อำนาจนอกตำแหน่ง
เนวิน ชิดชอบ ตระกูลชิดชอบ และวงจรอำนาจ–ทุน–การตรวจสอบในรัฐไทยร่วมสมัย
บทคัดย่อ
รายงานฉบับนี้ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเนวิน ชิดชอบ และเครือข่ายตระกูลชิดชอบ กับอำนาจรัฐ งบประมาณสาธารณะ ทรัพย์สินของรัฐ และกลไกการตรวจสอบ โดยอาศัยเอกสารสาธารณะ คำวินิจฉัยของศาลและองค์กรอิสระ มติคณะรัฐมนตรี และรายงานข่าวที่ตรวจสอบได้ รายงานจัดลำดับหลักฐานออกเป็นสี่ระดับ เพื่อแยกข้อเท็จจริงที่มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดออกจากคดีที่ยังไม่สิ้นสุดและข้อกล่าวหาทางการเมือง ผลการศึกษาพบว่า แม้เนวินจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งสาธารณะใดและไม่มีคำพิพากษาความผิดทางอาญาที่เกี่ยวกับการทุจริตต่อตัวเขาในช่วงที่ศึกษา แต่ผลประโยชน์ของเครือข่ายตระกูลกลับวางตัวอยู่ในวงจรสามชั้นที่ซ้อนกัน ได้แก่ ฐานทุนท้องถิ่นและที่ดิน ช่องทางเข้าถึงทรัพยากรรัฐผ่านพรรคและเครือญาติ และความสามารถในการมีอิทธิพลต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ รายงานเสนอว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การพิสูจน์ความผิดของปัจเจก หากอยู่ที่กฎหมายไทยไม่มีเครื่องมือกำกับผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้มีอำนาจที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่ง
คำสำคัญ: เนวิน ชิดชอบ, บ้านใหญ่, การเมืองระบบอุปถัมภ์, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ที่ดินเขากระโดง, MotoGP, คดีฮั้วเลือก สว., การยึดกุมกลไกตรวจสอบ
- บทนำ: อำนาจที่ไม่มีตำแหน่ง
- ทบทวนวรรณกรรม
- ระเบียบวิธีวิจัยและการจัดลำดับหลักฐาน
- สถาปัตยกรรมทฤษฎี: วงจรสามชั้น
- ชั้นที่หนึ่ง: ฐานทุนและที่ดิน
- ชั้นที่สอง: ช่องทางสู่ทรัพยากรรัฐ
- ชั้นที่สาม: กลไกตรวจสอบภายใต้แรงกดดัน
- เส้นเวลา พ.ศ. 2471–2569
- ข้อโต้แย้ง ข้อจำกัด และมุมมองอีกด้าน
- บทสรุปและข้อเสนอเชิงสถาบัน
- เชิงอรรถ
- บรรณานุกรม
- ภาคผนวก
1. บทนำ: อำนาจที่ไม่มีตำแหน่ง
ในระบบการเมืองที่ออกแบบความรับผิดชอบไว้กับ "ตำแหน่ง" ผู้ที่อันตรายที่สุดต่อหลักธรรมาภิบาลอาจไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่ง หากเป็นผู้ที่มีอำนาจโดยไม่ต้องดำรงตำแหน่งใดเลย รัฐธรรมนูญ กฎหมายป้องกันการทุจริต และระบบการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ล้วนถูกออกแบบมาให้จับจ้องรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา และข้าราชการ แต่แทบไม่มีเครื่องมือใดที่ส่องไปถึงบุคคลซึ่งอยู่หลังฉาก ตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ให้พรรครัฐบาล และมีเครือญาติกระจายอยู่ในคณะรัฐมนตรี ขณะที่ธุรกิจของตนเองรับประโยชน์จากการตัดสินใจของรัฐโดยตรง
เนวิน ชิดชอบ เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดของปรากฏการณ์นี้ในการเมืองไทยร่วมสมัย ในทางทางการ เขาเป็นเพียงประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในทางปฏิบัติ สื่อทั้งในและต่างประเทศเรียกเขาว่า "ผู้สร้างกษัตริย์" (kingmaker) ของพรรคภูมิใจไทย และนักรัฐศาสตร์อย่างฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อธิบายฐานอำนาจของเขาด้วยแนวคิดเครือข่ายอุปถัมภ์11 เมื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ผู้นำพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 และกลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัยหลังการเลือกตั้ง 256933 คำถามว่าผลประโยชน์ของเครือข่ายชิดชอบเชื่อมโยงกับอำนาจรัฐอย่างไรจึงไม่ใช่คำถามเชิงประวัติศาสตร์อีกต่อไป หากเป็นคำถามเชิงธรรมาภิบาลที่เร่งด่วนที่สุดข้อหนึ่งของประเทศ
รายงานนี้ไม่ได้ตั้งต้นจากสมมติฐานว่าเนวินกระทำผิด ตรงกันข้าม รายงานยอมรับตั้งแต่ต้นว่าในช่วงเวลาที่ศึกษา เนวินได้รับการยกฟ้องในคดีทุจริตสำคัญ และองค์กรอิสระมีมติไม่ส่งฟ้องเขาในคดีล่าสุด สิ่งที่รายงานต้องการตอบคือคำถามเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่านั้น กล่าวคือ เมื่อตัดคำถามเรื่องความผิดของปัจเจกออกไป เหลืออะไรอยู่บ้างในความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายนี้กับรัฐ และความสัมพันธ์นั้นบอกอะไรเกี่ยวกับช่องโหว่ของสถาบันไทย
