ยินดีต้อนรับ

พลเมืองที่รอบรู้เท่าทัน คือ พลังประชาธิปไตยที่แท้จริง
Well-informed citizens are the true democratic forces.

Tuesday, December 29, 2015

ความเข้าใจผิดของประยุทธ จันทร์โอชา เรื่อง การเสียภาษีของคนไทย (เครดิต คุณตระกองขวัญ)

ตระกองขวัญ's photo.
9 hrs ·


คุณประยุทธ จันทร์โอชา ครับ

สิ่งที่คุณพูดเมื่อวานนี้ที่สุราษฎร์ธานี
ตอกย้ำชัดครับ
ว่าคุณไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจในเรื่องที่คุณพูด

คุณพล่าม ว่า

"ประเทศไทยมีคน 70 ล้านคน อยู่ในระบบภาษี 10 ล้านคน
เหลือเสียภาษีประมาณ 4 ล้านคน
อีก 6 ล้านคน ลดหย่อนตรงนั้นตรงนี้
ดังนั้น 4 ล้านคน ถือเป็นหลักของประเทศ
เพื่อนำมาขับเคลื่อนประเทศ"

นี่เรียกว่า พล่ามแบบไม่รู้ ไม่มีความรู้ความเข้าใจสักนิด

การนำประชาชนทุกคนเข้าในระบบภาษีนั้นเป็นเรื่องดีครับ
แต่คนที่คิดจะทำ และจะลงมือทำ
ควรมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ตัวเองจะทำก่อนสักนิด

ไม่ใช่ไม่รู้ แล้วก็พล่ามแสดงความงี่เง่าออกมา

คุณประยุทธ ครับ รู้ไหมครับ
ประเทศไทยเก็บภาษีได้ปีละประมาณสองล้านล้านบาท
จากกรมสรรพากรประมาณ 1.7 ล้านบาท
จากกรมสรรพาสามิตอีกราว 3 แสนล้านบาท

ไอ้ที่คุณว่า 4 ล้านคนที่เสียภาษี
แล้วบอกเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศน่ะ
เพื่อใช้เป็นเหตุผลว่าทุกคนควรเข้าสู่ระบบภาษีน่ะ

เป็นการพล่ามแบบไม่รู้อย่างโง่บัดซบเลยครับ

ภาษีที่กรมสรรพากรเก็บได้ 1.7 ล้านบาทนั้น
เป็นภาษีบุคคลธรรมดาแค่ 2.8 แสนล้านเท่านั้นครับ

จิ๊บจ๊อยมาก แล้วจะขับเคลื่อนประเทศได้อย่างไร

เงินภาษีที่เป็นตัวขับเคลื่อนจริง ๆ นั้น
มาจากเงินภาษีสองตัวครับ

หนึ่ง คือภาษีจากบริษัทห้างร้านต่าง ๆ
ที่เรียกว่าภาษีนิติบุคคล ประมาณ 5.6 แสนล้านบาท

สอง คือภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากประชาชนทุกคน
เป็นภาษีทางอ้อมที่ทุกคนต้องจ่ายเมื่อจับจ่ายใช้เงิน
เป็นภาษีที่เก็บได้มากที่สุดครับ
ประมาณ 7.2 แสนล้านบาท

ภาษีมูลค่าเพิ่มนี่แหละครับคือตัวหลักขับเคลื่อนประเทศ
ภาษีมูลค่าเพิ่มนี่แหละครับมาจากประชาชนจน ๆ มากที่สุด
ที่คุณเข้าใจผิด ๆ ว่า พวกเขาไม่ได้เสียภาษี

ประชาชนทุกคนล้วนเสียภาษีทั้งนั้นครับ
บางคนเสียทางตรง บางคนเสียทางอ้อม

ทีหลังก่อนจะพล่ามอะไร
ให้แสดงถึงความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ก่อนครับ

อย่าดีแต่พล่าม

อีกเรื่องที่คุณพูด
คือเรื่องใส่ข้อมูลอาชีพ-รายได้ลงในบัตรประชาชน

คุณอ้างว่าเพื่อเป็นข้อมูลช่วยคนยากจน
ใช้ขึ้นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี
และในอนาคตก็อาจสามารถขึ้นรถไฟฟ้าฟรีได้

