แผนร้ายเผด็จศึกธรรมกาย วันเสาร์ ที่ 18 และ อาทิตย์ ที่ 19 นี้

ได้รับแจ้งข่าว ว่า

วันเสาร์ ที่ 18 และ อาทิตย์ ที่ 19 นี้
ทาง DSI ได้ขอหมายค้น ให้ตำรวจ
ดำเนินการเข้า ตรวจค้น ตั้งแต่เวลา
06:00 น. หรือ อาจจะ ก่อนเวลา
เพื่อ ทำการสร้างสถานการณ์ ว่า
ทางวัดธรรมกาย มียาเสพติด ซุกซ่อนไว้




วันแรก อาจจะมีการดำเนินการ แบบนุ่มนวล
เพื่อให้มวลชน เห็นว่า ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรง เกิดขึ้น และ เจ้าหน้าที่ก็จะกลับ ไป ซึ่งมวลชนบางส่วน ก็อาจจะ กลับ เช่นกัน

แต่ทุกอย่าง ได้ถูกสั่งมาแล้วว่า ต้องสำเร็จภายใน
วันอาทิตย์นี้ โดยให้ตำรวจ ออกหน้า เพื่อไม่ให้มีผลกระทบ กับ การลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ และ ภารกิจของทหาร

ขณะนี้ รถของหน่วยงาน ทุกคัน ได้ถูกเรียก 
กลับเข้าประจำการ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ระดับ นายพล หลายราย และ ทุกชั้น ยศ
จาก กองบัญชาการ ตำรวจ ภาค 1
และ ภาค 7 ...ขอให้ศิษย์ธรรมกาย ทุกท่าน
ระวัง เรื่อง ข้อหาการกระทำผิด ในทุกกรณีย์
ที่เค้าจะ ยัดเยียดให้ ด้วย ประเด็นสำคัญ คือ 
เรื่อง ยาเสพติด ที่เค้า วางแผนกันมาแล้ว
จึงแจ้งเตือน ขอให้ทุกท่านช่วยกันพิจารณา และ
ป้องกัน การเข้า ออก ของเจ้าหน้าที่ และ บุคคล
ต่าง ๆ ด้วย

ขอให้เพิ่มความระมัด ระวัง จากการโยนสิ่งของแปลกปลอม
เข้าไปตามจุดต่าง ๆ ซี่งเป็นพื้นที่กว้างขวาง ยากต่อการดูแล
และ ขอให้ศิษย์ที่ประจำจุดในแต่ละจุด อยู่ประจำจุดที่มีเจ้าหน้าที่
เข้าไปตรวจค้น อย่างเคร่งครัด โดยไม่ต้องมีการเคลื่อนย้ายกำลัง
ในแต่ละจุด ให้มีการเฝ้าระวัง การเข้าตรวจค้นอย่างเคร่งครัด
เป็นคำแนะนำ จากเจ้าหน้าที่ ที่บอกฝากมา ค่ะ

แผนร้ายเผด็จศึกธรรมกาย วันเสาร์ ที่ 18 และ อาทิตย์ ที่ 19 นี้

ได้รับแจ้งข่าว ว่า

วันเสาร์ ที่ 18 และ อาทิตย์ ที่ 19 นี้
ทาง DSI ได้ขอหมายค้น ให้ตำรวจ
ดำเนินการเข้า ตรวจค้น ตั้งแต่เวลา
06:00 น. หรือ อาจจะ ก่อนเวลา
เพื่อ ทำการสร้างสถานการณ์ ว่า
ทางวัดธรรมกาย มียาเสพติด ซุกซ่อนไว้




วันแรก อาจจะมีการดำเนินการ แบบนุ่มนวล
เพื่อให้มวลชน เห็นว่า ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรง เกิดขึ้น และ เจ้าหน้าที่ก็จะกลับ ไป ซึ่งมวลชนบางส่วน ก็อาจจะ กลับ เช่นกัน

แต่ทุกอย่าง ได้ถูกสั่งมาแล้วว่า ต้องสำเร็จภายใน
วันอาทิตย์นี้ โดยให้ตำรวจ ออกหน้า เพื่อไม่ให้มีผลกระทบ กับ การลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ และ ภารกิจของทหาร

