทั้งสองฝ่าย
ส่วนรูปแบบ การร่วมลงทุน การกู้เงิน ขณะนี้มีความก้าวหน้าพอสมควร การประชุมที่เฉิงตู จะขอคำตอบความคืบหน้าวงเงินกู้ และอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ฝ่ายไทยขอไป ก่อนหน้านี้ ฝ่ายจีนเคยให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับรัฐบาล 2% ส่วนอัตราดอกเบี้ยลักษณะเชิงพาณิชย์ 4% อยากให้ต่ำกว่านี้"
ผมอยากเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อ.ประจิน ว่า อัตราดอกเบี้ย 2–4% ระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล มันก็เหมือนกับ "จีนคิดดอกเบี้ยนอกระบบกับไทย" เพราะเงิน 4 แสนล้านบาท กู้ในประเทศไทยถูกกว่าเยอะ ขนาดบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ ออกหุ้นกู้ยังให้ดอกเบี้ยไม่ถึง 4% แต่จีนคิดกับรัฐบาลไทยโหดถึง 4% ยังแบกหน้าไปขอลดดอกเบี้ยเขาอีก คิดดอกเบี้ยอย่างนี้ต้องตัดหางปล่อยวัดแล้ว
ความจริง โครงการรถไฟไทย–จีน สายนี้ จีนต้องเป็นฝ่ายลงทุนทั้งหมด เพราะ ได้ประโยชน์เกือบ 100% ฝ่ายไทยเสียอีกที่ "เสียค่าโง่" ไปทำโครงการนี้ร่วมกับจีน เพราะในเส้นทาง หนองคาย–นครราชสีมา–แก่งคอย–มาบตาพุด–กรุงเทพฯ สายนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็มี โครงการรถไฟทางคู่มาตรฐาน 1 เมตร ที่ได้รับการอนุมัติก่อสร้างจาก ครม.แล้ว ค่าก่อสร้างก็ถูกกว่าหลายเท่า ทำไมต้องเสียเงินอีก 400,000 ล้านบาทไปลงทุนรถไฟทางคู่ 1.435 เมตรให้กับรถไฟจีน ซึ่ง วิ่งคู่ขนานกับรถไฟทางคู่ 1 เมตรของไทย อีก
โครงการรถไฟไทย–จีน ไทยมีแต่เสียกับเสีย ผมยังมองไม่เห็นประโยชน์อะไรที่ไทยต้องเสียเงิน 4 แสนล้านบาทไปสร้างรถไฟให้จีน เพื่อให้จีนขนสินค้าผ่านดินแดนไทยไปลงทะเล โดยไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย หรือได้ก็น้อยมากๆ
ถ้า รัฐบาลบิ๊กตู่ จะฉลาดกว่านี้สักนิด ยื่นเงื่อนไขกับจีนว่า ถ้าจีนต้องการขนสินค้ามาลงทะเลอ่าวไทย ก็ต้อง ให้จีนสร้างรถไฟทางคู่ 1.435 เมตรมาสิ้นสุดที่หนองคาย และจาก หนองคาย ไป กรุงเทพฯ แก่งคอย มาบตาพุด แหลมฉบัง จีนต้อง ใช้รถไฟราง 1 เมตรของไทยอย่างเดียว เพื่อ สร้างรายได้ให้การรถไฟ ที่ยังขาดทุนบักโกรกมีหนี้เป็นแสนล้าน โดยมีจุดเปลี่ยนถ่ายตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ที่หนองคาย เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับหนองคาย
ถ้า รัฐบาลบิ๊กตู่ ทำอย่างนี้ ประเทศไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกมหาศาล การรถไฟไทยที่ขาดทุนก็มีรายได้เพิ่มขึ้น หนองคายก็มีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะกลายเป็น จุดเปลี่ยนถ่ายสินค้ารถไฟไทย–จีน และไทยก็ไม่ต้อง "เสียค่าโง่" ไปลงทุนสร้างทางคู่ 1.435 เมตร ให้จีนถึง 400,000 ล้านบาท ไม่ต้องไปจ่ายดอกโหดให้จีน 2–4% ไทยมีแต่ได้กับได้
โครงการนี้ผมค้านเต็มที่ เพราะไทยเสียประโยชน์เห็นๆ เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ก็เป็นเงินภาษีของผมและคนไทย 67 ล้านคน ไม่ใช่เงินของรัฐบาลที่จะเอาไปอวยใครๆฟรี
ที่สำคัญ รถไฟไทย–จีนสายนี้ คือ ยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของ จีน ในการ ขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้ และ ไทยกำลังตกเป็นเหยื่อจีน เสียทั้งตัว เสียทั้งเงิน แถมยังถูกมิตรเก่าอย่าง สหรัฐฯ ยุโรป ขย้ำเสียเต็มเขี้ยว เลิกเสียวันนี้ก็ยังไม่สายครับ.
