🔗 แบบทดสอบความรู้รอบตัว ชุดที่ 1–10
ชุดที่ 1 | ชุดที่ 2 | ชุดที่ 3 | ชุดที่ 4 | ชุดที่ 5 | ชุดที่ 6 | ชุดที่ 7 | ชุดที่ 8 | ชุดที่ 9 | ชุดที่ 10
ชุดที่ 1 | ชุดที่ 2 | ชุดที่ 3 | ชุดที่ 4 | ชุดที่ 5 | ชุดที่ 6 | ชุดที่ 7 | ชุดที่ 8 | ชุดที่ 9 | ชุดที่ 10
แบบทดสอบความรู้รอบตัว – ชุดที่ 10
ปิดซีรีส์ “คันฉ่องส่องไทย” อย่างเฉียบคม
1. ทำไมคนไทยจำนวนมากสับสนระหว่าง “รักชาติ” กับ “รักรัฐบาล”?
ก. เพราะถูกสอนให้รัฐ = ชาติ
ข. เพราะระบบไม่ส่งเสริมการตรวจสอบรัฐ
ค. เพราะกลัวถูกมองว่าไม่จงรักภักดี
ง. เพราะไม่เคยถูกปลูกฝังว่าประเทศเป็นของประชาชน
ข. เพราะระบบไม่ส่งเสริมการตรวจสอบรัฐ
ค. เพราะกลัวถูกมองว่าไม่จงรักภักดี
ง. เพราะไม่เคยถูกปลูกฝังว่าประเทศเป็นของประชาชน
เฉลย
ข้อ ง คือสาระที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด: การนิยาม “ชาติ” แบบรวมศูนย์ทำให้ประชาชนถูกกันออกจากความเป็นเจ้าของ2. ทำไมกฎหมายจำนวนมากในไทย “ดีบนกระดาษ แต่ใช้จริงไม่ได้”?
ก. เพราะออกแบบเพื่อหวังผลภาพลักษณ์
ข. เพราะไม่สอดคล้องกับโครงสร้างสังคมจริง
ค. เพราะผู้มีอำนาจไม่พร้อมให้กฎหมายคุมทุกคนเท่ากัน
ง. เพราะถูกเขียนให้ซับซ้อนเพื่อเปิดช่องตีความ
ข. เพราะไม่สอดคล้องกับโครงสร้างสังคมจริง
ค. เพราะผู้มีอำนาจไม่พร้อมให้กฎหมายคุมทุกคนเท่ากัน
ง. เพราะถูกเขียนให้ซับซ้อนเพื่อเปิดช่องตีความ
เฉลย
ข้อ ค คือรากของปัญหา: หากกฎหมายใช้กับทุกคนเท่ากัน โครงสร้างอำนาจแบบเก่าจะสั่นคลอน3. ทำไมการเมืองไทยหมุนเป็นวงกลม?
ก. เพราะความทรงจำทางการเมืองสั้น
ข. เพราะสื่อไม่ทำหน้าที่สาธารณะเต็มที่
ค. เพราะประชาชนขาดกลไกตรวจสอบอย่างแท้จริง
ง. เพราะการออกแบบอำนาจทำให้ “ใครมาก็เจอกรอบเดิม”
ข. เพราะสื่อไม่ทำหน้าที่สาธารณะเต็มที่
ค. เพราะประชาชนขาดกลไกตรวจสอบอย่างแท้จริง
ง. เพราะการออกแบบอำนาจทำให้ “ใครมาก็เจอกรอบเดิม”
เฉลย
ข้อ ง คือสัจธรรม: เปลี่ยนตัวบุคคลแต่ไม่เปลี่ยนโครงสร้าง ผลลัพธ์ก็ซ้ำเดิม4. เหตุใดสังคมไทยมักให้ค่ากับ “ความดีส่วนตัว” มากกว่า “ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ”?
ก. เพราะวัฒนธรรมศาสนาเน้นศีลธรรมปัจเจก
ข. เพราะระบบไม่ให้รางวัลคนทำงานเพื่อส่วนรวม
ค. เพราะคนดีส่วนตัวยอมรับง่ายกว่าระบบดีจริง
ง. เพราะความดีส่วนตัวไม่กระทบโครงสร้างอำนาจ
ข. เพราะระบบไม่ให้รางวัลคนทำงานเพื่อส่วนรวม
ค. เพราะคนดีส่วนตัวยอมรับง่ายกว่าระบบดีจริง
ง. เพราะความดีส่วนตัวไม่กระทบโครงสร้างอำนาจ
เฉลย
ข้อ ง คือหัวใจของการเมืองไทยยุคใหม่5. ทำไมคำว่า “การเมืองเป็นเรื่องสกปรก” จึงอันตราย?