ขณะนี้ รถของหน่วยงาน ทุกคัน ได้ถูกเรียก 
กลับเข้าประจำการ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ระดับ นายพล หลายราย และ ทุกชั้น ยศ
จาก กองบัญชาการ ตำรวจ ภาค 1
และ ภาค 7 ...ขอให้ศิษย์ธรรมกาย ทุกท่าน
ระวัง เรื่อง ข้อหาการกระทำผิด ในทุกกรณีย์
ที่เค้าจะ ยัดเยียดให้ ด้วย ประเด็นสำคัญ คือ 
เรื่อง ยาเสพติด ที่เค้า วางแผนกันมาแล้ว
จึงแจ้งเตือน ขอให้ทุกท่านช่วยกันพิจารณา และ
ป้องกัน การเข้า ออก ของเจ้าหน้าที่ และ บุคคล
ต่าง ๆ ด้วย

ขอให้เพิ่มความระมัด ระวัง จากการโยนสิ่งของแปลกปลอม
เข้าไปตามจุดต่าง ๆ ซี่งเป็นพื้นที่กว้างขวาง ยากต่อการดูแล
และ ขอให้ศิษย์ที่ประจำจุดในแต่ละจุด อยู่ประจำจุดที่มีเจ้าหน้าที่
เข้าไปตรวจค้น อย่างเคร่งครัด โดยไม่ต้องมีการเคลื่อนย้ายกำลัง
ในแต่ละจุด ให้มีการเฝ้าระวัง การเข้าตรวจค้นอย่างเคร่งครัด
เป็นคำแนะนำ จากเจ้าหน้าที่ ที่บอกฝากมา ค่ะ

รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สร้างไปออกแบบไป แปลกแต่ยังกล้าทำ

โจร คสช.​โฉด ออกคำสั่งลับ จับตาย แกนนำแดง!!!!!




โจร คสช.​โฉด ออกคำสั่งลับ จับตาย แกนนำแดง!!!!!




นายบุญชัย เบญจรงคกุล แห่ง ดีแทค เรียกคนนับล้าน เข้าวัด เปิดเกมส์เขย่าขวัญ

เรียกคนนับล้าน เข้าวัด เปิดเกมส์เขย่าขวัญ

เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล (สามี ตั๊ก บงกช)
เรียกร้องให้คนนับล้านมาวัดพระธรรมกาย
 เพื่อปฏิบัติธรรมแผ่เมตตา ให้สิ่งที่ไม่ดี
ที่จะเกิดกับพระธัมมชโย ให้มันหายไป
 ถ้าไม่มีหลวงพ่อก็ไม่มีเรา

ขอให้เดินทางมากันให้ได้ทั้งประเทศ
 ขอให้เริ่มตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้

มากันให้หมด 
 เราไม่ต้องรอนะครับ 

เรียนเชิญมาปฎิบัติธรรมครั้งใหญ่ของเรา
 เพื่อให้พลังแห่งสันติสุขมันเกิดขึ้น
 นำความสันติสุขมาสู่ประเทศไทยของเรา
 อีกครั้งหนึ่ง 
 ให้หลวงพ่อได้รับความยุติธรรม
 ให้พ้นมลทินที่ถูกใส่ร้าย 

เรียนเชิญนะครับ
 ผมจะรอคอยทุกท่านอยู่

- นายบุญชัย เบญจรงคกุล แห่ง ดีแทค 



นายบุญชัย เบญจรงคกุล แห่ง ดีแทค เรียกคนนับล้าน เข้าวัด เปิดเกมส์เขย่าขวัญ

เรียกคนนับล้าน เข้าวัด เปิดเกมส์เขย่าขวัญ

เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล (สามี ตั๊ก บงกช)
เรียกร้องให้คนนับล้านมาวัดพระธรรมกาย
 เพื่อปฏิบัติธรรมแผ่เมตตา ให้สิ่งที่ไม่ดี
ที่จะเกิดกับพระธัมมชโย ให้มันหายไป
 ถ้าไม่มีหลวงพ่อก็ไม่มีเรา

ขอให้เดินทางมากันให้ได้ทั้งประเทศ
 ขอให้เริ่มตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้