2. ทบทวนวรรณกรรม
วรรณกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนี้แบ่งได้เป็นสามสาย สายแรกคือการศึกษาระบบอุปถัมภ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีจุดตั้งต้นสำคัญที่งานของ James C. Scott (1972) ที่อธิบายความสัมพันธ์ผู้อุปถัมภ์และผู้รับอุปถัมภ์ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่เท่าเทียมแต่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ และชี้ว่าเมื่อระบบเลือกตั้งเข้ามา ความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ได้หายไป หากแปลงร่างเป็นเครื่องจักรระดมคะแนนเสียง กรอบนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมความนิยมในบุรีรัมย์จึงอยู่ร่วมกับข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ได้โดยไม่ขัดแย้งกันในสายตาผู้เลือกตั้งจำนวนมาก
สายที่สองคือการศึกษา "ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น" และเศรษฐกิจการเมืองระดับจังหวัดของไทย งานรวมเล่มของ Ruth McVey (2000) เรื่อง Money and Power in Provincial Thailand และบทของ James Ockey (2000) ในเล่มเดียวกัน วางกรอบว่าการกระจายอำนาจทางการเมืองหลังทศวรรษ 2520 เปิดทางให้ทุนท้องถิ่น ซึ่งหลายกรณีเติบโตจากสัมปทาน งานก่อสร้าง และธุรกิจกึ่งถูกกฎหมาย เข้ามาเป็นผู้เล่นในระดับชาติ Benedict Anderson (1990) เคยตั้งข้อสังเกตตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2530 ว่าการเลือกตั้งทำให้ตำแหน่ง ส.ส. กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสำหรับนักธุรกิจท้องถิ่น ส่วน Daniel Arghiros (2001) แสดงให้เห็นในระดับจุลภาคว่าการกระจายอำนาจไม่ได้ลดบทบาทของนักธุรกิจการเมืองท้องถิ่น แต่กลับขยายช่องทางให้พวกเขา ในเชิงเปรียบเทียบ John Sidel (1999) เสนอแนวคิด "ระบอบเจ้าพ่อ" (bossism) จากกรณีฟิลิปปินส์ ซึ่งเน้นว่าอำนาจของเจ้าพ่อไม่ได้มาจากความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้เลือกตั้งเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการควบคุมทรัพยากรของรัฐในพื้นที่
งานที่สำคัญที่สุดสำหรับกรณีนี้คือการศึกษาของประจักษ์ ก้องกีรติ (Prajak Kongkirati, 2016) ว่าด้วยวิวัฒนาการของตระกูลการเมืองในต่างจังหวัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตระกูลการเมืองไทยปรับตัวจากการพึ่งพาความรุนแรงและเงินสด ไปสู่การสร้างเครื่องจักรพรรคและการสืบทอดอำนาจทางสายเลือด ประวัติการก่อตัวของตระกูลชิดชอบจากธุรกิจโรงโม่หินที่สื่อต่างประเทศนำมาเล่าต่อ ก็อ้างอิงจากงานของประจักษ์เป็นหลัก1
สายที่สามคือวรรณกรรมว่าด้วยค่าเช่าทางเศรษฐกิจและการยึดกุมกลไกกำกับ งานของ Khan และ Jomo (2000) เสนอว่าการแสวงหาค่าเช่า (rent-seeking) ไม่ได้เลวร้ายเสมอไปในทางเศรษฐกิจ แต่จะกลายเป็นปัญหาเมื่อกลไกที่ควรกำกับการจัดสรรค่าเช่าถูกครอบงำ ขณะที่ Stigler (1971) และ Dal Bó (2006) อธิบายการยึดกุมหน่วยงานกำกับ (regulatory capture) ว่าเกิดขึ้นเมื่อผู้ถูกกำกับมีอิทธิพลเหนือผู้กำกับ สำหรับบริบทไทยโดยตรง ผาสุก พงษ์ไพจิตร และสังศิต พิริยะรังสรรค์ (Pasuk & Sungsidh, 1994) วางรากฐานการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคอร์รัปชันกับประชาธิปไตยไทย ในระดับมหภาค แนวคิด "เผด็จการแบบแข่งขัน" ของ Levitsky และ Way (2010) ช่วยอธิบายว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจริงอาจอยู่ร่วมกับสนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมได้ เมื่อฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐสามารถใช้กลไกรัฐเพื่อประโยชน์ของตน
ช่องว่างที่รายงานนี้พยายามเติมคือ วรรณกรรมเดิมส่วนใหญ่ศึกษาผู้มีอิทธิพลในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ระดมคะแนนเสียง แต่ยังมีงานน้อยที่ศึกษาผู้มีอิทธิพลที่ถูกตัดสิทธิ์หรือเลือกอยู่นอกตำแหน่ง แล้วยังคงขยายผลประโยชน์ทางธุรกิจในขณะที่เครือข่ายของตนกุมอำนาจบริหาร
3. ระเบียบวิธีวิจัยและการจัดลำดับหลักฐาน
