ยินดีต้อนรับ

พลเมืองที่รอบรู้เท่าทัน คือ พลังประชาธิปไตยที่แท้จริง
Well-informed citizens are the true democratic forces.

Wednesday, June 23, 2021

24 มิถุนายน คือวันเฉลิมฉลองฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย

 24 มิถุนายน คือวันเฉลิมฉลองฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย


ประชาชนคือเจ้าของประเทศ
ไม่ได้เป็นทาสไพร่ดังที่ทำให้เราเป็นและพยายามให้เรายอมรับ



https://youtu.be/E8-qAQV_mqE

Tuesday, February 9, 2021

บทเพลงแห่งยุคสมัย ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ โดย ศิลปินคุณภาพ เพื่อราษฎร ลานนาเนี่ยน

บทเพลงแห่งยุคสมัย ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ โดย ศิลปินคุณภาพ เพื่อราษฎร ลานนาเนี่ยน


Thailand: Prominent Activists Held in Pretrial Detention --Abusive Use of Lese Majeste Law to Silence Critics



https://www.hrw.org/news/2021/02/09/thailand-prominent-activists-held-pre-trial-detention

For Immediate Release


Thailand: Prominent Activists Held in Pretrial Detention
Abusive Use of Lese Majeste Law to Silence Critics

(New York, February 9, 2021) – The Bangkok Criminal Court has denied bail requests and ordered four prominent democracy activists into pretrial detention on lese majeste charges, Human Rights Watch said today. The order could condemn them to detention for years until their trial is concluded.

On February 9, 2021, the attorney general indicted Arnon Nampha, Parit Chiwarak, Somyot Pruksakasemsuk, and Patiwat Saraiyaem for violating penal code article 112 on lese majeste (insulting the monarchy) charges for their onstage speeches during a September 19, 2020 political rally. Each accused faces up to 15 years in prison if convicted. The activists were also charged with sedition under penal code article 116, which carries a penalty of up to seven years in prison.

"To respond to persistent public protests, authorities are abusing Thailand's draconian lese majeste law to aggressively clamp down on speech they don't like," said Brad Adams, Asia director at Human Rights Watch. "Holding people in pretrial detention for peaceful expression portends a return to the dark days when people simply charged with this crime end up spending years in jail while their trials drag on interminably."

The number of lese majeste cases in Thailand is rapidly increasing with no end in sight, Human Rights Watch said. After almost a three-year hiatus in which lese majeste prosecutions were not brought before the courts, in November 2020 Prime Minister Prayuth Chan-ocha ordered Thai authorities to bring back lese majeste prosecutions as a response to growing criticisms of the monarchy by student protesters, civil society activists, and ordinary members of the public who call for democratic reforms. Since then, officials have charged at least 58 people with lese majeste crimes in relation to various activities at democracy rallies or their comments on social media. Past practice has repeatedly shown that Thai authorities, particularly the police, are unwilling to reject allegations of lese majeste, no matter how specious, for fear of being seen as disloyal to the monarchy.

In a statement on February 8 regarding the situation in Thailand, United Nations human rights experts said that lese majeste laws have no place in a democratic country. They also expressed serious concerns about the growing number of lese majeste prosecutions since November and harsh prison sentences meted out to some defendants, including an 87-year sentence (halved to 43 years since she pleaded guilty) on January 19 to a retired civil servant, Anchan Preelert. Unless the sentence is commuted, Anchan, who is 65 years old, will most likely spend the rest of her life in prison, Human Rights Watch said. The ruling has had a chilling effect on freedom of expression and peaceful assembly.

The International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR), which Thailand has ratified, encourages bail for criminal suspects. Article 9 states that, "It shall not be the general rule that persons awaiting trial shall be detained in custody, but release may be subject to guarantees to appear for trial." Those denied bail need to be tried as expeditiously as possible, Human Rights Watch said.

The ICCPR protects the right to freedom of expression. General Comment 34 of the Human Rights Committee, the international expert body that monitors compliance with the covenant, has stated that laws such as those for lese majeste "should not provide for more severe penalties solely on the basis of the identity of the person that may have been impugned" and that governments "should not prohibit criticism of institutions."

"The Thai government should address the demands of critics and protesters instead of putting them in jail for long periods before they are tried on flimsy charges," Adams said. "The authorities should immediately end their heavy-handed enforcement of the lese majeste law and engage in a dialogue with United Nations experts and others about amending the law to bring it into compliance with Thailand's international human rights law obligations."

For more Human Rights Watch reporting on Thailand, please visit:
http://www.hrw.org/thailand

For more information, please contact:
In Bangkok, Sunai Phasuk (English and Thai): +66-81-632-3052 (mobile); or phasuks@hrw.org. Twitter: @SunaiBKK
In San Francisco, Brad Adams (English): +1-347-463-3531 (mobile); or adamsb@hrw.org. Twitter: @BradMAdams
In Washington, DC, John Sifton (English): +1-646-479-2499 (mobile); or siftonj@hrw.org. Twitter: @johnsifton



If you would rather not receive future communications from Human Rights Watch, let us know by clicking here.
Human Rights Watch, 350 5th Ave, New York, NY 10118-0110 United States

Monday, February 8, 2021

อดีตข้าราชการสรรพากรวัย 64 ถูกตัดสินจำคุก 87 ปี จากความผิด 112 รวมทั้งสิ้น 29 กรรม

บทสรุปคือ มาตรา 112 คือกฎหมายล้าหลัง ป่าเถื่อน เมื่อถูกนำมาใช้ทางการเมือง

___________________________
112 ก้องโลก - สื่อต่างชาติประโคมข่าว "อัญชัญ" อดีตข้าราชการสรรพากรวัย 64 ถูกตัดสินจำคุก 87 ปี จากความผิด 112 รวมทั้งสิ้น 29 กรรม ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 29 ปี 174 เดือน

สื่อฝรั่งตกตะลึงพรึงเพริด เพราะไม่เคยเห็นความผิดหมิ่นประมาทมีโทษหนักขนาดนี้ แม้เป็นความผิดต่อองค์ประมุข ที่รัฐไทยอ้างว่าประเทศไหนๆ ก็มี แต่อังกฤษญี่ปุ่นเลิกใช้ไปนานแล้ว ประเทศที่ยังมีใช้อยู่เช่นซาอุฯ บรูไน ที่ปกครองด้วยราชาธิปไตย ก็ไม่ได้ใช้จนเป็นแชมป์อย่างประเทศไทย

ซึ่งชาชินเสียจนสื่อไทยไม่สนใจ ประเด็นใหญ่ที่สุดในโลกต้องปกป้องเสรีภาพสื่อถูกลุงพลทำร้าย

น่าเสียดายไม่มีใครอธิบายให้ฝรั่งฟังว่า คดีนี้อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ศาล ซึ่งลงโทษต่ำที่สุดแล้ว เพราะมาตรา 112 กำหนดโทษ 3-15 ปี แปลว่า 3 ปีคือโทษขั้นต่ำ ศาลตัดสินจำคุกน้อยกว่านี้ไม่ได้ 3 ปี 29 กรรมเป็น 87 ปี ศาลยังปรานีลดให้เหลือ 43 ปีครึ่ง ซึ่งลดได้มากที่สุดแค่นั้น

คดีนี้ยังมีปัญหาความลักลั่น ผิดเพี้ยน ของการบังคับใช้กฎหมาย "อัญชัญ ถูกฟ้อง 39 กรรม จากการช่วยเผยแพร่คลิป "บรรพต" นักจัดรายการวิทยุใต้ดิน เจ้าทฤษฎี Conspiracy ที่เชื่อว่าทักษิณจะได้กลับบ้านด้วยวิธีพิเศษ ได้รับความนิยมจาก FC สูงวัย เพราะพูดเรื่องสุขภาพ สมุนไพรต้านมะเร็ง ไข่ดอง น้ำส้มสายชูหมัก ฯลฯ พร้อมกับขายสินค้า