มากันให้หมด 
 เราไม่ต้องรอนะครับ 

เรียนเชิญมาปฎิบัติธรรมครั้งใหญ่ของเรา
 เพื่อให้พลังแห่งสันติสุขมันเกิดขึ้น
 นำความสันติสุขมาสู่ประเทศไทยของเรา
 อีกครั้งหนึ่ง 
 ให้หลวงพ่อได้รับความยุติธรรม
 ให้พ้นมลทินที่ถูกใส่ร้าย 

เรียนเชิญนะครับ
 ผมจะรอคอยทุกท่านอยู่

- นายบุญชัย เบญจรงคกุล แห่ง ดีแทค 



คสช. เปิดข้อมูลเครือข่ายวัดพระธรรมกาย พบมีศิษยานุศิษย์และผู้สนับสนุนรวมประมาณ 4 ล้านคน และมีวัดสาขาอีก 86 แห่งในต่างประเทศ

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/703082


อ่านต้นตอข่าวที่ http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/703082

คสช. เปิดข้อมูลเครือข่ายวัดพระธรรมกาย พบมีศิษยานุศิษย์และผู้สนับสนุนรวมประมาณ 4 ล้านคน และมีวัดสาขาอีก 86 แห่งในต่างประเทศ

การเปิดเผยของทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เกี่ยวกับปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโยนั้น สะท้อนว่าฝ่ายความมั่นคงจับตาวัดแห่งนี้ใกล้ชิดพอสมควร 

ข้อมูลที่ พ.อ.ปิยพงษ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.ออกมาระบุ และเป็นสาระสำคัญคือ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในการเข้าไปตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ไม่ได้ถือว่าล้มเหลว เพราะแม้ไม่ได้ตัวผู้ต้องหา แต่ก็ได้ข้อมูลใหม่ๆ ทั้งเรื่องสถานที่ตั้ง พื้นที่ด้านในบางส่วน รวมทั้งภาพกลุ่มแกนนำ นอกจากนั้น ยังพบข้อมูลว่ามีพระมาจากภาคใต้ มวลชนจากภาคอีสานที่เดินทางเข้าไปในวัด 2 วันก่อนเจ้าหน้าที่เข้าไปอีกด้วย 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากทีมโฆษก คสช. สอดคล้องกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามหมายจับพระธัมมชโยรายงานไปยังรัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยระบุว่าวัดพระธรรมกายมีศิษยานุศิษย์และผู้สนับสนุนรวมประมาณ 4 ล้านคน กระจายในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ และประเทศต่างๆ ทั่วโลก ขณะที่มวลชนที่สามารถออกมาเคลื่อนไหวได้จริง และเคยรวมตัวกันมาแล้ว มีประมาณ 5 หมื่นคน พิจารณาจากกิจกรรมบวชอุบาสิกาแก้ว ล่าสุดในปี 2559 

วัดพระธรรมกายมีวัดสาขา สำนักสงฆ์ และศูนย์ปฏิบัติธรรมของวัดเอง ทั่วประเทศมากถึง 71 แห่ง ในต่างประเทศอีก 86 แห่ง 

นอกจากนั้นยังมีวัดในเครือข่ายขององค์กรที่วัดพระธรรมกายสนับสนุน เช่น ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 แห่ง วัดต่างๆ ในภาคกลาง 42 แห่ง ซึ่งทางวัดเคยจัดธุดงค์ผ่านและพักแรม นอกจากนั้นยังมีวัดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทางวัดเคยจัดกิจกรรมช่วยเหลือด้วย



คสช. เปิดข้อมูลเครือข่ายวัดพระธรรมกาย พบมีศิษยานุศิษย์และผู้สนับสนุนรวมประมาณ 4 ล้านคน และมีวัดสาขาอีก 86 แห่งในต่างประเทศ

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/703082


อ่านต้นตอข่าวที่ http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/703082

คสช. เปิดข้อมูลเครือข่ายวัดพระธรรมกาย พบมีศิษยานุศิษย์และผู้สนับสนุนรวมประมาณ 4 ล้านคน และมีวัดสาขาอีก 86 แห่งในต่างประเทศ

การเปิดเผยของทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เกี่ยวกับปฏิบัติการเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโยนั้น สะท้อนว่าฝ่ายความมั่นคงจับตาวัดแห่งนี้ใกล้ชิดพอสมควร 