ก. เพราะทำให้คนดีไม่อยากเข้ามา
ข. เพราะทำให้คนเลวมีพื้นที่
ค. เพราะทำให้ประชาชนไม่สนใจตรวจสอบ
ง. เพราะเป็นวลีที่ถูกใช้เพื่อตัดสิทธิ์ประชาชนแบบแนบเนียน
ข. เพราะทำให้คนเลวมีพื้นที่
ค. เพราะทำให้ประชาชนไม่สนใจตรวจสอบ
ง. เพราะเป็นวลีที่ถูกใช้เพื่อตัดสิทธิ์ประชาชนแบบแนบเนียน
เฉลย
ข้อ ง คือสาระลึกที่สุด: คำนี้ทำให้ประชาชนถอนตัว ขณะที่อำนาจยังคงอยู่ในมือเดิม6. ทำไมระบบราชการไทยปรับตัวยาก?
ก. เพราะมีโครงสร้างซ้อนทับหลายชั้น
ข. เพราะวัฒนธรรมกลัวความผิดมากกว่ากลัวล้มเหลว
ค. เพราะตำแหน่งสำคัญผูกกับอำนาจมากกว่าผลงาน
ง. เพราะระบบถูกออกแบบให้ช้า เพื่อ “ปลอดภัยสำหรับผู้มีอำนาจ”
ข. เพราะวัฒนธรรมกลัวความผิดมากกว่ากลัวล้มเหลว
ค. เพราะตำแหน่งสำคัญผูกกับอำนาจมากกว่าผลงาน
ง. เพราะระบบถูกออกแบบให้ช้า เพื่อ “ปลอดภัยสำหรับผู้มีอำนาจ”
เฉลย
ข้อ ง คือคำตอบเชิงโครงสร้างที่แท้จริง7. ทำไมคำว่า “อย่าทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย” มักถูกใช้ผิดบริบท?
ก. เพราะใช้เพื่อปิดปากผู้เรียกร้องความยุติธรรม
ข. เพราะวัฒนธรรมไทยชอบหลีกเลี่ยงปัญหา
ค. เพราะรัฐมักมองความสงบสำคัญกว่าสิทธิ
ง. เพราะคำว่า “วุ่นวาย” ถูกตีความตามความพอใจของผู้มีอำนาจ
ข. เพราะวัฒนธรรมไทยชอบหลีกเลี่ยงปัญหา
ค. เพราะรัฐมักมองความสงบสำคัญกว่าสิทธิ
ง. เพราะคำว่า “วุ่นวาย” ถูกตีความตามความพอใจของผู้มีอำนาจ
เฉลย
ข้อ ก และ ง คือแกนลึกของคำนี้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย8. ทำไมการตั้งคำถามคือทักษะที่สำคัญที่สุดของพลเมือง?
ก. เพราะช่วยแยกข้อมูลจริงออกจากโฆษณาชวนเชื่อ
ข. เพราะทำให้การเมืองโปร่งใสขึ้น
ค. เพราะทำให้ประชาชนมีพลังต่อรอง
ง. เพราะเผด็จการเริ่มต้นจากประชาชนหยุดถาม
ข. เพราะทำให้การเมืองโปร่งใสขึ้น
ค. เพราะทำให้ประชาชนมีพลังต่อรอง
ง. เพราะเผด็จการเริ่มต้นจากประชาชนหยุดถาม
เฉลย
ข้อ ง คือเหตุผลใหญ่ที่สุดในทุกยุคสมัย9. ทำไมสังคมที่ประชาชน “ไม่กล้าตรวจสอบรัฐ” มักจบด้วยความเสื่อมโทรม?
ก. เพราะอำนาจไม่ถูกตรวจสอบจะล้นเสมอ
ข. เพราะระบบที่ไม่ใสสะอาดดึงดูดคนผิดประเภท
ค. เพราะรัฐไม่มีแรงกดดันให้พัฒนาตัวเอง
ง. เพราะความกลัวคือปุ๋ยของความเสื่อม
ข. เพราะระบบที่ไม่ใสสะอาดดึงดูดคนผิดประเภท
ค. เพราะรัฐไม่มีแรงกดดันให้พัฒนาตัวเอง
ง. เพราะความกลัวคือปุ๋ยของความเสื่อม
เฉลย
ทุกข้อจริง ข้อ ง คือคำอธิบายที่คมที่สุด10. อะไรคือ “สัญญาณว่าประเทศกำลังตื่นรู้”?
ก. คนกล้าตั้งคำถามมากขึ้น
ข. คนเริ่มแยกแยะว่า รัฐ ≠ ชาติ
ค. คนเลิกยอมรับวัฒนธรรม “ช่างมัน”
ง. คนตระหนักว่าประเทศคือของประชาชน ไม่ใช่ของคนบางกลุ่ม
ข. คนเริ่มแยกแยะว่า รัฐ ≠ ชาติ
ค. คนเลิกยอมรับวัฒนธรรม “ช่างมัน”
ง. คนตระหนักว่าประเทศคือของประชาชน ไม่ใช่ของคนบางกลุ่ม

No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.