รายงานใช้การวิเคราะห์เอกสาร (documentary analysis) จากแหล่งสาธารณะ ได้แก่ คำวินิจฉัยและคำสั่งศาลตามที่ปรากฏในรายงานข่าว แถลงการณ์ขององค์กรอิสระ มติคณะรัฐมนตรี เอกสารชี้แจงของหน่วยงานรัฐ รายงานข่าวจากสื่อกระแสหลักของไทยและต่างประเทศ และงานวิชาการ ข้อมูลทั้งหมดรวบรวมถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์การเมืองที่เป็นที่รับรู้ทั่วไปอย่างกว้างขวาง เช่น การยุบพรรคไทยรักไทยใน พ.ศ. 2550 นำเสนอโดยไม่ได้ใส่เชิงอรรถทุกจุด
เพื่อป้องกันการผสมข้อเท็จจริงเข้ากับข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่พบบ่อยในงานเขียนเชิงวิพากษ์ รายงานจัดลำดับหลักฐานออกเป็นสี่ระดับดังนี้
| ระดับ | ความหมาย | ตัวอย่างในรายงานนี้ |
|---|---|---|
| A | คำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุด หรือมติทางการที่มีผลบังคับแล้ว | ศาลรัฐธรรมนูญให้ศักดิ์สยามพ้นตำแหน่ง; มติ ครม. งบ MotoGP; มติ กกต. 14 ก.ย. 2569 |
| B | มติของหน่วยงานรัฐหรือองค์กรอิสระที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการศาล หรือคดีที่ยังไม่สิ้นสุด | มติ ป.ป.ช. เรื่องโฉนดเขากระโดง; คดีปกครอง 395/2568 |
| C | ข้อกล่าวหาของนักการเมือง ฝ่ายค้าน หรือบุคคลสาธารณะ ซึ่งยังไม่มีการพิสูจน์ | ข้อกล่าวหาของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เรื่องการบุกรุกที่ดิน |
| D | การวิเคราะห์และการตีความของสื่อหรือนักวิชาการ | การเรียกเนวินว่า "kingmaker"; การวิเคราะห์เรื่องเครือข่ายอุปถัมภ์ |
ข้อจำกัดสำคัญคือ รายงานไม่ได้เข้าถึงเอกสารต้นฉบับของศาลหรือฐานข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลโดยตรง ข้อมูลคำวินิจฉัยหลายรายการจึงอ้างผ่านรายงานข่าว ซึ่งผู้ที่จะนำไปใช้ต่อในทางวิชาการหรือทางกฎหมายควรตรวจสอบกับต้นฉบับอีกชั้นหนึ่ง
4. สถาปัตยกรรมทฤษฎี: วงจรสามชั้น
จากวรรณกรรมข้างต้น รายงานเสนอแบบจำลองเชิงวิเคราะห์ที่เรียกว่า "วงจรอำนาจ–ทุน–การตรวจสอบ" แบบจำลองนี้ไม่ได้ตั้งสมมติฐานว่ามีผู้วางแผนอยู่เบื้องหลังทุกสิ่ง หากเสนอว่าเมื่อองค์ประกอบสามชั้นมาบรรจบกันในเครือข่ายเดียว ผลลัพธ์เชิงโครงสร้างจะเอื้อประโยชน์ต่อเครือข่ายนั้นอย่างเป็นระบบ แม้ไม่มีการกระทำผิดกฎหมายที่พิสูจน์ได้ในแต่ละจุด
ทรัพย์สินทางเศรษฐกิจที่สะสมจากธุรกิจท้องถิ่น ได้แก่ โรงโม่หิน งานรับเหมา และการถือครองที่ดิน ซึ่งต่อมาแปลงเป็นทุนอุตสาหกรรมการกีฬาและการท่องเที่ยว ชั้นนี้คือสิ่งที่ "ได้ประโยชน์" จากการตัดสินใจของรัฐ
การเข้าถึงอำนาจตัดสินใจผ่านพรรคการเมืองและเครือญาติที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงที่ควบคุมงบประมาณและที่ดิน ชั้นนี้คือ "ท่อ" ที่ส่งทรัพยากรรัฐ
ความสามารถทางตรงหรือทางอ้อมในการมีอิทธิพลต่อหน่วยงานที่ควรตรวจสอบสองชั้นแรก เช่น กรมที่ดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และวุฒิสภาซึ่งมีบทบาทให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ชั้นนี้คือ "เกราะ" ที่ปกป้องชั้นแรกและชั้นที่สอง
คุณค่าของแบบจำลองนี้อยู่ที่การเปลี่ยนคำถาม จากเดิมที่ถามว่า "เนวินทำผิดหรือไม่" ซึ่งเป็นคำถามที่ศาลและองค์กรอิสระตอบไปแล้วในหลายกรณี มาเป็นคำถามว่า "เมื่อเจ้าของทุน ผู้คุมท่อ และผู้มีอิทธิพลต่อเกราะ อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ระบบยังสามารถตรวจสอบตัวเองได้หรือไม่" ส่วนที่ 5 ถึง 7 จะนำหลักฐานมาวางลงในแต่ละชั้น
5. ชั้นที่หนึ่ง: ฐานทุนและที่ดิน
5.1 จากควาญช้างสู่โรงโม่หิน
รากเหง้าของอำนาจตระกูลชิดชอบเริ่มที่รุ่นบิดา ชัย ชิดชอบ เกิดที่จังหวัดสุรินทร์ใน พ.ศ. 2471 ในครอบครัวควาญช้าง ก่อนย้ายมาบุรีรัมย์และก่อตั้งธุรกิจโรงโม่หินกรวด ซึ่งเป็นธุรกิจที่ตระกูลทรงอำนาจในบุรีรัมย์ล้วนมีพื้นเพร่วมกัน1 ธุรกิจโรงโม่หินมีความสำคัญเชิงโครงสร้างเพราะผูกติดกับงานก่อสร้างของรัฐโดยธรรมชาติ ทั้งถนน เขื่อน และอาคารราชการ ผู้ที่ควบคุมวัตถุดิบในพื้นที่จึงมีแรงจูงใจที่จะเข้าไปมีส่วนในการตัดสินใจว่างบก่อสร้างจะไหลไปที่ใด ชัย ชิดชอบ ต่อมาเป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและขึ้นเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร4 สัญลักษณ์ของความต่อเนื่องนี้ยังเห็นได้ในพิธีปะกำช้าง พิธีประจำตระกูลที่สืบทอดมายาวนาน ซึ่งใน พ.ศ. 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทินเดินทางไปร่วมพร้อมคนในตระกูลชิดชอบ37