"ลม เปลี่ยนทิศ"
ที่มาของบทความ
http://thairath.co.th/content/516257
เด็ดปีกลิ่วล้อ-จัดหนักหัวโจก ปฏิบัติการโค่น “จันทร์ส่องหล้า” จับตา “สุดารัตน์” สยายปีก
ที่ประชุมสหภาพยุโรป ลงมติ คว่ำบาตร ประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย 13 ก.ค. 2558
ที่ประชุมสหภาพยุโรป ลงมติ คว่ำบาตร ประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย ความตกลง ความร่วมมือความช่วยเหลือ แม้แต่การเดินทางมาเยือนประเทศไทย ถูกระงับทั้งหมด
บนเงื่อนไขจนกว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไปแล้วค่อยคุยกันใหม่ ตอนนี้ระงับความสัมพันธ์ชั่วคราว ซึ่งไม่เฉพาะ อียู เท่านั้น ทั้งสหรัฐฯ ทั้งประเทศมุสลิม หรือกรณี ประเทศตุรกี ที่ออกแถลงการณ์ ต่อกรณีที่ไทยส่ง ชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน และมีการกระทำที่ขัดต่อหลักการมนุษยชน ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยยิ่งถูกเพ่งเล็ง เข้าไปอีก
การเคลื่อนไหว ทางการเมืองในประเทศไทย แม้แต่เข็มหล่น ก็รู้กันไปทั่วโลก การจับกุมนักศึกษา และผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมือง หรือการเข้มงวดตรวจสอบการทำงานของสื่อ อียู หยิบมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ คว่ำบาตร ประเทศไทยเช่นกัน
ความสัมพันธ์ปัจจุบัน เป็นเพียงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจแบบผิวเผิน ที่ประเทศเหล่านั้นจะได้ประโยชน์จากประเทศไทยมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคมนาคม หรือการกู้ยืมเงิน แต่ในหลักการประชาธิปไตย ประเทศเหล่านั้นก็ยังยืนหยัดจะเอารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ดี
ตั้งแต่ นี้เป็นต้นไป แรงเสียดทานจากระบอบประชาธิปไตย จะทวีความเข้มข้นขึ้น รัฐบาลจะใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามก็ยิ่งจะส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น เช่นกัน
นี่ไม่ใช่หมากเกมทางการเมือง ที่ คสช.หวาดระแวง แต่เป็นปรากฏการณ์ความจริงวันนี้ ที่ไม่ว่าประเทศไทย หรือประเทศไหนก็ตาม ที่ไม่ได้อยู่ในวิถีของระบอบประชาธิปไตยก็จะเจอกับมาตรการเหล่านี้
อยาก ให้ดูตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านที่จะมีการเลือกตั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มีความพยายามจากฝ่ายรัฐบาลทหาร ที่จะแก้รัฐธรรมนูญ จับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลมัดมือมัดเท้ามัดปาก ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล
ทำทุกวิถีทางที่จะรักษาอำนาจเอาไว้ให้ได้
แต่ ในที่สุดแล้วความหมายของระบอบประชาธิปไตย คืออำนาจสูงสุดอยู่ที่ประชาชน จะใช้ปลายกระบอกปืนชี้ไปทางไหน ก็ไม่ยั่งยืนถาวร เท่ากับอำนาจการตัดสินใจของประชาชน
จะจินตนาการให้พรรคการเมืองต้อง เป็นอย่างนั้น ให้นายกฯ ต้องมาจากคนนอก ให้พรรคนี้ต้องจับมือกับพรรคโน้น ให้คนนี้อยู่ให้คนนั้นไป แล้วการยึดอำนาจจะไม่สูญเปล่า ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีของประชาธิปไตยได้
เพราะระบอบ ประชาธิปไตยจะต้องไม่ถูกครอบงำทางความคิดจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ได้ถูกลิขิตโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่ละเมิดความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่
เพราะคนไทยไม่ได้กินแกลบกินรำ.