อัญชัญถูกทหารบุกจับเป็นคนแรกเมื่อปี 58 แล้วกลุ่มแฟนคลับที่เชื่อมโยงในการขายสินค้าหาทุนให้บรรพต รวมทั้งตัวบรรพตและภรรยา 16 คน ก็ถูกจับในเวลาต่อมา ทุกคนรับสารภาพ ถูกศาลทหารตัดสินจำคุก 10 ปี ลดเหลือ 5 ปี แต่หลังจากถูกขังอยู่ 1 ปี 10 เดือน 19 วัน บรรพตก็ได้ปล่อยตัว

คงเหลือแต่อัญชัญ ซึ่งเป็นคนเดียวที่ถูกฟ้อง 29 กรรม ฐานช่วยแพร่คลิป 29 ครั้ง จึงสู้คดี ถูกขังอยู่ 3 ปี 9 เดือน 9 วัน จนวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ได้ประกัน แล้วหลังหมด ม.44 คดีก็โอนมาศาลพลเรือน

สถานการณ์ช่วงนั้นเริ่มมี "ความหวัง" กับ 112 หลายคดียกฟ้อง ศาลลงโทษความผิดอื่นที่เบากว่า ผู้ต้องขังบางคนก็ได้อภัย อัญชัญจึงตัดสินใจรับสารภาพ โดยคิดไม่ถึงว่าเท่ากับรับผิด


อัญชัญคร่ำครวญว่า ทำไมคนพูดเป็นพันคลิปถูกฟ้องกรรมเดียว คนเผยแพร่ถูกฟ้อง 29 กรรม มาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายอยู่ตรงไหน


ถ้าไปถาม "สลิ่ม" คงตอบได้ง่ายมาก งั้นไปจับบรรพตมาฟ้องใหม่ 1,000 กรรม ติดคุกขั้นต่ำ 3,000 ปี ถือว่ายุติธรรม

ทั้งที่นั่นคือภาพสะท้อนปัญหาบังคับใช้ 112 เพราะไล่ดูย้อนหลัง หน่วยงานที่ส่งฟ้องเป็นคนละหน่วยกัน ในช่วงหนึ่งอัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งให้รวบคดีมาสั่งฟ้องผู้เดียว ป้องกันการใช้ 112 กลั่นแกล้งกัน หรือการสั่งคดีโดยไม่มีมาตรฐาน มองการเอาผิดเป็นผลงานแสดงความจงรักภักดี

112 โดยตัวมันเองจึงมีปัญหาทั้งตัวบทกฎหมายและการบังคับใช้ เริ่มจากการไม่ยกเว้นความผิดแม้แสดงความเห็นโดยสุจริตหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ นำไปสู่การตีความเอาผิดได้อย่างกว้างขวาง บางคดีเกินตัวบทกฎหมายกันเห็นๆ เช่นโดน 112 ฐานหมิ่นประธานองคมนตรี

การเพิ่มโทษสูงลิ่ว ที่ตั้งแต่หลัง 6 ตุลา 2519 มีโทษจำคุก 3-15 ปี (สูงกว่าสมัยรัชกาลที่ 5 จำคุกไม่เกิน 7 ปี) ก็ส่งผลต่อความยุติธรรม เช่นตั้งแต่ถูกจับก็ไม่ได้ประกันเพราะอ้างว่าโทษสูงเกรงจะหลบหนี ซึ่งมีผลบีบคั้นให้จำใจรับสารภาพ เพราะหากสู้คดีกว่าจะถึงฎีกาก็ติดคุกยาวอยู่ดี รีบๆ สารภาพดีกว่าจะได้ลดโทษ และยังมีหวังได้ปล่อยตัว

ยกตัวอย่าง "รุ่งศิลา" ศาลตัดสินจำคุก 6 ปี ให้การเป็นประโยชน์ลดเหลือ 4 ปี 6 เดือน แต่สู้คดีในเรือนจำมาแล้ว 4 ปี 11 เดือน 18 วัน ถ้ารับสารภาพตั้งแต่แรก ก็อาจลดโทษเหลือ 3 ปี ติดคุกจริงอาจไม่ถึง 2 ปีประพฤติดีได้ปล่อยตัว

112 จึงเป็นอันตรายต่อทุกฝ่ายในการนำกลับมาใช้ ทั้งที่ประยุทธ์เคยพูดไว้อีกอย่าง แม้ฝ่ายอนุรักษนิยมอาจมองว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป เพราะคนรุ่นใหม่เป็นภัยคุกคาม บังอาจท้าทายกันโต้งๆ จำเป็นต้องใช้เพื่อสยบ โดยลดวิธีการบังคับใช้ เช่นออกหมายเรียกแล้วปล่อยตัว และยังให้ประกัน โดยหวังว่าจะจำกัดการท้าทายลงได้

แต่ก็ไม่ประเมินอีกนั่นแหละว่า สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปคือคนรุ่นใหม่ทะลุเพดานความกลัวแล้ว และใช้การท้าทายเป็นอาวุธ รณรงค์ยกเลิก 112 ยิ่งโดนมากยิ่งมีเพื่อน โดนกันเป็นร้อยๆ คน (ล่าสุด ได้ธนาธรไปเป็นเพื่อนอีกคน) ยิ่งโดนหนักยิ่งไม่มีผล เช่น เพนกวิน รุ้ง โดนคนละสิบกว่าคดี ยังไงๆ ก็คุกห้าสิบหกสิบปี ฉะนั้นเอาอีกๆ ยิ่งไม่เกรงใจ

รัฐไทยอาจไม่แยแสโลก ปิดประเทศก็ได้ แต่นึกภาพดูถ้า 112 ขยาย โดนกันเยอะไปหมด ท้าทายเต็มไปหมด จะหาจุดลงเอยอย่างไร

Credit:  มิตรสหายทางไลน์

แอฟริกาใต้ตัดสินใจพักการให้วัคซีน AstraZeneca เพราะ....


แอฟริกาใต้ตัดสินใจพักการให้วัคซีน AstraZeneca ที่คิดค้นโดยมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด หลังจากที่ทดลองแล้วได้ผลที่น่าผิดหวังกับสายพันธุ์ B.1.351 แอฟริกาใต้ได้รับวัคซีนล้านชุด โดยกะจะฉีดให้กับคนงานด้านสุขภาพตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์. จากการทดลองกับคนราวสองพันราย พบว่าป้องกันโรคได้ระดับต่ำในรายที่ที่เบาถึงปานกลาง

วัคซีนนี้ทำในอินเดียผ่านการจัดซื้อโดย COVAX ที่ช่วยจัดซื้อให้กับชาติที่ยากจน

รัฐบาลจึงคิดจะใช้วัคซีนของ Johnson & Johnson and Pfizer แทนในช่วงสัปดาห์ต่อ ๆ ไป

Source:  DW

South Africa on Sunday said it would suspend its rollout of the Oxford-AstraZeneca vaccine after initial trials showed "disappointing" results against the B.1.351 variant of COVID-19 . The country has received 1 million doses of the jab. It had planned to start using it to vaccinate frontline healthcare workers from mid-February. The study, involving around 2,000 people, found the vaccine offered "minimal protection" against mild and moderate cases of COVID-19. It has not yet been peer-reviewed. The government will instead offer vaccines produced by Johnson & Johnson and Pfizer in the coming weeks. This newer strain is more infectious and currently accounts for more than 90% of the COVID-19 cases in the country. South Africa plans to vaccinate at least 67% of its population by the end of the year, or around 40 million people. It has recorded nearly 1.5 million infections and more than 46,000 deaths from the virus. Developers of theOxford-AstraZeneca vaccine say they will have a modified jab ready by the end of this summer. The early results for the AstraZeneca vaccine against the South African variant could have far-reaching implications in the fight against coronavirus on the continent. Many African nations had been planning to use the AstraZeneca shot owing to its affordability and the fact that it can be kept in ordinary refrigerators. COVAX, an international procurement initiative for poorer countries, has bought the AstraZeneca vaccine in bulk from the Serum Institute of India.