มั่วไปใหญ่เลยครับ

รถเมล์ รถไฟฟรีทุกวันนี้ ดีอยู่แล้วครับ
ที่บอกว่า เป็นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี จากภาษีประชาชน

คนจน คนรวย สามารถใช้บริการได้หมด
อย่างเท่าเทียมกัน

และปกติ คนไม่จน เขาไม่ขึ้นหรอกครับ
ไม่ว่ารถเมล์ฟรี รถไฟฟรี เขาไม่ขึ้นหรอก

ทีนี้ ถ้าคุณใช้บัตรประชาชนในการขึ้นฟรี
ก็จะเป็นการแบ่งแยกประเภทประชาชนทันทีครับ

เป็นภาพที่ไม่สวยเลยสำหรับประชาชนและประเทศชาติ

นึกภาพดูสิครับ
ประชาชนคนนั่งในรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี
จะถูกจัดเป็นพวก "จน" เป็นชนชั้นไม่มีจะกิน

ขณะที่แบบเดิม รถเมล์ รถไฟฟรีจากภาษีประชาชน นั้น
อย่างไรก็ให้ภาพที่ดีว่า ใครก็ขึ้นได้ ไม่ว่ารวยหรือจน

อย่าให้บ้านเมืองถอยหลังไปถึงห้าสิบปีก่อนเลยครับ
เหมือนประเทศอเมริกาที่แบ่งแยกคนขาว-คนดำ

รถเมล์ รถไฟ ร้านอาหาร โรงหนัง แม้กระทั่งห้องน้ำ
หากคนขาวใช้ คนดำห้ามใช้

เป็นการแบ่งแยกชนชั้นและหมู่พวก

อยากเห็นเมืองไทยเป็นแบบนั้นเหรอครับ
คนจนนั่งรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี
คนมีเงินนั่งรถเมล์อีกประเภท รถไฟอีกประเภท

ไม่สวยเลยครับ

เรื่องรถไฟฟ้าฟรีก็เหมือนกัน
แค่เรื่องสามสิบบาทรักษาทุกโรค คุณยังบ่นว่าเปลือง
แล้วดันสะเออะคิดเรื่องรถไฟฟ้าฟรี

รถไฟฟ้าน่ะ คนจนเขาไม่มีเงินพอที่จะขึ้น
ก็อย่าไปเดือดร้อนแทนเขาเลยครับ

แค่รถเมล์ รถไฟ จากภาษีประชาชนก็พอแล้ว
แค่เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรคเขาก็พอใจแล้ว
(หาเรื่องจะเลิก 30 บาทอยู่ตลอด เพื่อทำลายผลงานทักษิณ
พอหาเรื่องที ก็โดนด่าโดนต้านที ก็ออกมาแถว่าไม่เลิกไปที)

หากไปคิดถึงเรื่องรถไฟฟ้าฟรี
จะจ่ายเอกชนเท่าไร มีวิธีอย่างไร
จะเหมาจ่ายแบบรถเมล์รถไฟ ไม่ไหวแน่ ๆ ครับ ไม่คุ้มแน่ ๆ
จะแยกขบวนรถไฟฟ้า ก็เป็นการแบ่งแยกประชาชน

รถไฟฟ้าน่ะ
ไม่ได้วิ่งไปวกวนตามถนนเหมือนรถเมล์นะครับ

คนจนอยู่ห่างเส้นทางรางรถไฟฟ้ามาก
ใครจะถ่อมาขึ้น

รถไฟฟ้าวิ่งไปตามเส้นทางธุรกิจเป็นหลัก
คนจนที่ไหนทำงานย่านธุรกิจจนต้องใช้รถไฟฟ้า

คิดอะไร ทำอะไร ให้มันเข้าท่าหน่อยเถอะครับ
ให้ประชาชนเห็นว่า รู้งาน เป็นงาน
ไม่ใช่พล่ามตะบัน รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่ได้เรื่องสักเรื่อง

คุณยึดอำนาจมากว่าปีครึ่งนี่
ผมเห็นคุณทำเรื่องเข้าท่า และน่าจะทำได้ดีอยู่เรื่องเดียวครับ

คือขับตุ๊ก ๆ

หากสงสารบ้านเมือง ก็ไปซะเถอะครับ
ไปขับตุ๊ก ๆ ดีกว่า

นะครับ

Sunday, December 27, 2015

ดร. เพียงดิน รักไทย 28 ธันวาคม 2558 "ประชาชนไทย สู้เผด็จการผู้มากฤทธิ์เดช ได้จริงหรือ? มดแดงล้มช้าง คือทฤษฎี หลอกชาวบ้านไปตายหรือเปล่า?"