หมัดเหล็ก
ชูวิทย์ I'm No.5 แด่น้องตั๊น : ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา
ชูวิทย์ I'm No.5
ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา
เธอเป็นแกนนำการประท้วงร่วมกับสุเทพแห่ง กปปส.
เธอเป็นลูกคนรวยตระกูลดังน้ำเมาแห่งชาติ
เธอเป็นดาวเด่นเด็กปั้นของประชาธิปัตย์
เธอคิดจะสอยดาวมาประดับไว้บนบ่า เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตัวเองและวงศ์ตระกูล
แต่เธอไม่สามารถเรียกความรักความศรัทธาจากบรรดาพี่น้องตำรวจได้
เพราะแม้แต่ผมเองที่เคยแฉความไม่ชอบมาพากลของวงการตำรวจมามากมาย ก็ไม่เคยยุยงส่งเสริมให้ใครไปรื้อทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะรู้อยู่ว่าท้ายสุด "เสือย่อมไม่กินเนื้อเสือ"
แต่เธอและเครือข่ายของสุเทพ สามารถทำอะไรก็ได้เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามลงจากอำนาจ ทั้งบุกสถานที่ราชการ ปิดถนนโดยไม่คิดถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน หรือแม้กระทั่งหยามศักดิ์ศรี ย่ำยีสัญลักษณ์ของตำรวจ
แล้วจนถึงบัดนี้ เธอยังจะมีความฝันที่จะเป็นส่วนหนึ่งของตำรวจอีกหรือ?
ผมว่าเธอสามารถมีแฟนเป็นตำรวจหรือแม้แต่แต่งงานกับตำรวจ สังคมไทยคงยอมรับได้
แต่การที่จะสมัครเป็นตำรวจเสียเองคงเหลือเกินจะรับไหว หรือนี่คือการปฏิรูปตำรวจอย่างที่ป่าวประกาศเสียงแจ้วๆบนเวที กปปส.?
โบราณเขาถึงมักบอกพวกที่ทำอะไรโดยไม่มองดูตัวเองว่า "ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา" เสียบ้าง ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร
สารคดี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ฉบับเต็ม
2 คนไทยพุทธจากใต้ล่าง เดินเท้าถึงทำเนียบรัฐบาลแล้วเพื่อเรียกร้องหาความสงบสุขคืนคนไทยพุทธในภาคใต้
คลิป.ประวัติศาสตร์การเมืองรวมคลิป กปปส.จ้าา..รับประกันเด็ดทุกคลิป!!
เป้าหมายของคณะราษฎรเสรีไทยเพื่อการเปลี่ยนระบอบ
เป้าหมายของคณะราษฎรเสรีไทยเพื่อการเปลี่ยนระบอบ
Wednesday, July 1, 2015
7:42 PM
เนื่องจากบ้านเมืองที่ได้ตกไปอยู่ในอุ้งเท้าของเผด็จการในระบอบอำมาตยาราชาธิปไตยอย่างชัดเจน ตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2549 เป็นต้นมา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังการรัฐประหารครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นั้น ประเทศไทยได้กลายเป็นเสมือนรัฐล้มเหลว ไม่มีขื่อ ไม่มีแป ไม่มีการเคารพหลักประชาธิปไตย มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโจ๋งครึ่ม โดยชนชั้นนำ อันได้แก่สถาบันกษัตริย์ องค์มนตรี ทหาร ข้าราชการระดับสูง นักวิชาการ นักคิดนักเขียน นักสื่อสารมวลชน และอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่ ไม่ได้คิดถึงประชาชนเป็นหลักอย่างแท้จริง แถมสร้างปมปัญหาให้ถึงทางตัน เป็นลิงแก้แห ซึ่งนับวันจะพันตัวเอง จนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และยิ่งจะช่วยประเทศชาติไม่ได้ สิ่งที่พวกเขาทำ กลับเป็นการมุ่งแสวงหาและรักษาอำนาจ และผลประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวก บนความเสียหายของประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ วันนี้ เราจึงสรุปได้อย่างมั่นใจแล้วว่า เผด็จการที่ได้ปล้นอำนาจประชาชนไปนั้น ได้นำประเทศชาติไปสู่ความเสียหายที่หนักหนาสาหัส จนยากจะเยียวยาได้ง่าย และไม่ใช่คำตอบของสมการปัญหาแน่นอน เพราะพวกเขาคือตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาที่กลายเป็นวิกฤติการเสียเอง