เนวินเข้าสู่การเมืองระดับชาติใน พ.ศ. 2529 เมื่ออายุเพียง 28 ปี โดยได้รับเลือกเป็น ส.ส.บุรีรัมย์ สังกัดพรรคสหประชาธิปไตย2 จากนั้นเขาเป็นรัฐมนตรีหลายสมัย รวมถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลบรรหาร และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลทักษิณช่วง พ.ศ. 2545–25484
5.2 อาณาจักรกีฬา: การแปลงทุนท้องถิ่นเป็นทุนระดับชาติ
หลังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีจากการยุบพรรคไทยรักไทยใน พ.ศ. 2550 เนวินหันมาสร้างฐานทุนใหม่ในบุรีรัมย์ เขาเข้าเทคโอเวอร์สโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA FC) ในเดือนธันวาคม 2552 แล้วย้ายมาบุรีรัมย์8 ภายในไม่กี่ปี อาณาจักรนี้ขยายเป็นสนามฟุตบอลมาตรฐานฟีฟ่าขนาด 32,000 ที่นั่ง สนามแข่งรถช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตขนาด 50,000 ที่นั่ง โรงแรมธีมฟุตบอล และห้างบุรีรัมย์คาสเซิลมูลค่า 370 ล้านบาท9
ข้อเท็จจริงที่ต้องบันทึกอย่างเป็นธรรมคือ อาณาจักรนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจให้จังหวัดที่เคยยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เนวินเองระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวในบุรีรัมย์เพิ่มจากราว 6 แสนคนเป็น 2.5 ล้านคนต่อปี9 แต่รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศในปี 2560 ก็ตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า ผู้ได้ประโยชน์รายใหญ่ที่สุดจากความรุ่งเรืองนี้น่าจะเป็นเนวินเอง และอ้างนักรัฐศาสตร์ท้องถิ่นว่าไม่มีใครในบุรีรัมย์มีอิทธิพลมากกว่าเขา10 ประเด็นเชิงโครงสร้างที่สำคัญคือ เมื่อทุนชั้นนี้กลายเป็นผู้รับประโยชน์จากงบประมาณรัฐ ดังจะเห็นในส่วนที่ 6 เส้นแบ่งระหว่าง "การพัฒนาจังหวัด" กับ "ผลประโยชน์ของเครือข่าย" จะเลือนลางลงทันที
5.3 ที่ดินเขากระโดง: เมื่อศาลชี้แล้วแต่ที่ดินยังไม่กลับคืน A B C
กรณีเขากระโดงเป็นกรณีที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างชั้นที่หนึ่งกับชั้นที่สามได้ชัดที่สุด ที่ดินบริเวณนี้มีข้อพิพาทยืดเยื้อระหว่างรัฐกับเอกชนมาหลายทศวรรษ โดยตระกูลเจียรพันธุ์และตระกูลชิดชอบถือครองรวมกว่า 600 ไร่ เริ่มจากสิทธิอาศัยแล้วกลายเป็นโฉนด21
ในทางกฎหมาย สถานะของที่ดินได้รับการวินิจฉัยแล้ว ศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 วินิจฉัยว่าที่ดินเขากระโดงเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2464 ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ภาค 322 ปัญหาเกิดขึ้นในขั้นการบังคับใช้ กรมที่ดินชี้แจงว่าได้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ตามคำพิพากษาไปแล้วบางส่วนตั้งแต่ปี 2560 รวมถึงยกเลิกคำขอออกโฉนดของราษฎร 35 ราย และตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่ดินกว่า 900 แปลง แต่คณะกรรมการชุดนั้นเห็นว่าไม่สมควรเพิกถอนโฉนด อธิบดีกรมที่ดินขณะนั้นจึงสั่งยุติเรื่อง23
ข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้างที่ต้องวางไว้คู่กันคือ กรมที่ดินเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในช่วงที่มีคำสั่งยุติเรื่องในเดือนตุลาคม 2567 อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย นักการเมืองฝ่ายค้านในขณะนั้นตั้งข้อสังเกตด้วยว่ามีรัฐมนตรีบางคนมีทะเบียนบ้านอยู่ในที่ดินบริเวณเขากระโดง และเตือนข้าราชการไม่ให้เกรงใจฝ่ายการเมือง27 ข้อสังเกตนี้เป็นข้อกล่าวหาระดับ C ที่ยังไม่มีการพิสูจน์ แต่ชี้ให้เห็นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน วัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ตั้งคำถามเชิงหลักการว่า หน่วยงานฝ่ายบริหารมีอำนาจเหนือตุลาการในการประเมินข้อเท็จจริงใหม่จนได้ข้อสรุปที่ต่างจากคำพิพากษาหรือไม่22
การเปลี่ยนรัฐมนตรีทำให้เห็นผลต่างอย่างชัดเจน เมื่อกระทรวงมหาดไทยอยู่ภายใต้รัฐมนตรีจากพรรคอื่นในช่วงกลางปี 2568 ภูมิธรรม เวชยชัย และเดชอิศม์ ขาวทอง แถลงเมื่อ 1 สิงหาคม 2568 ว่าจะเดินหน้าเพิกถอนตามคำพิพากษา และเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันถัดมา25 ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้ฟ้องกรมที่ดินต่อศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 395/2568 ครอบคลุมพื้นที่ 5,083 ไร่ ซึ่งศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องบางข้อหาเนื่องจากเห็นว่าเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีที่ถึงที่สุดแล้ว24 ต่อมา ป.ป.ช. มีมติว่าการออกโฉนดในที่ดินการรถไฟฯ บริเวณแยกเขากระโดงเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการรถไฟฯ ยื่นฟ้องเพิกถอนโฉนดแปลงเลขที่ 3466 และ 8564 ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 256826
ล่าสุดในปี 2569 เนวินยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและแจ้งความเท็จ ฝ่ายผู้ถูกฟ้องประกาศว่าจะใช้กระบวนการศาลขอให้เรียกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทุกแปลงและทะเบียนบริษัทของเนวินและครอบครัว เพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาเรื่องการบุกรุกที่ดินการรถไฟฯ การปิดถนน และการถมคลองสาธารณะ28 ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังอยู่ในระดับ C และเป็นประเด็นที่ศาลจะต้องพิจารณา รายงานนี้จึงบันทึกไว้เพียงในฐานะประเด็นที่ต้องติดตาม
6. ชั้นที่สอง: ช่องทางสู่ทรัพยากรรัฐ
6.1 เครือญาติในกระทรวงที่ควบคุมงบประมาณ
รูปแบบที่ปรากฏซ้ำตลอดสองทศวรรษคือการที่คนในตระกูลชิดชอบเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมทรัพยากรรัฐ แม้ในช่วงที่เนวินถูกตัดสิทธิ์ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายของเขา ได้เป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีมหาดไทยใน พ.ศ. 2548 ซึ่งสื่อรายงานว่าเป็นเพราะเนวินเป็นคนสนิทของทักษิณ ชินวัตร ในเวลานั้น5 และเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551 ศักดิ์สยามซึ่งเองก็เป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะทำงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย6
ปลายปี 2551 กลุ่มการเมืองที่สื่อเรียกว่า "กลุ่มเพื่อนเนวิน" แยกตัวจากขั้วพรรคพลังประชาชนไปสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกลายเป็นแกนของพรรคภูมิใจไทยในเวลาต่อมา จังหวะนี้แสดงคุณลักษณะสำคัญของเครือข่ายเนวิน คือความสามารถในการเปลี่ยนขั้วเพื่อรักษาการเข้าถึงอำนาจรัฐ บทความของหนังสือพิมพ์ The Nation สรุปลักษณะนี้ไว้ว่าในการเมืองไม่มีมิตรหรือศัตรูถาวร มีแต่ผลประโยชน์ถาวร9
ในช่วงปัจจุบัน การเข้าถึงนี้ขยายวงกว้างขึ้น งานทำบุญวันเกิดของเนวินในปี 2567 มีอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ น้องชายของเนวิน ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วม36 ในปี 2569 ผู้ร่วมงานมีไชยชนก ชิดชอบ บุตรชายของเนวิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม35 สื่อต่างประเทศรายงานว่าไชยชนกยอมรับอิทธิพลของบิดา แต่ปฏิเสธว่าการตัดสินใจทั้งหมดไม่ได้มาจากเนวิน11 ตลอดช่วงเวลานี้ ตระกูลชิดชอบไม่เคยเสียที่นั่งในสภาเลยตั้งแต่ พ.ศ. 255411
6.2 หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น: ธุรกิจรับเหมากับรัฐมนตรีคมนาคม A
กรณีนี้เป็นจุดเชื่อมระหว่างธุรกิจตระกูลกับอำนาจรัฐที่มีคำวินิจฉัยของศาลชัดเจนที่สุด ส.ส. 54 คนยื่นคำร้องว่าศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของที่แท้จริงของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 254318 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้ศักดิ์สยามหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 256618 และต่อมามีมติเสียงข้างมากให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงในคำวินิจฉัยวันที่ 17 มกราคม 256719 นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ถูกยื่นต่อเนื่องเกี่ยวกับการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในเรื่องการถือครองหุ้นดังกล่าว20
ความสำคัญเชิงวิเคราะห์ของกรณีนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าศักดิ์สยามคือเนวิน ทั้งสองเป็นบุคคลคนละคนและต้องรับผิดชอบเฉพาะตัว แต่อยู่ที่ว่ากรณีนี้เป็นหลักฐานระดับ A เพียงกรณีเดียวที่แสดงให้เห็นว่ารูปแบบ "คนในตระกูลถือทั้งอำนาจกระทรวงที่มีงบโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ไปพร้อมกัน" เกิดขึ้นจริงจนศาลต้องวินิจฉัย ซึ่งสอดคล้องกับฐานทุนดั้งเดิมของตระกูลที่เริ่มจากโรงโม่หินและงานก่อสร้าง
6.3 MotoGP: งบประมาณรัฐกับสนามของเครือข่าย A C
หากกรณีบุรีเจริญเป็นตัวอย่างของอดีต กรณี MotoGP คือตัวอย่างของปัจจุบันที่ยังเดินอยู่ ประเทศไทยจัดการแข่งขัน MotoGP ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตมาตั้งแต่ พ.ศ. 2561 รวมเจ็ดครั้ง โดยฝ่ายรัฐบาลระบุว่าปีล่าสุดมีผู้ชมกว่า 2.2 แสนคนและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5 พันล้านบาท13 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 คณะรัฐมนตรีภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน มีมติให้ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพต่ออีกห้าปี (2570–2574) ในกรอบวงเงิน 3,997.86 ล้านบาท12 สนามที่ใช้จัดเป็นของบริษัทบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งตามรายงานข่าวมีที่ตั้งร่วมกับบริษัทในเครืออื่นๆ ที่บ้านพักของเนวิน16 และในการแข่งขันเดือนมีนาคม 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทินเป็นประธานเปิดงานโดยมีเนวินร่วมพบปะ17
ข้อเท็จจริงระดับ A ในกรณีนี้คือมติ ครม. และวงเงิน ส่วนการตีความว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนยังเป็นข้อกล่าวหาระดับ C ฝ่ายค้านหลายพรรคตั้งคำถามว่างบประมาณถูกใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าประโยชน์สาธารณะ15 และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ วิจารณ์ว่าเป็นการใช้เงินรัฐโดยไม่ได้ลงทุนเอง16 สื่อธุรกิจเองก็บันทึกว่าสัญญาฉบับนี้ถูกตั้งคำถามหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความคุ้มค่า14 ฝ่ายนายกรัฐมนตรีตอบโต้ว่าให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นผู้ชี้แจงเรื่องค่าลิขสิทธิ์ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเนวิน และระบุว่าสนามขาดทุนทุกปี14
จากมุมมองของแบบจำลองสามชั้น ประเด็นนี้ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่ามีการทุจริตจึงจะเป็นปัญหา ตราบใดที่ผู้ตัดสินใจจัดสรรงบประมาณกับเจ้าของสนามผู้รับประโยชน์อยู่ในเครือข่ายการเมืองเดียวกัน หลักธรรมาภิบาลสากลกำหนดให้ต้องมีกลไกเปิดเผยข้อมูล การประเมินความคุ้มค่าอิสระ และการถอนตัวจากการตัดสินใจ แต่กฎหมายไทยว่าด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนครอบคลุมเพียงผู้ดำรงตำแหน่งและคู่สมรสหรือบุตร ไม่ครอบคลุมพันธมิตรทางการเมืองที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่ง ช่องว่างนี้คือหัวใจของปัญหา
7. ชั้นที่สาม: กลไกตรวจสอบภายใต้แรงกดดัน
7.1 คดีฮั้วเลือก สว. 2567 A D
วุฒิสภามีความสำคัญเชิงโครงสร้างเพราะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคือผู้ตรวจสอบสองชั้นแรกโดยตรง การเลือก สว. ใน พ.ศ. 2567 ทำให้ สว. จากจังหวัดบุรีรัมย์ได้ที่นั่งถึง 14 คน กระจายใน 11 จาก 20 กลุ่มอาชีพ และมงคล สุระสัจจะ จากบุรีรัมย์ ได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภาด้วยคะแนน 159 เสียง29
กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเรื่องสอบสวนข้อกล่าวหาการฮั้วเลือก สว. และร่วมทำงานกับ กกต. คดีเดินทางมาถึงจุดชี้ขาดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ก่อนการลงมติ ความเห็นภายใน กกต. แตกต่างกันอย่างชัดเจน คณะไต่สวนชุดที่ 26 เห็นว่าคดีมีมูลและเสนอให้ดำเนินคดีครบทั้ง 229 ราย แต่คณะชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องทั้งหมด30 ผลสุดท้าย กกต. มีมติส่งฟ้องศาลฎีกา 77 ราย ประกอบด้วย สว. ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน ส่วนรัฐมนตรีและ สส. ที่ถูกกล่าวหา 20 คน กกต. มีมติไม่ส่งฟ้อง31 ประธาน กกต. ชี้แจงว่าเสียงข้างมากไม่ส่งฟ้องเนวินและนักการเมืองพรรคเพราะพยานหลักฐานในสำนวนไม่เพียงพอ32
ข้อสรุปทางกฎหมายจึงชัดเจน เนวินไม่ได้ถูกกล่าวหาต่อศาลในคดีนี้ แต่ในเชิงสถาบัน คำถามยังเปิดอยู่ ในช่วงก่อนการลงมติ กรมสอบสวนคดีพิเศษเผชิญความปั่นป่วนภายในจากการโยกย้ายผู้บริหารภายใต้รัฐบาลอนุทิน33 และหลังมติออกมา กลุ่ม สว. สำรองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ขอให้ไต่สวนกระบวนการเลือกทั้งหมด สื่อธุรกิจประเมินว่ามติดังกล่าวกลายเป็นเชื้อไฟของวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระ34 การประเมินเหล่านี้อยู่ในระดับ D แต่ชี้ให้เห็นว่าชั้นที่สามของแบบจำลองไม่ใช่เพียงสมมติฐานเชิงทฤษฎี
7.2 รูปแบบร่วมของชั้นที่สาม
เมื่อวางกรณีเขากระโดงและคดีฮั้ว สว. ไว้เคียงกัน จะเห็นรูปแบบร่วมที่น่าสังเกต ในทั้งสองกรณี หลักฐานหรือคำพิพากษาในชั้นต้นชี้ไปทางหนึ่ง แต่เมื่อเรื่องผ่านหน่วยงานฝ่ายบริหารหรือองค์กรอิสระ ผลกลับจบลงที่ "ยุติเรื่อง" หรือ "หลักฐานไม่เพียงพอ" สำหรับฝ่ายการเมือง รูปแบบนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีการแทรกแซง เพราะการตัดสินที่แตกต่างกันอาจเกิดจากมาตรฐานการรับฟังพยานหลักฐานที่ต่างกันจริง แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้คือ ระบบปัจจุบันไม่มีกลไกที่ทำให้สาธารณชนมั่นใจได้ว่าผลลัพธ์นี้เกิดขึ้นโดยปราศจากอิทธิพล เมื่อหน่วยงานผู้ตัดสินอยู่ใต้การกำกับของพรรคที่เป็นคู่กรณีโดยอ้อม ภาระการพิสูจน์ความเป็นอิสระควรตกอยู่กับสถาบัน ไม่ใช่กับประชาชนผู้ตั้งคำถาม
8. เส้นเวลา พ.ศ. 2471–2569
9. ข้อโต้แย้ง ข้อจำกัด และมุมมองอีกด้าน
งานวิเคราะห์ที่ซื่อตรงต้องนำเสนอข้อโต้แย้งที่แข็งแรงที่สุดของอีกฝ่าย ข้อโต้แย้งแรกคือ ไม่มีคำพิพากษาความผิดฐานทุจริตต่อตัวเนวินในช่วงที่ศึกษา เขาได้รับการยกฟ้องในคดีกล้ายาง และ กกต. มีมติไม่ส่งฟ้องในคดีฮั้ว สว. หลักนิติรัฐกำหนดให้เคารพผลนี้ การสรุปความผิดจากโครงสร้างความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียวย่อมเป็นการตัดสินนอกศาล รายงานนี้ยอมรับข้อโต้แย้งนี้อย่างเต็มที่ และจึงจำกัดข้อสรุปไว้ที่ระดับโครงสร้างสถาบัน ไม่ใช่ความผิดของบุคคล
ข้อโต้แย้งที่สองคือ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อบุรีรัมย์เป็นของจริง จังหวัดที่เคยเป็นทางผ่านกลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวหลายล้านคน เกิดการจ้างงานจำนวนมาก และ MotoGP ก็เป็นรายการระดับโลกที่ประเทศอื่นทุ่มงบแข่งกันเป็นเจ้าภาพ ฝ่ายสนับสนุนอาจโต้ว่าถ้าไม่มีทุนของเนวิน ก็จะไม่มีสนามมาตรฐานโลกให้รัฐใช้ตั้งแต่แรก ข้อโต้แย้งนี้มีน้ำหนัก แต่ไม่ได้หักล้างประเด็นของรายงาน เพราะการพัฒนาที่เป็นประโยชน์สาธารณะกับผลประโยชน์ทับซ้อนสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ คำถามจึงไม่ใช่ว่าควรจัด MotoGP หรือไม่ หากเป็นว่ากระบวนการตัดสินใจมีความโปร่งใสและการประเมินความคุ้มค่าอิสระเพียงพอหรือไม่
ข้อโต้แย้งที่สามคือ กรณีเขากระโดงเกี่ยวข้องกับราษฎรจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงตระกูลการเมือง ที่ดินพิพาทครอบคลุมหลายพันไร่และเอกสารสิทธิ์เกือบพันฉบับ ส่วนใหญ่เป็นของประชาชนทั่วไป การเพิกถอนทั้งหมดอาจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ที่ซื้อที่ดินโดยสุจริต ข้อนี้เป็นข้อเท็จจริงที่สำคัญและอธิบายได้บางส่วนว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงลังเล อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาที่เหมาะสมคือการแยกแยะผู้ถือครองโดยสุจริตออกจากผู้มีอิทธิพล ไม่ใช่การยุติเรื่องทั้งหมด
ข้อโต้แย้งที่สี่คือ การวิจารณ์เนวินมีแรงจูงใจทางการเมือง ผู้กล่าวหาหลายรายเป็นคู่แข่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ข้อนี้จริงและเป็นเหตุผลที่รายงานจัดข้อกล่าวหาเหล่านั้นไว้ในระดับ C อย่างไรก็ดี แรงจูงใจของผู้ตั้งคำถามไม่ได้ทำให้คำถามนั้นไม่ชอบธรรม ในระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบโดยฝ่ายค้านคือหน้าที่ ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง
ในด้านข้อจำกัด รายงานพึ่งพารายงานข่าวในการอ้างอิงคำวินิจฉัยหลายรายการ ไม่ได้ตรวจสอบทะเบียนนิติบุคคลหรือเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยตรง และไม่ได้สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง งานในระยะต่อไปควรเติมช่องว่างเหล่านี้
10. บทสรุปและข้อเสนอเชิงสถาบัน
หลักฐานที่รวบรวมได้ไม่ได้ชี้ไปที่การทุจริตเชิงเดี่ยวที่พิสูจน์ได้ หากชี้ไปที่โครงสร้างอำนาจที่ซ้อนกันสามชั้นในเครือข่ายเดียว ชั้นแรกคือทุนท้องถิ่นที่พัฒนาจากโรงโม่หินและที่ดินมาสู่อุตสาหกรรมกีฬาระดับโลก ชั้นที่สองคือการเข้าถึงกระทรวงที่ใช้งบและควบคุมที่ดินผ่านพรรคและเครือญาติ ทั้งคมนาคม มหาดไทย ศึกษาธิการ และดิจิทัลฯ ชั้นที่สามคืออิทธิพลที่อาจมีต่อกลไกตรวจสอบ ทั้งกรมที่ดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ และวุฒิสภา ความแหลมคมของกรณีนี้อยู่ที่ว่าแทบทุกเรื่องจบลงด้วยการที่หน่วยงานฝ่ายบริหารหรือองค์กรอิสระวินิจฉัยว่าหลักฐานไม่พอหรือให้ยุติเรื่อง