ดร. เพียงดิน รักไทย 28 ธันวาคม 2558 "ประชาชนไทย สู้เผด็จการผู้มากฤทธิ์เดช ได้จริงหรือ? มดแดงล้มช้าง คือทฤษฎี หลอกชาวบ้านไปตายหรือเปล่า?"
https://youtu.be/tNqthfYa_dI
หรือ
https://youtu.be/JXocmnNPirY

ดร. เพียงดิน รักไทย 28 ธันวาคม 2558 "ประชาชนไทย สู้เผด็จการผู้มากฤทธิ์เดช ได้จริงหรือ? มดแดงล้มช้าง คือทฤษฎี หลอกชาวบ้านไปตายหรือเปล่า?"



ดร. เพียงดิน รักไทย 28 ธันวาคม 2558 "ประชาชนไทย สู้เผด็จการผู้มากฤทธิ์เดช ได้จริงหรือ? มดแดงล้มช้าง คือทฤษฎี หลอกชาวบ้านไปตายหรือเปล่า?"
https://youtu.be/tNqthfYa_dI
หรือ
https://youtu.be/JXocmnNPirY

จุดด่างนราพร จันทร์โอชาและ วิภาดา สูตะบุตร จริงหรือ? จงช่วยกันพิสูจน์

จุดด่างนราพร จันทร์โอชาและ วิภาดา สูตะบุตร สองอดีตนายกสมาคมแม่บ้านทหารบก มีเบื้องหลังมุ่งพากันรวยเมื่อเทคทีมแบ่งสาย รวมหัวเหล่าหลังบ้านนายทหารใหญ่เรียกเก็บผลประโยชน์ปลายทางจากตำแหน่งหน้าทีการงานของสามี นราภรกินยาวได้จากพลเอกประยุทธ์นั่งติดในตำแหน่ง ผบ.ทบ.นาน 4 ปี ยังรวยไม่พอนราพรตามมาหาประโยชน์ต่อในภาคการเมือง คุมหัวคิวเบ็ดเสร็จเป็นกอบเป็นกำ ถึงจะทำเงียบๆ มีระบบมากกว่าที่วิภาดาทำ ที่พลเอกอุดมเดชสามีเป็น ผบ.ทบ.เพียงปีเดียว เลยพาพวกกินสะนั่นเมือง นางนราพรใช้พลโทหญิงสุพัตรา รัตนสุบรรณภรรยาพลเอกดาว์พง ว่ากันว่านอมินีบังหน้าเป็น ดูจากงานที่กระทรวงศึกษานราพรขอพลเอกประยุทธ์อ้างมาจัดเรื่องการศึกษาเน้นวิชาประวัติศาสตร์สุดโต่งเป็นหลัก เด็กๆต้องเรียนประวัติศาสตร์ตามใจนางนราพร ที่อดีตเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ชำนาญแต่การใช้อำนาจกับลูกน้องสามี นำหลักการบริหารในสมาคมแม่บ้านทหารบก มาใช้ทุกที่ไม่เว้นในธรรมเนียบรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ เปิดห้อง ครม.ประชุมคู่สมรสรฐมนตรี โชว์พาวเวอร์เข้ามาขอเงินสามีดื้อๆ นราพรก็ทำมาแล้วอ้างจะไปทำสารคดีเทิดพระเกียรติเอาหน้า แต่ก็ไม่แปลกพลเอกประยุทธ์เองชอบให้ภรรยาทำแบบนี้ เห็นว่าชื่นชมกับนักข่าวนราพรเก่งทุกด้าน ช่วยทำมาหากินทุกอย่าง ส่วนนางวิภาดาน้องรักของนราพร เดินตามรอยพี่มาติดๆ เพราะพลเอกอุดมเดชอยู่เป็น ผบ.ทบ.แค่ปีเดียว ฝีมือการจ้วงหัวคิว เรียกรับส่วยของวิภาดายังห่างไกลพี่นราพรมาก วิภาดากินมูมมามและพาพวกแทะเสียงดัง แข่งกับเวลาที่จำกัดจำเขี่ย วิภาดาได้ออกแรงไปหาทุนช่วยสามีไถวงการธุรกิจเข้าโครงการสร้างอุทยานราชภักดิ์ด้วย ใช้บารมีสามีไม่บันยะบันยังเลย ลงเรียนทุกหลักสูตรที่จะได้เจอกับนักธุรกิจใหญ่ๆ ทั้ง วปอ.หลักสูตร วตท.หารุ่น หาแนวร่วมเป็นเสี่ยกระเป๋าหนักๆส่งผลให้เงินบริจาคเข้าโครงการราชภักดิ์ทางฝ่ายพลเอกอุดมเดชมีมากด้วย แต่ในส่วนของวิภาดาหาได้ ฝ่ายแม่บ้านแจ้งว่าไม่ต้องเอาเข้าหลวง วิภาดาจะเป็นคนบริหารทรัพย์สินส่วนนี้ตามอัธยาศัยเอง จนเป็นฮือฮาเม้าท์สนั่นตามหลังวิภาดาไปติดๆ เมื่อพวกสามีหลุดโคจรศูนย์อำนาจ ทั้งนางนราพรและนางวิภาดาจะต้องถูกตราหน้าว่าทำให้สามีเสื่อมเสียเกียรติภูมิ เพราะมุทะลุดุดันในเรื่องการใช้อำนาจกับในเรื่องการหาส่วนต่างของประโยชน์เงินทองเยอะเหลือเกิน