ดังนั้น การรวมตัวของปวงชนชาวไทยครั้งนี้ จึงเป็นการรวมตัวของประชาชน ที่ไม่ฝักใฝ่กับฝ่ายใดฝ่ายหนี่งในสมการความขัดแย้ง แต่เป็นตัวแทนประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง และเท่าเทียมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญดังนี้
- เพื่อเป็นศูนย์กลาง รวบรวมและประกาศเจตนารมย์ร่วมของปวงชนชาวไทย สำหรับการเปลี่ยนระบอบจากระบอบเผด็จการอำมาตยาราชาธิปไตยไปสู่ระบอบเสรีประชาธิปไตย ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ใช้โดยประชาชนหรือตัวแทนที่ผ่านการเลือกตั้งหรือมติของประชาชน และดำเนินการทุกด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่ใช่สถาบันกษัตริย์ สถาบันทหาร สถาบันข้าราชการ และชนชั้นผู้ได้เปรียบในสังคม อย่างที่เป็นอยู่ โดยจะปฏิเสธความชอบธรรมของอำนาจ กลไก และสถานะของผู้ที่ปล้นอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย และต้องล้มล้างผลพวงของการรัฐประหารอย่างสิ้นเชิง เพื่อยืนยันอำนาจพื้นฐานของประชาชน ในฐานะเป็นเจ้าของประเทศตัวจริง
- มุ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ในเวทีระดับประเทศ และระดับนานาชาติ โดยมีการการจัดตั้งและดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีเครือข่ายทั่วโลกที่พร้อมปฏิบัติงานได้จริง ในการชี้้แจง ร้องเรียน ร้องขอความช่วยเหลือ และเจรจาต่อรองกับองค์กร องค์การ และผู้นำประเทศในระดับต่าง ๆ
- มุ่งรณรงค์ให้ยกเลิกสถาบันกษัตริย์ ที่มีอำนาจและพิษร้ายต่อระบอบประชาธิปไตย และทำลายเครือข่ายของระบอบอำมาตยาราชาธิปไตย เพื่อสถาปนาระบอบที่ประชาชนมีอำนาจ ได้ใช้อำนาจ และได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากระบอบที่ประชาชนเป็นหัวใจอย่างแท้จริง
- มุ่งเน้นให้พลังประชาชนอันมหาศาล เป็นกำลังหลักในการแก้ปัญหาของประเทศไทย อย่างถอนรากถอนโคนและตรงสาเหตุอย่างแท้จริง ไม่ให้เหลือซากของระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ ที่ฝังรากและบ่อยทำลายอำนาจ และผลประโยชน์ของประชาชนมาตลอด โดยเน้นที่การใช้พลังประชาชนอันมหาศาล ในการชี้นำทิศทาง บนความชอบธรรมที่ใครแย้งไม่ได้ บนยุทธวิธีที่เน้นสันติอหิงสา และการใช้สิทธิของประชาชนเจ้าของอำนาจตามสิทธิที่มีอยู่ในหลักสิทธิมนุษยชน และหลักกฎหมายนานาชาติ ที่ประเทศไทยได้ลงนามตกลงไว้แล้ว
- มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยต้องลงสัตยาบันรับธรรมนูญกรุงโรม เพื่อรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ
- เน้นเร่งรัดให้ประเทศไทยและคนไทย ได้พัฒนาศักยภาพให้สูงสุด ภายใต้ระบอบทุนนิยมเสรี ที่ประเทศไทยจะเปิดเจรจาค้าขายและคบหาสมาคมกับชาวโลกทุกประเทศ โดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่จะนับถือหลักการตามกฎหมายและข้อตกลงที่ประเทศไทยทำไว้กับนานาชาติอย่างเต็มที่