Friday, February 5, 2021

รวบหนุ่มผลิตธนบัตรปลอมใส่ตู้เติมเงินก่อนกดออกมาใช้


เละเทะไปทุกด้าน
แม้แต่ธนบัตรยังพิมพ์ออกมาให้เลียนแบบได้

#ประเทศกูมี

เหตุฆ่าตัวตายเพราะการล็อกดาวน์ในเมืองหลายแห่งของจีน


โควิดได้ทำให้เกิดความชะงักงันในชีวิตของมนุษยชาติโดยทั่วหน้า
สถิติและเรื่องราวจากประเทศที่เป็นเผด็จการมักถูกปกปิด และ
ด้วยความไม่โปร่งใสนี่เองที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมแก่ประชาชน
ที่ช่วยตัวเองไม่ได้และถูกกลไกรัฐกดทับ

ประเทศจีน น่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเรื่องราวซุกซ่อนไว้
มากมาย

____________________________________

การต่างประเทศ ทรัมพ์ สู่ ไบเด้น มีอะไรควรจับตา. Pompeo discusses the importance of standing up against China


การจัดการกับจีนในยุคปธน. ทรัมพ์ ทำไว้อย่างดีทั้งในเรื่องการค้า การเปิดหน้ากากเผด็จการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของพลเมืองตนเอง ฮ่องกง และการพยายามรุกรานไต้หวัน การขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ภัยความมั่นคงทางไซเบอร์ การเอาเปรียบทางการค้า การประสานการฑูตหย่าศึกในตะวันออกกลาง โดยพยายามรวมพลังชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจไว้อย่างแข็งขันในการต่อต้านจีน

วันนี้ บทบาทของรัฐบาลไบเด้นจะเป็นอย่างไร น่าติดตามยิ่ง

ไบเด้นกร้าว คสช.​สะเทือนแน่! ไบเด้น vs. สี จิ้นผิง เกมจะออกหน้าไหน? โดย ...

Thursday, February 4, 2021

นโยบายต่างประเทศของอเมริกาจะไปทางไหน ต้องฟังจากปากผู้นำสหรัฐเอง

บทเรียนจากเวเนซุเอล่า ทำไมเผด็จการประชานิยมจึงทำให้ชาติล่มสลายได้

อยากให้พี่น้องฟังเพื่อทำความเข้าใจ ชาติสามารถล่มสลายได้
หากปล่อยให้คนไม่กี่ตระกูลครอบงำประเทศ โยนเศษเงินให้ประชาชน

ให้ประชาชนโง่ จน เจ็บ แล้วพวกเขาขายชาติ ขายแผ่นดิน
ไม่ยอมพัฒนาศักยภาพของประชาชน

สิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นในประเทศเผด็จการอย่างประเทศไทย

https://youtu.be/C6qZ-4fkuP8


"ทหารแก่ไม่เคยตาย" "ทหารดีไม่เคยได้อำนาจ" ประชาชนโง่ จน เจ็บจนตาย

Monday, February 1, 2021

ข่าวสำคัญคือ ผู้ใช้โทรศัพท์ในจีนลดลง 5 ล้านบัญชี

ข่าวสำคัญคือ ผู้ใช้โทรศัพท์ในจีนลดลง 5 ล้านบัญชี 

โควิดได้พรากชีวิตพวกเขาไปหรือไม่?
สถิติเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากประเทศจีนในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
เชื่อถือได้แค่ไหน?

Saturday, January 30, 2021

สภาประชาชน จำเป็นต้องทำ แต่เวลาจะผ่านไปเรื่อย ๆ โดยมันจะไม่เกิดขึ้น หากไม่ลงมือทำ

เรื่องสภาประชาชน ผมพยายามกระตุ้นให้ประชาชนรวมตัวกันมาตลอด คลิปนี้ 2013 ครับ ถ้าเราไม่จงใจทำให้มันเกิดขึ้น มันก็จะลากไปเรื่อยๆ จากคลิปนี้ เกือบแปดปีมาแล้ว สภาประชาชนก็ยังรวมกันในนามปวงชนชาวไทยไม่ได้เสียที ปีนี้มาช่วยกันนะครับ

https://youtu.be/LcUoeuIrLCE






Friday, January 22, 2021

ด่วน! ประธานสภาฯ ยื่นศาลสั่ง "สิระ เจนจาคะ" หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

 ด่วน! ประธานสภาฯ ยื่นศาลสั่ง "สิระ เจนจาคะ" หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

https://www.khaosod.co.th/politics/news_5791237



‘สุทิน’ แย้มมี รมต.ขึ้นเขียงซักฟอก 7 คนบวกๆ ลั่น รอบนี้มีใบเสร็จ ปมทุจริตเชิงนโยบายของ รบ.

 ‘สุทิน’ แย้มมี รมต.ขึ้นเขียงซักฟอก 7 คนบวกๆ 

ลั่น รอบนี้มีใบเสร็จ ปมทุจริตเชิงนโยบายของ รบ.

https://www.matichon.co.th/politics/news_2541597


ยายเม้าข้างบ้านถามว่า 

มีใบเสร็จแล้วจะได้อะไรจ๊ะ? ได้เห็นความเหนียวหนึบของขบวนเผด็จการแค่นั้น ชิมิ


มีที่พึ่ง (ทางจิต) ถูก จะพบสุขที่แท้จริง | พุทธวจน | ธรรมะ | พระอาจารย์ค...

นี่คือวิธีปล้นที่ดินและบ้านคนจนไปให้คนรวยแบบถูกกฏหมาย

 นี่คือวิธีปล้นที่ดินและบ้านคนจนไปให้คนรวยแบบถูกกฏหมาย 

https://www.matichon.co.th/economy/news_2541127

ธอส. ขนบ้านมือสองราคาถูกประมูล 990 รายการตอนนี้

บ้านมือสอง ทั่วประเทศรวม 990 รายการ เริ่มประมูลพร้อมกันวันนี้ระหว่างเวลา 12.00 -13.00 น.

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในปี 2563 ธอส. จัดให้มีการประมูลขายทรัพย์ NPA หรือบ้านมือสองออนไลน์ผ่าน Application : G H Bank Smart NPA เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่โดยไม่ต้องเดินทางไปประมูลซื้อที่ธนาคาร รวมทั้งลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งการจัดประมูลออนไลน์ทั้ง 7 ครั้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา มีลูกค้าประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลทรัพย์ออนไลน์ของธนาคารเป็นจำนวนมาก โดยสามารถจำหน่ายทรัพย์ได้ทั้งสิ้น 701 รายการ คิดเป็น มูลค่าที่ปิดประมูลจำนวนถึง 735.18 ล้านบาท

นายฉัตรชัย กล่าวว่า จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมาทำให้ในปี 2564 ธนาคารจึงเดินหน้าจัดให้มีการประมูลบ้านมือสองออนไลน์ประจำทุกเดือน ซึ่งการประมูลครั้งแรกของปี 2564 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2564 เวลา 12.00 -13.00 น. โดยนำทรัพย์สภาพดีทั่วประเทศรวม 990 รายการ ได้แก่ ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ห้องชุด อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า มาเปิดประมูลให้กับลูกค้าที่เลือกซื้อง่าย ๆ พร้อมกันทั่วประเทศผ่าน Application : G H Bank Smart NPA


อ่านเนื้อหาทั้งหมดจาก 

https://www.matichon.co.th/economy/news_2541127

ภาษาอังกฤษทีละคำ : acument (N)

 


a·cu·men
/əˈkyo͞omən,ˈakyəmən/. ออกเสียงหนักที่พยางค์แรก "แอ๊ค" --.
noun
  1. the ability to make good judgments and quick decisions, typically in a particular domain.
    "business acumen"

Credit: https://languages.oup.com/

ความสามารถในการตัดสินค่าที่ดีและตัดสินใจที่เร็ว ในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น

Your business acumen can be helpful in this charity.
ความเจ๋งทางธุรกิจของคุณจะเป็นประโยชน์กับการกุศลครั้งนี้

Her academic acumen makes her very successful in this research firm. 
ความสามารถพิเศษในเชิงวิชาการ(ของเธอ)ทำให้เธอประสพความสำเร็จมากในบริษัทที่เน้นงานวิจัยแห่งนั้น

Bitcoin EXPLAINED - What Buffett, Musk, Cuban, Gates, Dalio, and more Th...