ข้อมูลที่ พ.อ.ปิยพงษ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.ออกมาระบุ และเป็นสาระสำคัญคือ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในการเข้าไปตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ไม่ได้ถือว่าล้มเหลว เพราะแม้ไม่ได้ตัวผู้ต้องหา แต่ก็ได้ข้อมูลใหม่ๆ ทั้งเรื่องสถานที่ตั้ง พื้นที่ด้านในบางส่วน รวมทั้งภาพกลุ่มแกนนำ นอกจากนั้น ยังพบข้อมูลว่ามีพระมาจากภาคใต้ มวลชนจากภาคอีสานที่เดินทางเข้าไปในวัด 2 วันก่อนเจ้าหน้าที่เข้าไปอีกด้วย 

ทั้งนี้ ข้อมูลจากทีมโฆษก คสช. สอดคล้องกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามหมายจับพระธัมมชโยรายงานไปยังรัฐบาลก่อนหน้านี้ โดยระบุว่าวัดพระธรรมกายมีศิษยานุศิษย์และผู้สนับสนุนรวมประมาณ 4 ล้านคน กระจายในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ และประเทศต่างๆ ทั่วโลก ขณะที่มวลชนที่สามารถออกมาเคลื่อนไหวได้จริง และเคยรวมตัวกันมาแล้ว มีประมาณ 5 หมื่นคน พิจารณาจากกิจกรรมบวชอุบาสิกาแก้ว ล่าสุดในปี 2559 

วัดพระธรรมกายมีวัดสาขา สำนักสงฆ์ และศูนย์ปฏิบัติธรรมของวัดเอง ทั่วประเทศมากถึง 71 แห่ง ในต่างประเทศอีก 86 แห่ง 

นอกจากนั้นยังมีวัดในเครือข่ายขององค์กรที่วัดพระธรรมกายสนับสนุน เช่น ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 แห่ง วัดต่างๆ ในภาคกลาง 42 แห่ง ซึ่งทางวัดเคยจัดธุดงค์ผ่านและพักแรม นอกจากนั้นยังมีวัดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ทางวัดเคยจัดกิจกรรมช่วยเหลือด้วย



เรื่องมูลนิธิราชภักดิ์ และความผิดปกติ (หลายอย่าง)

เรื่องมูลนิธิราชภักดิ์ และความผิดปกติ (หลายอย่าง)




เมื่อ 4 มกราคม 59 บอกว่า จะมีการเปลี่ยนชื่อมูลนิธิราชภักดิ์ใหม่ (มีห้อยท้าย) มูลนิธิเป็นเจ้าภาพชงเรื่องอยู่ และกระทรวงมหาดไทยก็ออกมาปฏิเสธพัลวัน (http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/475240.html) โดยจะเปลี่ยนชื่อเป็น "มูลนิธิราชภักดิ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร" นั้น

จนบัดนี้ ก็ยังไม่มีประกาศใดๆ ในราชกิจจานุเบกษา
(นานกว่าหกเดือนก็ไม่มีประกาศใดๆออกมาเลย)
ท่านทั้งหลายพิจารณาดูเถิดว่า แอบอ้างเบื้องสูงหรือไม่
(กูบอกแล้วไง ว่าไม่มีใครเซ็นให้ ทำไมไม่ฟังกัน)

(ตามลิงก์นี้ที่บอกไปเมื่อ 10 ม.ค.59https://www.facebook.com/secret100million/posts/442651545933047)

ทั้งนี้ ก็มีข่าวล่าสุด ว่ากรรมการราชภักดิ์ กำลังไปไถเงินจาก "เทศบาลเมืองหัวหิน" (http://www.posttoday.com/local/south/437479) แปลกแต่จริง เงินมูลนิธิราชภักดิ์ มียอดเงินคงเหลือจากการบริจาคเข้ามายังมูลนิธิ อยู่ประมาณ 106 ล้านบาท และยังเป็นเงินบริจาคที่อยู่ในกองทุนกองทัพบกอีกกว่า 50ล้านบาท(เงินลงทุน)