- มุ่งทำลายกลไกเศรษฐกิจแบบผูกขาด ที่สานกันเป็นเนื้อเดียวกับกลไกการกดขี่ ขูดรีด และคดโกง ของระบอบเผด็จการอำมาตยาราชาไตย แล้วมุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างศักยภาพ โอกาส การเป็นเจ้าของร่วม และความอยู่ดีกินดีของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อประกันว่า ประชาชนจะได้รับสวัสดิการสังคม และบริการพื้นฐานทุกชนิดอย่างทัดเทียมนานาอารยประเทศ
- มุ่งปฏิวัติวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพของคนไทยอย่างเอาจริงเอาจังและเร่งด่วน ให้คนไทยทิ้งสิ่งที่เป็นพิษภัยในวัฒนธรรมไทย เรียนรู้และสร้างนิสัยส่วนบุคคลและสร้างสังคมใหม่ ที่ทำให้คนไทยหลากหลายเผ่าพันธุ์ ศาสนา เพศ วัย และความแตกต่างอื่น ๆ ได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อันเท่าเทียมกัน ภายใต้กฎหมายที่ประกันสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค โดยใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ มีคุณภาพ และมีสันติสุข
ผลโหวตชื่อองค์การ http://www.poll-maker.com/results370658x9D538D86-14
ลิงค์สำหรับโหวต http://www.poll-maker.com/poll370658x40c549cc-14
ความเสี่ยงทางกฎหมาย เมื่อเผด็จการประยุทธ์และเครือข่าย ย่างเท้าออกนอกกะลาแลนด์
โพสต์ล่าสุด
ผ่ายุทธศาสตร์ "เหยี่ยวสยบโลก" ผ่านเกมดอลล่าร์
ระเบียบโลกใหม่ภายใต้ "ดอลลาร์เชิงยุทธศาสตร์": อำนาจบีบคั้นและการปรับตัวของ Hegemon...
Popular Posts
-
ทหารมีไว้ทำไม การทบทวนเชิงวิชาการเต็มรูปแบบเพื่อ “push the edges of knowledge”หรือต่อยอดสาระทางวิชาการจากงานของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ : ...
-
โดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2017–2021 และดำเนินนโยบายที่มุ่งเน้นให้ “อเมริกามาก่อน” (America Fir...
-
ความเชื่อที่ว่าชาวยิวครองโลกหรือมีตระกูลยิวบงการเหตุการณ์สำคัญในโลก โดยมีศูนย์กลางที่สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เป็นแนวคิดที่มาจากทฤษฎีสมคบคิด (c...
-
แบบประเมินเลือกนายกรัฐมนตรี (0–10) แบบประเมิน “เลือกนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด” (ให้คะแนน 0–10) ให้คะแนนตามห...
-
คันฉ่องส่องโลก · บทวิเคราะห์เชิงอำนาจ ทรัมพ์ไม่ได้เปลี่ยน “ระเบียบโลก” — เขากำลังท้าทาย “ระบอบของโลก” เมื่อโลก...
-
รัฐประหาร 2500 ถึงประชาธิปไตยแบบจัดการ: เครือข่ายอำนาจ วัง–กองทัพ–กฎหมายการเมือง และการทำให้ “ประชาธิปไตยดูเหมือนจริง” แต่ควบค...
-
คันฉ่องส่องไทย • กรอบคิดเชิงหลักการ หัวข้อ: นิยาม “ปฏิปักษ์ปฏิวัติ” เมื่อยึดประชาธิปไตยเป็นเป้าหมายการเปลี่ยนประเ...
-
ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ่อนเดิมพันโลกทั้งใบ ทรัมพ์กับมาดูโร: เกมหมากรุกภูมิรัฐศา...
-
คันฉ่องส่องไทย | หายนะแม่น้ำโขง: เหมืองเถื่อน 2,400 แห่ง และบทบาทจีน-ทุนสามานย์ คันฉ่องส่องไทย ...
-
คันฉ่องส่องกองทัพไทย: เมื่อกองทัพสู้เกมมวลชนด้วยวาทกรรม คันฉ่องส่องกองทัพไทย • ส่องวาทกรรม–ส่องโครงสร้าง ...