"ธนาธร" ไม่แคร์โดน112 เดินหน้าตรวจสอบรบ.ต่อไป จี้นายกฯ เปิดเอกสารชี้แจงก...

Biden Heads in Wrong Direction: McConnell; Articles of Impeachment Again...

Thursday, January 21, 2021

ให้ภาพเล่าเรื่อง : เบื้องหลังเบื้องลึกและเบื้องล่าง วัคซีนอัปยศ

ม็อบบุกก.คลัง ให้เวลา 7 วัน ตัดงบสถาบัน-กองทัพ นำเงินเยียวยาปชช. : Matichon TV

จะให้จบในรุ่นเรา ได้อย่างไร? โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 22 มกราคม 2564

 

"เดี๋ยวมันก็พังเอง" นี่คือวาทกรรมอันตราย เสนอให้คิดโดย ดร. เพียงดิน รักไทย มหาวิทยาลัยประชาชน

ฝรั่งเศส : เมื่อกษัตริย์ขั่วร้าย เป็นทรราช ก็ต้องได้รับโทษทัณฑ์ (เพลงกิโยติน)

ธนาธร ชี้ วางเพลิงเรือยอร์จ เพื่อหวังทำลายความน่าเชื่อถือทางการเมือง

 

Wednesday, January 20, 2021

สรุปเหลี่ยมคมการเมืองอเมริกัน ยุคทรัมพ์=>ไบเด้น โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 20 มกราคม 2564

สรุปเหลี่ยมคมการเมืองอเมริกัน ยุคทรัมพ์=>ไบเด้น โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 20 มกราคม 2564


URL : https://youtu.be/mTkHa2aEZLk

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 15 รักหวานที่โลซานน์ และ บัลลังก์เดือด

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 14 รักหวาน และ บังลังก์เดือด

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 13 การหวนคืนของจักรี 2489 – 2492 นำเสนอโดย ดร ...

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 12 ปริศนาฆาตกรรม (ต่อ)

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 11 ปริศนาฆาตกรรม

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 10 จากเจ้ากลางแถว สู่ธรรมราชา!!!

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 9

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 8

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 7

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 6

Tuesday, January 19, 2021

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 5

 

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 4

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 3

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 2 ทำไมกษัตริย์จึงไม่ยิ้ม?

กษัตริย์ไทยไม่เคยยิ้ม ตอน 1 บทนำ ฉีกหน้ากากลวงโลก

 

อนุทิน เดือด ธนาธร สอนมวย ประยุทธ์-อนุทิน (ดูคลิป) ลั่น "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ"


จากคลิปนี้ แสดงให้เห็นว่าคุณธนาธรมีกระบวนการคิด ความรู้ในเรื่องที่พูด การวางเป้าหมาย ยุทธศาสตร์-ยุทธวิธี และการอ่านเกมที่กว้าง ฉลาด และก้าวหน้า ฯลฯ โดยการนำเสนอสะท้อนให้เห็นชั้นของการคิดแบบนักบริหาร เหมาะสมกับคนที่จะทำงานระดับนายกรัฐมนตรีอย่างเด่นชัด

ยิ่งฟังคุณธนาธร ท่านก็คงยิ่งคิดถึงคนอย่าง ดร. ทักษิณ ชินวัตร 
และเมื่อเทียบกับคนอย่างคุณอนุทิน และพ่อประยุทธ์ คนเก่งสามโลก 
เราคงเห็นแล้วว่า มันคนละโลก คนละชั้น คนละเกรด!!!

แม้เราจะเชื่อได้ว่า คุณธนาธรคงไม่ได้มีเจตนาจะสอนมวย หรือทำตัวเป็นศัตรู 
และการวิพากษ์วิจารณ์นี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยิ่ง และยังได้ชี้ทิศทางนี้ หากคนฟังอย่างคุณอนุทินและคุณประยุทธ์ รวมถึงคณะรัฐมนตรีด้วย แต่สำหรับคนที่กินบ้านกินเมืองวันนี้ โดยสันดานแล้วจะไม่มีวันฟังผู้อื่น แล้วน้อมใจเปิดรับ เพื่อแก้ไข. แต่เราจะเห็นความโกรธแค้นและการเร่งจัดการคุณธนาธรเร็วขึ้น

วันนี้สถาบันทิศทางไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงหรืออาวุธด้านสื่อให้ตระกูลมหิดล และกลุ่มที่ถืออำนาจของชาติไว้วันนี้ ก็ได้ออกมาชี้เป้าและสร้างความเกลียดชัง ป้ายสี และจงใจทำลายคุณธนาธรอย่างมุ่งมั่น

นี่คือ คันฉ่องส่องไทย

เอาไปพิจารณา แล้วตั้งเกมรับเกมรุกกันให้ดี
เป็นห่วงน้อง ๆ ราษฎรปลดแอกและทุกกลุ่ม และเป็นห่วงคุณธนาธรยิ่ง

Monday, January 18, 2021

ลุงเย็นลมป่า-อาคม ซิดนีย์ ตอน สัมพันธ์รักสังวาลย์​ อำมาตย์กับศักดินาพาวุ่น

ย้อนฟัง ลุงเย็นลมป่า เมื่อใกล้เวลาลั่นกองรบด้วยพลังสันติวิธีที่มหาศาลของปวงชนชาวไทย

ย้อนฟัง ลุงเย็นลมป่า เมื่อใกล้เวลาลั่นกองรบด้วยพลังสันติวิธีที่มหาศาลของปวงชนชาวไทย

 

Pier 39 on Jan. 18, 2021 เชิญชมบรรยากาศชวนฝันยามเย็น ณ Pier 39 และสะพาน Golden Gate

"รัชกาลที่ 5 ไม่ได้เป็นกษัตริย์ที่เก่งกล้าสามารถอย่างร่ำลือกัน" ลองไปพิสูจน์หลักฐานกัน

 "รัชกาลที่ 5 ไม่ได้เป็นกษัตริย์ที่เก่งกล้าสามารถอย่างร่ำลือกัน" ลองไปพิสูจน์หลักฐานกัน



รัชกาลที่ 5 ขึ้นครองราชย์ เมื่ออายุ 15 ปี มีลูกทั้งหมด 77 คน 

มีเมียอีกมากมาย และมีพี่สาวอายุมากกว่า 1 ปี เป็นเมียชื่อพระองค์เจ้าทักษิณชา 

นราธิราชบุตรี พอคลอดลูกคนโตลูกก็ตายในวันที่คลอด 

พระองค์เจ้าทักษิณชาเสียใจมากจนวิกลจริตเลยต้องถูกขังเอาไว้ตลอดชีวิต 


พระองค์ยังได้สร้างความเข้มแข็งแห่งลัทธิกษัตริย์นิยม 

โดยทรงสนับสนุนลัทธิชาตินิยม รวมทั้งการสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น