แปลว่า มูลนิธิราชภักดิ์ มีดอกผล(กำไร) 
จากกองทุนกองทัพบก ตามอัตราที่กองทุนกำหนดไว้
ถ้าสมมุติว่าดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ก็ล้านสองนิดๆ 
แสนกว่าบาทน่าจะเพียงพอเป็นรายจ่ายดูแลต่อเดือน

(คณะกรรมการบริหารอุทยานราชภักดิ์ ขอเทศบาลเมืองหัวหิน สนับสนุนงบประมาณบำรุงรักษาภูมิทัศน์ภายในอุทยาน 1.2 แสนต่อเดือน- เห็นไหมว่าทำไมไม่เอาดอกผลจากกองทุนกองทัพบกมาดูแลอุทยาน)

แล้วทำไม มูลนิธิราชภักดิ์ ซึ่งมีเงินเหลือกว่า 156 ล้านบาท มีเงินลงทุนในกองทุนที่น่าจะได้ปันผล(มากพอสมควร) จึงต้องไปขอเงินจาก "เทศบาลเมืองหัวหิน" มาเป็นค่าดูแลอุทยานอีกคำรบหนึ่งด้วยเล่า

(หรือว่าเงินในบัญชี มันออกไปเที่ยวเล่นในบัญชีเมียใครหรือไม่)

ท่านสมาชิกทั้งหลาย ช่วยกันพิจารณาดู
ถ้าพิจารณาแล้วคิดไม่ตก ให้ช่วยกันแชร์ไปให้มาก
จะได้ช่วยกันคิด เผื่อจะคิดอะไรออกบ้าง

เรื่องมูลนิธิราชภักดิ์ และความผิดปกติ (หลายอย่าง)

เรื่องมูลนิธิราชภักดิ์ และความผิดปกติ (หลายอย่าง)




เมื่อ 4 มกราคม 59 บอกว่า จะมีการเปลี่ยนชื่อมูลนิธิราชภักดิ์ใหม่ (มีห้อยท้าย) มูลนิธิเป็นเจ้าภาพชงเรื่องอยู่ และกระทรวงมหาดไทยก็ออกมาปฏิเสธพัลวัน (http://news.mthai.com/hot-news/politics-news/475240.html) โดยจะเปลี่ยนชื่อเป็น "มูลนิธิราชภักดิ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร" นั้น

จนบัดนี้ ก็ยังไม่มีประกาศใดๆ ในราชกิจจานุเบกษา
(นานกว่าหกเดือนก็ไม่มีประกาศใดๆออกมาเลย)
ท่านทั้งหลายพิจารณาดูเถิดว่า แอบอ้างเบื้องสูงหรือไม่
(กูบอกแล้วไง ว่าไม่มีใครเซ็นให้ ทำไมไม่ฟังกัน)

(ตามลิงก์นี้ที่บอกไปเมื่อ 10 ม.ค.59https://www.facebook.com/secret100million/posts/442651545933047)

ทั้งนี้ ก็มีข่าวล่าสุด ว่ากรรมการราชภักดิ์ กำลังไปไถเงินจาก "เทศบาลเมืองหัวหิน" (http://www.posttoday.com/local/south/437479) แปลกแต่จริง เงินมูลนิธิราชภักดิ์ มียอดเงินคงเหลือจากการบริจาคเข้ามายังมูลนิธิ อยู่ประมาณ 106 ล้านบาท และยังเป็นเงินบริจาคที่อยู่ในกองทุนกองทัพบกอีกกว่า 50ล้านบาท(เงินลงทุน)

แปลว่า มูลนิธิราชภักดิ์ มีดอกผล(กำไร) 
จากกองทุนกองทัพบก ตามอัตราที่กองทุนกำหนดไว้
ถ้าสมมุติว่าดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ก็ล้านสองนิดๆ 
แสนกว่าบาทน่าจะเพียงพอเป็นรายจ่ายดูแลต่อเดือน

(คณะกรรมการบริหารอุทยานราชภักดิ์ ขอเทศบาลเมืองหัวหิน สนับสนุนงบประมาณบำรุงรักษาภูมิทัศน์ภายในอุทยาน 1.2 แสนต่อเดือน- เห็นไหมว่าทำไมไม่เอาดอกผลจากกองทุนกองทัพบกมาดูแลอุทยาน)