Saturday, December 26, 2015

ดร. เพียงดิน 27 ธ.ค. 2558 ตอน การ "สิ้นชาติ" แบบซีเรีย จะเกิดกับไทยได้ไหม? ทำไงดี??

ดร. เพียงดิน 27 ธ.ค. 2558 ตอน การ "สิ้นชาติ" แบบซีเรีย จะเกิดกับไทยได้ไหม?  ทำไงดี??
หรือ


ดร. เพียงดิน 27 ธ.ค. 2558 ตอน การ "สิ้นชาติ" แบบซีเรีย จะเกิดกับไทยได้ไหม? ทำไงดี??

ดร. เพียงดิน 27 ธ.ค. 2558 ตอน การ "สิ้นชาติ" แบบซีเรีย จะเกิดกับไทยได้ไหม?  ทำไงดี??
หรือ


ดร.เพียงดิน 26 ธ.ค. 2558 " ระวัง!! คนไทยเผาบ้าน ทหารปล้นเมือง แขกจ้องแยก และจีนกับฝรั่งจ้องชิง"

ดร.เพียงดิน 26 ธ.ค. 2558 " ระวัง!! คนไทยเผาบ้าน ทหารปล้นเมือง แขกจ้องแยก และจีนกับฝรั่งจ้องชิง"
 หรือ...


Friday, December 25, 2015

ดาอยากด่า ตอน.." พ.ศ. 2559 โบกมือลา เผด็จการ ปีลิง..หลอกเจ้า เจ้า..หลอกลิง" https://youtu.be/qIVIlmOwWzo

ดาอยากด่า ตอน.." พ.ศ. 2559 โบกมือลา เผด็จการ ปีลิง..หลอกเจ้า เจ้า..หลอกลิง"

เศรษฐกิจพัง ชักศึกเข้าบ้าน หลงในอำนาจ 
เผด็จการหลงยุค สุนัขรับใช้ในคราบลิง กับอำนาจนิยม
คิดจะอยู่ยั้งยั่งยืนเป็นอมตะนิรันดร์กาล
ไอ้ฉิบหาย ไอ้พวกฉิบหาย
คนไทยไม่ใช่ควาย ไม่ใช่สุนัขรับใช้ตาบอด
เข้าใจแล้วว่าระบอบประชาธิปไตย กับระบอบเผด็จการ
ต่างกันอย่างไร? ระบอบประชาธิปไตย
ในโลกนี้ มันคนละอย่างกับ ประชาธิปไตยแบบควายๆ 
เอ๊ย!ไทย ไทย ของพ่อเมริง
พ.ศ.2559 พวกกรู..จะรุก..โบกมือลา กับระบอบเหี้ยๆเนี่ยยย
ขอให้พวกเมริงงง.. ไปลงนรก ที่ดาวอังคารยกโคตร....!!!!!!!