ให้กับท้องพระคลัง ด้วยการทำให้ประชาชนที่อยู่ในเขตแดนสยาม

ต้องขึ้นอยู่กับคำสั่งโดยตรงจากพระองค์เพียงผู้เดียว

เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธราชย์คืออำนาจทั้งหมดรวมศูนย์อยู่ที่กษัตริย์ผู้เดียว 


โดยการส่งพระราชโอรสและพระบรมวงศานุวงศ์ไปควบคุมหัวเมืองต่างๆ 

ที่ในอดีตปกครองกันดัวยความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ 

ที่มีกฎระเบียบและรูปแบบการบริหารโดยเจ้าเมืองท้องถิ่นที่เรียกว่าประเทศราช 

คือมีหลายแคว้นปกครองตนเองคล้ายระบบสาธารณรัฐ 

นอกจากพื้นที่รอบเมืองหลวงแล้ว ประชาชนในพื้นที่รอบนอกต่างก็รู้สึกไม่พอใจ 

และต่อต้านความพยายามของราชวงศ์จักรีที่จะเพิ่มระดับของการรีดนาทาเร้น 

ที่พวกเขาจำต้องทนแบกรับอยู่ก่อนแล้วให้มากยิ่งขึ้นไปอีก


ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้พยายามบังคับให้ปัตตานีจ่ายภาษีตรง

มายังท้องพระคลัง โดยใช้กองกำลังและความรุนแรงเพื่อบีบบังคับให้ชาวปัตตานี

ต้องปฎิบัติตาม เช่นเดียวกับที่เคยทำในอดีต แบบเดียวกับแนวนโยบาย

การจัดการกับภาคใต้ของผู้ปกครองคนต่อๆมา 

การที่ส่วนกลางไม่เคยไว้วางใจชาวมุสลิมมาเลย์ที่พูดภาษายาวี 

ได้นำมาสู่ความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าของความพยายามอย่างบ้าคลั่ง

ที่จะอัดฉีดโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นไทยให้พวกเขาเหล่านั้น

 มากกว่าการอัดฉีดเงินลงไปเพื่อการพัฒนาภาคใต้อย่างแท้จริง 


ประชาชนชาวอิสานก็เคยต่อสู้กับการกดขี่ของราชวงศ์จักรีที่เรียกว่า 

กบฏผู้มีบุญอีสาน ช่วง 2444-2445 โดยมีผู้ตั้งตัวเป็น "ผู้มีบุญ" ถึง 60 คน 

กระจายอยู่ถึง 13จังหวัด การลุกขึ้นสู้ของชาวร้อยเอ็ดหรือกบฏร้อยเอ็ดในปี 2444 

ที่นักสู้อิสานได้จับมีดจับพร้าลุกขึ้นสู้กับกองกำลังของรัชกาลที่ 5 

ในครั้งนั้นผู้กล้าชาวอิสานหลายร้อยคนต้องถูกสังหาร 

แกนนำหลายคนถูกตัดหัวและเสียบประจานที่ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี 

สงครามเพื่อขยายราชอาณาจักรของราชวงศ์จักรี 

ควบคู่ไปกับวัฒนธรรมและภาษาไทย รวมทั้งการส่งเสริมพุทธศาสนา

แค่เปลือกนอกเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ศูนย์รวมจิตใจของประชาชน 


รัชกาลที่ 5 ไม่ได้เป็นกษัตริย์ที่เก่งกล้าสามารถอย่างร่ำลือกัน 

เมื่อไหร่ที่มีเรื่องของตนเอง พระองค์จะหยุดบริหารบ้านเมืองทันที 

บางครั้งก็หยุดไปเป็นเดือน งานกองคั่งค้าง ให้กรมพระยาดำรงราชานุภาพสะสางแทน 

เช่น ถ้ามีเหตุพระโอรสหรือพระมเหสีสิ้นพระชนน์ พระองค์จะหยุดบริหารบ้านเมือง 

หรือถ้ามีพระมเหสีป่วยพระองค์ก็จะหยุดว่าราชการ 

ซึ่งพระโอรสกับพระมเหสีของพระองค์มีเป็นร้อยพระองค์ 


บางทีต้นพยอมออกดอกทั่วทั้งวังก็ให้หยุดว่าราชการทันที 

วังสมัยรัชการที่ 5 จึงเป็นวังที่สนุกสนานรื่นเริงเสมอ 

พระองค์ส่งแต่พระโอรสและพระญาติพระวงศ์ทั้งนั้นให้ไปเรียนนอก 

โดยเกือบไม่มีสามัญชนที่จะมีโอกาสได้ไปศึกษา 

จนกระทั่งปลายรัชกาลจึงเริ่มให้เด็กนักเรียนที่สอบได้ที่ 1 ของประเทศ 2 คนได้ไป 

พระโอรสที่พระองค์ส่งไปเรียนที่เมืองนอกทั้งหมดก็ให้เรียนวิชาทหารเท่านั้น

ห้ามเรียนวิชาอื่น หรือใครจะเรียนวิชาอื่นก็ได้แต่ต้องเรียนวิชาทหารก่อน

ยกเว้นพระองค์เจ้าราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ที่ได้เรียนวิชากฎหมาย 


สมัยรัชกาลที่ 5 ถือได้ว่าประเทศไทยกับญี่ปุ่นเริ่มพัฒนาพร้อมกัน

 แต่ประเทศญี่ปุ่นนำเงินไปพัฒนาประเทศ พัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาอู่ต่อเรือ 

ญี่ปุ่นส่งคนไปนอกเพื่อพัฒนาความรู้ด้านต่างๆ ให้เก่ง 

แต่ ร. 5 ปรารภว่าพระโอรสทุกพระองค์เมื่ออายุครบ 18 จะต้องมีวังได้อาศัย 


เพราะฉะนั้นงบทั้งหมดจึงหมดไปกับการสร้างวังเป็นจำนวนมาก 

โดยย้ายจากวังหลวงหรือพระบรมมหาราชวังจากวัดพระแก้วมาอยู่ที่พระราชวังดุสิต

โดยมีจุดเด่นคือพระที่นั่งอนันตสมาคมที่สร้างจากหินอ่อนที่นำเข้าจากอิตาลี


และพระองค์เจ้าทุกพระองค์ต้องมีเบี้ยหวัดเงินปี เป็นเงินมากพอใช้ได้อย่างสบาย 

ทุกพระองค์รวยทั้งนั้น แล้วจะเอาเงินภาษีอากรที่ไหนไปพัฒนาประเทศ 

เพราะฉะนั้นในรัชกาลที่ 6 และรัชกาล ที่ 7 

จะเห็นว่าในกรุงเทพมีวังทุกหัวถนนเต็มไปหมด 


ที่สนามหลวงมีวังหน้า (พุทไธ ศวรรย์) ในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล 

ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ


เลี้ยวไปถนนราชสีมาก็มีวังสวนสุนันทา ที่สร้างเพราะพระราชวังดุสิต

มีผู้คนพลุกพล่านขาดความเป็นส่วนตัว


วังปารุสกวัน มุมถนนพิษณุโลก ตัดกับถนนราชดำเนินนอก 

เขตดุสิตสร้างเป็นที่ประทับของเจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ 

ในวโรกาสที่สำเร็จการศึกษาวิชาการทหาร จากรัสเซีย 

ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล


วังกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ หรือ วังนางเลิ้ง ริมถนนลูกหลวง 

ปากคลองเปรมประชากรใกล้ทำเนีบรัฐบาล ต่อมาใช้เป็นที่ตั้งของ 

โรงเรียนพณิชยการพระนคร ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร


เลี้ยวไปถนนสามเสนก็เจอวังศุโขทัยที่สร้างให้เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์(รัชกาลที่ 7) 


เลี้ยวไปอีกเป็นวังลดาวัลย์ ให้เป็นที่ประทับของเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร

(ต้นราชสกุลยุคล)เมื่อคราวใกล้จะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ 

ประเทศอังกฤษ 

ปัจจุบันเป็นที่ตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ของรัชกาลที่ 9 


มาทางถนนราชวิถีก็มีวังพญาไท ที่สร้างใช้เป็นที่เสด็จทอดพระเนตรการทำนา 

การปลูกผักและการเลี้ยงสัตว์


วังสะพานขาว ริมถนนหลานหลวงตัดกับถนนกรุงเกษม 

สร้างให้พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการ

ทหารเรือจากประเทศอังกฤษ เคยเป็นที่ทำการกรมประชาสงเคราะห์

 ปัจจุบันเป็นกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคม

และความมั่นคงของมนุษย์


วังมหานาค อยู่ริมคลองมหานาค ใกล้สะพานกษัตริย์ศึก 

สร้างพระราชทานแก่พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช หลังเสด็จกลับจากการศึกษา

วิชาการทหารที่ประเทศ เดนมาร์ก ต่อมาวังนี้ก็ถูกตัดแบ่งขาย 

ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของตลาดมหานาค โรมแรมปริ๊นซ์พาเลช และโบ๊เบ้ทาวเวอร์


วังบูรพาภิรมย์หรือวังบูรพา สร้างพระราชทานเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ 

น้องสุดท้องของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ต่อมาได้ขายให้เอกชน 

มีการรื้อวังออก สร้างเป็นศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์คิงส์ ควีนส์ และแกรนด์ 

รวมกับตลาดมิ่งเมือง ปัจจุบัน คือ ดิโอลด์สยามและโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง 


วังจักรพงษ์หรือวังท่าเตียน ของพระองค์เจ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ....มีวังทุกหัวถนน 

เป็นเหตุให้ต้องมีการปฏิวัติ 2475 

เพราะประชาชนจะลำบากแค่ไหนแต่วังทุกวังจะต้องสนุกสนาน 


และวังบางวังใหญ่โตมาก มีวังบางขุนพรม ของเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์

กรมพระนครสวรรค์วรพินิต(ต้นราชสกุลบริพัตร) ซึ่งพระองค์ร่ำรวยมาก 

ไม่รู้ว่าร่ำรวยมาจากไหน มีวงดนตรีส่วนพระองค์ มีทั้งวงดนตรีไทย วงดนตรีสากล 

จะเสวยอาหารก็ต้องมีดนตรี จะบรรทมก็ต้องมีวงดนตรีกล่อม 


เรื่องที่ประกาศเลิกทาสเหมือนเป็นคุณงามความดีที่ ร.5 ได้เป็นมหาราช 

แต่ประเทศไทยเลิกทาสเป็นอันดับสุดท้ายของโลก ประเทศจีน ประเทศอินเดีย 

ประเทศญี่ปุ่น ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา เนเธอร์แลนด์ 

ทุกประเทศเลิกทาสก่อนประเทศไทยหมด 


ซึ่งการเลิกทาสมันต้องเลิกอยู่ แต่ออก พรบ. เกษียณอายุลูกทาสในปี 2417 

ให้ทาสที่เกิดตั้งแต่ปีที่ขึ้นครองราชย์ ยังเป็นทาสต่อไปจนอายุครบ 21 ปี 

ถึงจะเลิกเป็นทาส และออกพรบ.เลิกทาสในปี 2448 

เพราะว่ารัชกาลที่ 5 เกรงใจขุนนาง ขณะที่เศรษฐกิจเริ่มเป็นแบบสมัยใหม่แล้ว 

การปลูกข้าวเพื่อส่งออก ก็ต้องการชาวนา เริ่มมีอุตสาหกรรม มีโรงเลื่อยไม้ 

โรงสีข้าว ซึ่งต้องการกรรมกร 


แต่ประชาชน กลับตกเป็นเป้าแห่งการรีดนาทาเร้นจากราชวงศ์จักรีมากขึ้นกว่าเดิม 

และภาษีกว่า 80% ที่เก็บได้ ถูกดูดเข้ามายังคลังหลวงเพื่อหล่อเลี้ยงกรุงเทพเท่านั้น กระบวนการจัดเก็บภาษีของราชวงศ์จักรี ส่งผลให้มีการต่อต้านการรวมศูนย์

อำนาจที่สั่งการจากเบื้องบนอย่างต่อเนื่องและการใช้มาตราการปราบปราม

อย่างรุนแรงต่อประชาชนในเมืองที่ห่างไกล ที่ต้องทนกับการถูกขูดรีดภาษี

จนไม่เหลืออะไรไว้สำหรับการดำรงชีวิตของตัวเองและครอบครัว 

จนจำต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ 


ราชวงศ์จักรีเก่งในการปราบปรามประชาชนแต่ไม่เคยคิดสู้กับฝรั่งต่างชาติเลย 

และไทยก็เป็นประเทศเดียวในโลกนี้ที่ยอมเสียดินแดนให้พวกฝรั่ง

โดยไม่ต้องมีการรบเลย บ้านเมืองอื่นฝรั่งอยากได้ดินแดนต้องรบเอา

อย่างเดียวเท่านั้น แต่เมืองไทยยกให้เลย แล้วยังอ้างว่าเป็นพระปรีชาสามารถ 

ซึ่งที่จริงแล้วนี่เป็นนโยบายที่โง่ที่สุด 


บางดินแดนฝรั่งไม่ได้ขอแต่กษัตริย์ไทยกลับยกให้เอง เช่น ไทรบุรี กลันตัน 

ตรังกานู ปะริด ทั้ง 4 แคว้นนี้ ฝรั่งไม่ได้ขอ แต่รัชกาลที่ 5 ยกให้ฝรั่งเอง 

เนื่องจากในราวปี 2440 รัชกาลที่ 5 ได้ทำสัญญาลับกับอังกฤษ 

ยอมให้อังกฤษได้สัมปทานแร่ดีบุกของภาคใต้เพียงผู้เดียวและสัมปทานป่าไม้

ภาคเหนือ โดยห้ามยกสัมปทานนี้ให้ประเทศอื่น หลังจากนั้นเยอรมันมาขอ

สัมปทานการรถไฟในภาคใต้ รัฐบาลสยามจึงไปขอเจรจาแก้สัญญากับอังกฤษ 

แต่อังกฤษไม่ยอม จึงต้องยกดินแดน เช่น ไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู ปะริด 

ให้อังกฤษอีก อังกฤษจึงยอมแก้สัญญา 

โดย ร.5 อธิบายว่า ขืนเอาไว้ก็รักษามิได้ ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ไม่มีเหตุผล


เมื่อฝรั่งเศสยึดเมืองจันทบุรีไว้ จึงเข้าไปเจรจากับฝรั่งเศสขอให้ถอนกำลัง

จากเมืองจันทบุรี และจะยกพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณให้ 

ซึ่งเป็นการแลกที่เสียเปรียบ และยังเอาจำปาศักดิ์ไปแลกกับเมืองตราด 

ซึ่งจำปาศักดิ์เป็นเมืองเอก แต่เมืองตราดมีพื้นที่เพียงนิดเดียว 

คนไทยไม่เคยรู้เลยว่านโยบายในช่วงสมบูรณาญาสิทธิราชย์ผิดพลาดเสียหาย

มากขนาดไหน 


ทางรถไฟที่สร้างเป็นสายแรก คือสายปากน้ำ เพื่อให้เจ้านายที่เดินเรือ

จากต่างประเทศได้นั่งรถไฟเข้ามากรุงเทพเท่านั้น 


ทางรถไฟที่สร้างไปหัวหินเพราะเจ้านายที่กลับมาจากต่างประเทศนั้น

จะได้ไปตากอากาศที่ชายทะเล ก็เลยสร้างที่หัวหิน 

ที่จริงแล้วทางรถไฟส่วนใหญ่มาสร้างสมัยจอมพล ป. 


สร้างโรงพยาบาลเพราะเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์พระราชโอรสป่วยและตาย

ตั้งแต่เด็ก ทรงเสียพระทัยมากจึงสร้างโรงพยาบาลศิริราชตามชื่อพระโอรส 


สร้างโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยเก็บเงินค่าการศึกษา 24 บาท

ซึ่งแพงมากสำหรับราษฎรทั่วไปในสมัยนั้น โดยอ้างว่าต้องการให้เป็นที่ศึกษา

ของกุลบุตรผู้มีสกุล พวกไพร่เลวจะได้ไม่สามารถเข้ามาเรียนได้ 


พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระชนนีของรัชกาลที่ 6 อยากเปิดโรงเรียนเสาวภา

เพื่อให้สตรีเข้ามาศึกษาการเป็นกุลสตรี จะได้เป็นเมียที่ดีของพวกขุนนาง 

จนพัฒนามาเป็นสถานเสาวภากาชาดไทย 


จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัชกาลที่ 5 เลย 

ที่จริงแล้วถูกตั้งขึ้นในรัชกาลที่ 6 โดยเอาเงินที่เหลือจากการสร้างอนุสาวรีย์

พระบรมรูปทรงม้าไปสร้างจุฬา การสร้างจุฬาเกิดจากการผลักดันของ

พระยาสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งเป็นอาจารย์ของรัชกาลที่ 6 

ซึ่งรัชกาลที่ 6 ก็ไม่ได้เห็นด้วยเลย แต่เนื่องจากว่าเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี

เป็นผู้ดูแลและเป็นอาจารย์ของร.6 ตั้งแต่ตอนที่อยู่อังกฤษก็เลยยอม 


พระองค์ต้องการสร้างโรงเรียนวชิราวุธซึ่งเป็นโรงเรียนของคนชั้นสูง 

แต่กระเบื้องที่มุงหลังคาของโรงเรียนวชิราวุธมีไม่พอ พระองค์จึงสั่งให้เอา

กระเบื้องจากจุฬาลงกรณ์ไปมุงแทน และให้จุฬาลงกรณ์ใช้หลังคามุงจาก


***อ้างอิงไก่บ้านตัวเต็มวัยตัวละ 1​ สลึง***


Pgpumin/Veerachon

หน้าตาอดีตภรรยา ราชินี เมียน้อย และนางสนม/นางบำเรอ หลัก ๆ ของร. 10 เป็นเช่นนี้เอง


เสียดายภาพไม่ชัดพอ
คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยายดู

ไปสืบค้นต่อกันเอง เน้อ

ธนาธร วิพากษ์ถึงกึ๋น วัคซีนพระราชทาน รวบรัดจัดซื้อผ่าน Siam Bioscience



บีบีซีไทยสรุป 5 ข้อสังเกตของนายธนาธรต่อเรื่องวัคซีนโควิด-19 ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลประยุทธ์ ดังนี้

1. รัฐบาลประมาท ไม่เร่งการเจรจาจัดหาวัคซีนจนเกิดความล่าช้า

2. "แทงม้าตัวเดียว" ไม่เปิดทางเลือกอื่นจากบริษัทอื่น ๆ

3. ความขัดกันของผลประโยชน์

4. รัฐบาลฉวยโอกาสจากโควิด กอบกู้ความนิยมช่วงที่มีการเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

5.สถานะของสถาบันกษัตริย์กับผู้เล่นทางเศรษฐกิจไปด้วยกันไม่ได้

อ่านรายงานโดยละเอียดของ BBC ที่ https://tinyurl.com/yxsbg5au



คำเตือน!!! คณะราษฎรปลดแอก จงอย่าตกหลุมพรางคณะทรราชย์

 ผมใช้ชื่อ "คณะราษฎรปลดแอกเพื่อประชาธิปไตย" แต่งชื่อภาษาอังกฤษให้ว่า "Liberation Citizens for Democracy' (LCD) เพื่อหมายถึงขบวนการขับเคลื่อนเพื่อ 3 ข้อเรียกร้องแบบหลวม ๆ  และด้วยสภาพในปัจจุบัน เป็นการฉลาดแล้วที่ไม่โผล่หัวหางให้เขาจัดการล้มทั้งกระดาน แต่ก็จงอย่าคิดว่า กลไกความมั่นคงจะไม่รู้เท่าทันและไม่ได้คิดวางแผนทำลายล้าง จริง ๆ แล้ว ตรงกันข้าม

แต่นั่นคงเป็นสิ่งที่ระดับมันสมองของ LCD คงรู้ดีอยู่แก่ใจแล้ว 

ผมติดตามกระแสการขับเคลื่อนของฝั่งเผด็จการเสมอมา เพื่ออ่านเกมและสะท้อนภาพที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายประชาธิปไตย

ในช่วงปีใหม่นี้ มีกระแสที่ชัดเจนที่สุดที่ควรจับตาดังนี้

คสช. รับคำสั่งให้จัดการกับภัยของสถาบันกษัตริย์อย่างจริงจัง และสัญญาณที่ชัดเจนโดยไม่ต้องสงสัย คือ สถาบันกษัตริย์สั่งเครือข่ายอำนาจเตรียมการปราบปรามทุกรูปแบบ โดยใช้กลยุทธทางการทหารและความั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งกลไกราชการและนอกราชการแบบบูรณาการ

เมื่อกวาดตาดูหัวข้อข่าวคร่าว ๆ ก็จะเห็นได้ว่า มีการปลุกแนวต้านและแนวรุก เพื่อกำจัดกระแสปฏิรูปในหลายมิติ








และที่เห็นชัดมาก คือการใช้กลุ่มต่าง ๆ ที่มีความรุนแรงเชิงความคิดทางการเมืองแบบอนุรักษ์นิยม ให้เริ่มดำเนินการต่าง ๆ สถาบันทิศทางไทย เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดมาก ว่ามีเจตนาใส่ร้าย ทำลาย ยุแยง สร้างความเกลียดชัง และสนับสนุนให้ใช้ความเด็ดขาดในการกำจัดขบวนก้าวหน้า
 
 






สิ่งที่ขบวน LCD ต้องตระหนักคือ เครือข่ายราชาธิปไตยกำลังระดมพลโต้ ยัน และกำลังจะรุกอย่างหนัก และเขาต้องการทำลายล้างอย่างเด็ดขาด. แต่กำลังรอสร้างกระแสและความชอบธรรม โดยสร้างความเกลียดชัง สร้างภาพให้เราเป็นผู้ก่อการร้าย ผู้ชังชาติ ผู้ทำลายเศรษฐกิจ ฯลฯ. 

ที่น่ากลัวที่สุด คือ เริ่มมีการปล่อยข่าวให้ร้ายว่าเราจะใช้ความรุนแรง ปะทะ สร้างสถานการณ์ไปสู่ความรุนแรง ฝั่ง LCD ต้องรีบจัดการวางแนวทางให้ชัด ต้องเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในท่วงท่า การหลุดหลวมในประเด็นใด ๆ ก็ตามที่จะเข้าทางของเผด็จการ และต้องมีการจัดการขบวนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพให้ด่วนที่สุด. และจงจำไว้อย่างดีที่สุดว่า จงเลี่ยงคำว่าตาต่อตาและฟันต่อฟัน การใช้อาวุธ หรืออะไรทำนองนี้ ที่จะทำให้เขาใช้กฎหมายใส่ร้ายป้ายสี แล้วปราบปรามในที่สุด

จงอย่าหลงไปตกหลุมพรางความรุนแรง!!!!














18 มกราคม วันกองทัพไทย สมเด็จพระนเรศวร พาทหารกู้ชาติ แต่คสช. พาทหารแก่ผลาญชาติ

ทหารที่ดีต้องไม่ยุ่งกับการเมือง นี่คือสิ่งที่ประเทศที่เจริญแล้วถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเสมอ 

ต้องเป็นทหารอาชีพที่ฝึกฝนศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อปกป้องชาติและประชาชนจากศัตรูต่างด้าว 

ไม่ใช่การเข้าไปรับใช้สถาบันกษัตริย์ 

แล้วร่วมมือกับนายทุน ยึดอำนาจจากรัฐบาลที่ประชาชนเลือกขึ้นมาอย่างชอบธรรม จากนั้นก็สร้างกฎกติกาเพื่อให้ตนและเครือข่ายครองอำนาจทางการเมือง ซึ่งผิดหน้าที่อย่างยิ่ง เมื่อไร้ความสามารถแต่อยากยึดโยงอำนาจ ความเสียหายจึงเกิดขึ้นอย่างน่าใจหาย โดยสองฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือสถาบันกษัตริย์และนายทุนสามานย์ตัวจริง ส่วนกองทัพก็จะตกต่ำ ถูกประชาชนรังเกียจหรือขาดความศรัทธา ทั้ง ๆ ที่ทหารส่วนใหญ่ได้ทำงานหนักและไม่ได้เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทรราชของนายทหารแก่ ๆ ไม่กี่คน ที่กระโดดข้ามหัวเพื่อนร่วมอาชีพ และเหยียบย่ำประชาชนที่เสียภาษีเป็นเงินเดือนและสวัสดิการแก่ตน

สารคดีเพิ่มความรู้ : 

#พระนเรศวร #เวียงแหง #เมืองหาง

18 มกราคม วันกองทัพไทย พระนเรศวรไม่ได้สวรรคตที่เวียงแหง: สมฤทธิ์ ลือชัย I ประวัติศาสตร์นอกตำรา Ep.34



ภาคีปกป้องสถาบัน เดินตามแผน witch hunt 112 ทั่วไทย ตามพระราชประสงค์


นำเสนอข่าวโดย Bluesky ของประชาธิปัตย์
ดำเนินงานโดยทาสที่ไม่ยอมไปสู่อิสรภาพ

 

ที่แท้ ถุงพระราชทาน ใครเป็นคนจ่ายเงิน? โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 20 เมษายน 2563

 ที่แท้ ถุงพระราชทาน ใครเป็นคนจ่ายเงิน? 

โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 20 เมษายน 2563

 



Sunday, January 17, 2021

ประเทศไทย ควรมีกษัตริย์หรือไม่? โดย ดร. เพียงดิน รักไทย 1 ก.ค. 2555

ย้อนฟังดร. เพียงดิน รักไทย พูดเรื่องกษัตริย์
ตั้งแต่ตอนเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยประชาชนใหม่ ๆ


"ประเทศไทย ควรมีกษัตริย์หรือไม่ควรมี" - That's the question!! รายการชวนคิดชวนคุย โดย ดร. เพียงดิน รักไทย
มหาวิทยาลัยประชาชน ประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2555
รับฟังโดยตรงทางยูทูป http://youtu.be/4QFkY0eJcoU

พิษ 112 จับขังโดยไม่ให้ประกันตัว สุดท้าย ขังเกินโทษ ทำลายชีวิตครอบครัววิศวกร

โปรดตามลิ้งค์นี้ไปอ่านให้ได้นะครับ อ่านบทสนทนาทั้งหมด: https://tlhr2014.com/archives/25137


 ‘สิรภพ’ ยันยื่นอุทธรณ์ต่อ คดี 112 ชี้ กม.ถูกใช้เป็นเครื่องมือ จัดการพวกต้านรัฐประหาร

จากกรณีที่ ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี หมายเลขดำอ.3032/62 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสิรภพ กรณ์อรุษ เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นเบื้องสูง ตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 โดย ศาลสั่งจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 4 เหลือคงจำคุก 4 ปี 6 เดือน

ศาลอาญาจำคุก 4 ปี 6 เดือน ‘สิรภพ’ หมิ่นเบื้องสูง

ทั้งนี้ นายสิรภพ จำเลย กล่าวว่า จะอุทธรณ์คดีนี้ต่อไป ตนยืนยันเจตนารมณ์ว่าจะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและต้องการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ในวันนี้บางอย่างอาจจะพูดไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างต่อสู้คดี แต่เชื่อว่าวันข้างหน้าคำฟ้องทุกหน้า ข้อกล่าวหาทุกบรรทัดจะได้เผยแพร่เป็นสาธารณะ เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างกับการฟ้องร้องเอาผิดมาตรา 112 ที่เกี่ยวเนื่องกับการหมิ่นประมาทสถาบันเบื้องสูง

นายสิรภพกล่าวต่อว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ถูกขังในระหว่างพิจารณาคดี และไม่ได้รับการประกันตัวนานที่สุด ในคดีนี้ เป็นระยะเวลา 4 ปี 11 เดือน แล้วก็มาได้รับการประกันตัวในช่วงใกล้จะมีการเลือกตั้งปี 2562 ประกอบกับมีเอกสารแถลงการณ์ของยูเอ็นกับการคุมขัง ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้รับการปล่อยชั่วคราว ส่วนจุดยืนของตนเองนั้น เพื่อต้องการให้เห็นว่า มีการใช้กฎหมายมาตรา 112 เป็นเครื่องมือกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่ต่อต้านการรัฐประหาร ส่วนประเด็นการถูกกล่าวหาพาดพิงสถาบันเบื้องสูงนั้น ขอไม่ตอบ เนื่องจากอยู่ระหว่างถูกกล่าวหาด้วยมาตรานี้ แต่เรื่องการต่อสู้ยังยืนยันว่าจะไม่หยุด ยังเดินหน้าต่อไ88

สิรภพหรือที่รู้จักในนามปากกาบนโลกออนไลน์ว่า "รุ่งศิลา" คือหนึ่งในผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 "หมิ่นประมาทกษัตริย์" ในช่วงหลังรัฐประหารปี 2557 จากการถูกกล่าวหาว่าเผยแพร่บทความและข้อความจำนวน 3 ข้อความบนเว็บบอร์ดประชาไทในปี 2552 และในเว็บ-เฟซบุ๊กส่วนตัวในปี 2556-2557 ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเห็นว่าทำให้ประชาชนไม่เคารพเทิดทูนกษัตริย์ 

เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ตัดสินใจให้การปฏิเสธ ขอสู้คดีมาตรา 112 แม้เขาจะต้องแลกอิสรภาพเกือบ 5 ปีให้กับเรือนจำ เพื่อต่อสู้คดีที่ศาลยังไม่ตัดสิน ท่ามกลางสังคมสุญญากาศที่การวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายมาตรา 112 กลายเป็นเรื่องทำได้ยาก ในห้วงเวลาที่ผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 เป็นตราบาปที่สังคมไม่กล้าแม้จะเอ่ยถึง 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนชวนสนทนากับสิรภพถึงเส้นทางการต่อสู้คดีมาตรา 112 อันยาวนานบนศาลทหาร-พลเรือน และวิธีคงความเป็นมนุษย์ในชุดผู้ต้องขังที่ทำให้ "5 ปีในคุกก็เอาเกียรติของเขาไปไม่ได้" 

ก่อนศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีนี้วันจันทร์ที่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 09.00 น. 

อ่านบทสนทนาทั้งหมด: https://tlhr2014.com/archives/25137

อ่านข้อมูลคดีมาตรา 112 ของสิรภพ: https://database.tlhr2014.com/public/case/580/lawsuit/202/

เครดิตข่าว ส่งมาทางไลน์