แล้วทำไม มูลนิธิราชภักดิ์ ซึ่งมีเงินเหลือกว่า 156 ล้านบาท มีเงินลงทุนในกองทุนที่น่าจะได้ปันผล(มากพอสมควร) จึงต้องไปขอเงินจาก "เทศบาลเมืองหัวหิน" มาเป็นค่าดูแลอุทยานอีกคำรบหนึ่งด้วยเล่า

(หรือว่าเงินในบัญชี มันออกไปเที่ยวเล่นในบัญชีเมียใครหรือไม่)

ท่านสมาชิกทั้งหลาย ช่วยกันพิจารณาดู
ถ้าพิจารณาแล้วคิดไม่ตก ให้ช่วยกันแชร์ไปให้มาก
จะได้ช่วยกันคิด เผื่อจะคิดอะไรออกบ้าง

เกิดขึ้นแล้ว! ทหารฟ้องกลับ นักสิทธิมนุษชน กรณีรายงาน ซ้อมทรมาน ประชาชน


เกิดขึ้นแล้ว! ทหารฟ้องกลับ นักสิทธิมนุษชน กรณีรายงาน ซ้อมทรมาน ประชาชน

https://youtu.be/EfaxXxnp9Y0


เกิดขึ้นแล้ว! ทหารฟ้องกลับ นักสิทธิมนุษชน กรณีรายงาน ซ้อมทรมาน ประชาชน





เกิดขึ้นแล้ว! ทหารฟ้องกลับ นักสิทธิมนุษชน กรณีรายงาน ซ้อมทรมาน ประชาชน


กระทบ คนส่วนใหญ่

กระทบ คนส่วนใหญ่

มีผู้รู้วิเคราะห์ให้ฟังว่า ปัญหาของสายการบินใหญ่ที่ประสบภาวะด้านรายได้นั้น มาจากหลายเหตุปัจจัย แต่หนึ่งในนั้น เกิดจากพฤติกรรมของพนักงานบางกลุ่มในองค์กร ที่ถลำลึกในวังวนความขัดแย้งทางการเมือง โดยเอาภาพรวมของทั้งสายการบินเข้าไปพัวพัน


อีกทั้งยังนำเอาอคติการเมืองอันสุดโต่งเข้ามาปะปนกับอาชีพการงานจนเละ


ทั้งๆ ที่เป็นปัญหาของคนกลุ่มเดียวในสายการบิน ขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ยังมีความเป็นมืออาชีพอยู่อย่างเต็มเปี่ยม!!


แต่เพราะคนกลุ่มเดียวนั้น นำเอาอคติการเมืองมาใช้ในหน้าที่การงานอย่างเปิดเผยโจ่งแจ้ง 


จึงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการโดยรวม


ไม่มั่นใจว่าจู่ๆ ชื่อตัวเองและผู้โดยสารอื่นๆ จะถูกแพร่ทั่วในโซเชี่ยลหรือไม่


จะมีใครเกลียดชังลูกหลานนักการเมืองแล้วเอากาแฟมาเที่ยวไล่สาดหรือเปล่า


กระเป๋าผู้โดยสารที่อยู่ในพื้นที่เฉพาะ จะมีภาพออกมาแพร่ไปทั่วไหม


เหล่านี้คือการกระทำของคนไม่กี่คน ที่โดนแกนนำม็อบสะกดจิตจนหมดสิ้นการแยกแยะและไม่รักษาความเป็นมืออาชีพ


หัวใจของงานนี้คือการบริการ แต่ที่คนไม่กี่คนทำไปด้วยอารมณ์ทางการเมืองนั้น กระทบต่อภาพรวมไปหมด!


เมื่อกาลเวลาผ่านไป ยังหวังว่าอารมณ์อันร้อนรุ่มจะเริ่มเย็นลง เริ่มมีสติ ไม่มีใครนำมาปะปนกับหน้าที่การงานอีก


ภาพรวมของความเชื่อมั่นจะได้กลับคืนมา ปัญหาทางธุรกิจจะคลี่คลาย อันเป็นประโยชน์ต่อพนักงานทั้งองค์กร


แต่มาเกิดกรณีอีกสายการบินไม่กี่วันก่อน ทำให้เริ่มสงสัยว่า อคติทางการเมืองยังไม่จางหายกันไปอีกหรือ


ยังดีที่ผู้บริหารสายการบินเร่งคลี่คลายปัญหา ก็ดันมีนักเคลื่อนไหวขวาจัดหลุดโลกโดดเข้ามาผสมโรงอีก


จนน่าเป็นห่วงว่าเดี๋ยวเรื่องจะไม่จบ จะเดือดร้อนกันไปทั้งองค์กร


จะว่าไปแล้วความคิดความเชื่อทางการเมืองมีกันได้ทุกคน คิดต่างกันได้อย่างอิสระ


แต่ต้องมีสติ อย่าปล่อยให้ใครมาครอบงำสะกดจิตจนหน้ามืดตามัว!


อย่างที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวต่อต้านบางรัฐบาล ก็ย่อมทำได้ เพียงแต่สถานการณ์รวมยังไม่ทันสุกงอม ก็เชื่อกันไปแล้วว่าจะต้องเหมือน 14 ตุลา 2516 อะไรแบบนั้น


คราวนี้เลยถลำลึกกันไปไกล


สุดท้ายการต่อสู้ทั้งหมดลงเอย เป็นแค่การปูทางเพื่อให้ประชาธิปไตยถูกปิดซ่อม ทุกอย่างถอยหลัง


แต่ที่สำคัญต้องสรุปบทเรียน จุดยืนทางการเมืองของตนเองมีได้ แต่ต้องไม่เอามาทุบหม้อข้าวตัวเอง


ไม่กระทบต่อคนส่วนใหญ่ของทั้งองค์กรที่เป็นมืออาชีพ!

       อาสาหาข่าว
          18/6/59

โลกงง จีนสั่งห้ามขาย iPhone 6 ในปักกิ่งhttp://manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000060863

 โลกงง จีนสั่งห้ามขาย iPhone 6 ในปักกิ่ง อ่านเต็มฉบับที่

 หน่วยงานจีนระบุ iPhone 6 และ 6 Plus ละเมิดสิทธิบัตรงานออกแบบโทรศัพท์จีน ทำให้ต้องออกแถลงการณ์ห้ามแอปเปิลจำหน่ายไอโฟน 6 ทั้ง 2 รุ่นอย่างเป็นทางการในกรุงปักกิ่ง เบื้องต้นยังไม่มีแถลงการณ์ใดจากฝั่งแอปเปิล ขณะที่ทั่วโลกงง เพราะมือถือจีนคู่กรณีนั้นมีรายละเอียดที่แตกต่างพอสมควร
       
       รายงานระบุว่า ทางการจีนตัดสินให้ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus มีความผิดฐานละเมิดสิทธิบัตรงานออกแบบโทรศัพท์ของบริษัท Shenzhen Baili ซึ่งจดไว้สำหรับโทรศัพท์รุ่น 100C ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นอล
       
       แม้จะไม่มีรายงานความเห็นชัดเจนจากผู้บริหารแอปเปิล แต่รายงานจากสำนักข่าวเอ็นแกดเจ็ดอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่า แอปเปิลได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินดังกล่าวแล้ว เพื่อให้ทางการจีนยกเลิกโทษแบนห้ามจำหน่าย iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในกรุงปักกิ่ง
       การลงดาบของเจ้าหน้าที่จีนนั้น ทำให้แอปเปิลได้รับความเดือดร้อนไม่น้อย เนื่องจากจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 2 ของแอปเปิล รองจากสหรัฐอเมริกาบ้านเกิด โดยก่อนหน้านี้ ทางการจีนสั่งปิดบริการ iBooks Store และ iTunes Movie จนทำให้แอปเปิลไม่สามารถให้บริการในจีนไปแล้ว ล่าสุด คือ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ที่ถูกห้ามจำหน่ายในกรุงปักกิ่งแบบไม่เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจน
       คำประกาศนี้ทำให้แอปเปิลถูกจับตามอง เนื่องจากตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แอปเปิล เปิดเผยว่า รายได้จากจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงราว 26% ทำให้นักลงทุนขวัญเสียถ้วนหน้า 

โพสต์ล่าสุด

อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวการอยู่แบบเดิม

อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวการอยู่แบบเดิม บทอ่านเตือนใจก่อนเลือกตั้ง อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง แต่จ...

Popular Posts