----------------------
สนับสนุนการเผยแพร่โดย ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และมหาวิทยาลัยประชาชน เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในการสร้างจิตสำนึกทางประชาธิปไตย สันติวิธี และการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน
----------------------

Thursday, December 24, 2015

สหรัฐฯ เตรียมขึ้นแบล็กลิสต์ "สุเทพ" พร้อมพวกรวม 14 คน เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ

สหรัฐฯ เตรียมขึ้นแบล็กลิสต์ "สุเทพ" พร้อมพวกรวม 14 คน เป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ
 
เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า แหล่งข่าวทางการทูต เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้ทำรายงานเสนอไปยังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อพิจารณาเป็นการภายใน และดำเนินการส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเสนอชื่อแกนนำ กปปส. รวม 14 ขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา (แบลคลิสส์) จากที่เกิดเหตุการณ์ที่แกนนำ กปปส. ได้นำมวลชนเคลื่อนขบวนไปชุมนุมหน้า บริเวณด้านหน้าและแสดงท่าทีบุกรุกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ถ.วิทยุ โดยรายชื่อ ได้แก่ 
1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. 
2.นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 
3.นายชุมพล จุลใส 
4.นายพุทธพงษ์ ปุณณกันต์ 
5.นายอิสสระ สมชัย 
6.นายวิทยา แก้วภราดัย 
7.นายถาวร เสนเนียม 
8.นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ 
9.นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ 
10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก 
11.นายนิติธร ล้ำเหลือ 
12.นายอุทัย ยอดมณี 
13. ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ 
14.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ
 
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการแบลคลิสสต์ 14 แกนนำ กปปส. ซึ่งอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาว่า ขึ้นแบลคลิสส์ประเภทใด จะเป็นผลให้ผู้ที่มีรายชื่อ จะไม่ได้รับอนุญาตเดินทางเข้าไปยังประเทศสหรัฐฯ ตามระยะเวลาที่ระบุตามประเภทแบลคลิสส์นั้นๆ และอาจจะมีผลให้ไม่สามารถเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ก็ได้
 
ที่มา : news center/bangkokbiznews
  ช่วยแชร์กระจายข่าวดีกันด้วยคะ

Wednesday, December 23, 2015

ฎีกายืนคุก 8 เดือน ปรับ 2 หมื่น บก.ประชาไท ปล่อยข้อความหมิ่นฯ ค้างบนเว็บ

ข้อความแสดงผลการพิพากษา (ขอบคุณ manager online0
  พิพากษาว่า จำเลยมีความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 ประกอบมาตรา14 (3) ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 30,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้างลดโทษให้1ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 20,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ข้อหาอื่นให้ยก
       ต่อมาโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เนื่องจากเห็นว่า จำเลยเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไทมีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์และมี ความใกล้ชิดกับเนื้อหาข้อมูล แต่จำเลยกลับยินยอมให้มีการนำข้อความอันไม่เหมาะสมมาเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ เป็นเวลานาน จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ได้เข้าตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ประชาไทพบว่ามีเนื้อหาข้อความหมิ่นสถาบันฯ ถึง 4 ครั้ง พร้อมส่งจดหมายถึงจำเลยในฐานะผู้บริหารเว็บไซต์
       
       ต่อมาจำเลยยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีแสดงให้เห็นว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้ดูแลให้บริการได้รู้เห็นว่ามีกระทู้ซึ่งเป็นความผิดอยู่ใน ระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในควบคุมของจำเลย แล้วยินยอมให้ข้อมูลดังกล่าวอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 30,000 บาท แต่ลดโทษให้1ใน 3 คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน