Project Vault
ยุคใหม่ของคลังสำรองแร่ธาตุวิกฤตของสหรัฐอเมริกา
ประกาศเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 โดยประธานาธิบดี Donald Trump
📌 Project Vault คืออะไร?
เป็นโครงการสร้าง คลังสำรองแร่ธาตุวิกฤต (U.S. Strategic Critical Minerals Reserve) มูลค่ารวมประมาณ 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 แสนล้านบาท)
รัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อซื้อและเก็บแร่สำคัญที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ไว้ในคลังกระจายทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแร่และราคาพุ่งสูงอย่างกะทันหัน
💰 งบประมาณและรูปแบบ
- 10 พันล้านดอลลาร์ จากธนาคารส่งออก-นำเข้าแห่งสหรัฐฯ (EXIM Bank) — เป็นเงินกู้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 92 ปีของ EXIM
- เกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ จากภาคเอกชน
- บริษัทใหญ่เข้าร่วม เช่น General Motors, Boeing, GE Vernova, Western Digital เป็นต้น
รูปแบบเป็น หุ้นส่วนรัฐ-เอกชน (Public-Private Partnership) ที่บริหารจัดการโดยอิสระ
🔑 จุดประสงค์หลัก
- ป้องกัน “supply shock” จากการขาดแร่หรือราคาพุ่งสูง
- ลดการพึ่งพาจีน ซึ่งปัจจุบันครองการผลิตและกลั่นแร่หายากถึง 70-90%
- สนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV), ชิปคอมพิวเตอร์, พลังงานหมุนเวียน และกลาโหม
- สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจอเมริกัน
🪨 แร่ธาตุที่เก็บ
ครอบคลุมทุกแร่ในรายชื่อ Critical Minerals ของ USGS ปี 2025 (ประมาณ 60 ชนิด) ได้แก่
- แร่หายาก (Rare Earth Elements)
- ลิเธียม (Lithium)
- โคบอลต์ (Cobalt)
- นิกเกิล (Nickel)
- ทองแดง (Copper)
- ยูเรเนียม (Uranium)
- และแร่สำคัญอื่น ๆ อีกมาก
⚖️ ต่างจาก Strategic Petroleum Reserve (SPR) อย่างไร?
รัฐบาลเป็นผู้ควบคุมและสั่งปล่อยเมื่อเกิดวิกฤต
บริษัทเอกชนเป็นเจ้าของสิทธิในแร่ สามารถเบิกใช้ได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่นตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
“วันนี้เรากำลังเปิดตัว Project Vault เพื่อให้ธุรกิจและคนงานอเมริกันไม่ต้องเดือดร้อนจากภาวะขาดแร่เลย
เรามีคลังน้ำมันสำรองมานานแล้ว ตอนนี้เราสร้างคลังสำหรับอุตสาหกรรมอเมริกันยุคใหม่”
— ประธานาธิบดี Donald Trump
• อาจทำให้ราคาแร่บางชนิดผันผวนในระยะสั้น
• ช่วยกระตุ้นให้ supply chain โลกกระจายตัวมากขึ้นในระยะยาว
• เป็นโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รถ EV และเทคโนโลยีของไทยที่ต้องการความมั่นคงด้านวัตถุดิบ