คำถามสำหรับสังคมไทยจึงไม่ใช่เพียงว่าเนวินทำผิดหรือไม่ แต่คือ กลไกตรวจสอบของรัฐยังเป็นอิสระพอจะตอบคำถามนั้นได้อย่างน่าเชื่อถือหรือไม่ และเมื่อผู้มีอำนาจมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดเลย กฎหมายของเราพร้อมรับมือหรือไม่ รายงานเสนอทางออกเชิงสถาบันสี่ประการ
ประการแรก ขยายนิยามผลประโยชน์ทับซ้อน ให้ครอบคลุมกรณีที่ผู้ได้รับประโยชน์จากการตัดสินใจของรัฐมีความสัมพันธ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดกับผู้ตัดสินใจ แม้ไม่ใช่คู่สมรสหรือบุตร โดยกำหนดหน้าที่เปิดเผยความสัมพันธ์และถอนตัวจากการพิจารณา
ประการที่สอง จัดตั้งทะเบียนผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (beneficial ownership registry) ที่เปิดให้สาธารณชนตรวจสอบได้ เพื่อปิดช่องการถือหุ้นแทนซึ่งเป็นแก่นของคดีบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น
ประการที่สาม กำหนดให้โครงการที่ใช้งบรัฐในทรัพย์สินของเอกชนผ่านการประเมินความคุ้มค่าอิสระและเปิดเผยสัญญา เช่น สัญญา MotoGP ซึ่งควรเปิดเผยค่าลิขสิทธิ์ ค่าเช่าสนาม และผลตอบแทนที่เจ้าของสนามได้รับ
ประการที่สี่ สร้างกลไกบังคับคดีเมื่อหน่วยงานรัฐไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา กรณีเขากระโดงแสดงให้เห็นว่าคำพิพากษาที่ถึงที่สุดอาจไม่มีผลในทางปฏิบัติได้ หากหน่วยงานผู้บังคับใช้อยู่ใต้การกำกับของฝ่ายที่มีส่วนได้เสีย
ท้ายที่สุด กรณีเนวิน ชิดชอบ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของบุคคลหนึ่งหรือตระกูลหนึ่ง แต่เป็นกระจกที่สะท้อนว่าสถาบันไทยถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบตำแหน่ง ไม่ใช่ตรวจสอบอำนาจ และตราบใดที่ช่องว่างนี้ยังอยู่ อำนาจที่ฉลาดที่สุดจะเลือกอยู่นอกตำแหน่งเสมอ
เชิงอรรถ
- Secret Siam (n.d.). ข้อมูลภูมิหลังของชัย ชิดชอบ และธุรกิจโรงโม่หิน ซึ่งแหล่งนี้ระบุว่าสรุปจากงานศึกษาของประจักษ์ ก้องกีรติ; แหล่งนี้มีจุดยืนวิจารณ์ชัดเจน ควรตรวจกับงานต้นฉบับ (Prajak Kongkirati, 2016). ↩
- ผู้จัดการออนไลน์ (2552). เส้นทางการเมืองของเนวิน การเป็น ส.ส. ครั้งแรกใน พ.ศ. 2529 ↩
- Newin Chidchob (2026). คำพิพากษาศาลจังหวัดบุรีรัมย์ 19 มิถุนายน 2541 ↩
- Le Petit Journal (2014). ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ 2545–2548; ภูมิหลังของชัย ชิดชอบ; การเปิดสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ↩
- กรุงเทพธุรกิจ (ม.ป.ป.-ก). ประวัติทางการเมืองของศักดิ์สยาม ชิดชอบ ↩
- ผู้จัดการออนไลน์ (2551). คำสั่งที่ 51/2551 แต่งตั้งศักดิ์สยามเป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ↩
- ผู้จัดการออนไลน์ (2552-ข). คำฟ้องคดีกล้ายาง จำเลย 44 ราย เนวินเป็นจำเลยที่ 4 ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ ↩
- Newin Chidchob (2026). การยกฟ้องในคดีกล้ายาง พ.ศ. 2552 และการเทคโอเวอร์สโมสร PEA FC ↩
- The Nation (n.d.). รายการธุรกิจในบุรีรัมย์ ตัวเลขนักท่องเที่ยว และการวิเคราะห์เรื่อง "ผลประโยชน์ถาวร" ↩
- Agence France-Presse (2017). การวิเคราะห์ว่าเนวินเป็นผู้ได้ประโยชน์รายใหญ่ และความเห็นของนักรัฐศาสตร์ท้องถิ่น ↩
- Investortrust (2026). บทบาท "kingmaker" ความเห็นของฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ เรื่องเครือข่ายอุปถัมภ์ และการที่ตระกูลชิดชอบไม่เสียที่นั่งตั้งแต่ปี 2554 ↩
- ไทยพีบีเอส (2568, 4 พฤศจิกายน). มติ ครม. และกรอบวงเงิน 3,997.86 ล้านบาท ↩
- ประชาชาติธุรกิจ (2568). สถิติการจัด MotoGP 2561–2568 ตามคำชี้แจงของฝ่ายรัฐบาล ↩
- กรุงเทพธุรกิจ (2568-ก, 2568-ข). คำชี้แจงของนายกรัฐมนตรี และข้อวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและความคุ้มค่า ↩
- ข่าวสด (2568). ข้อสังเกตของฝ่ายค้านเรื่องธรรมาภิบาลงบ MotoGP ↩
- Thairath Online (2026, July 30). ที่ตั้งบริษัทในเครือ และข้อวิจารณ์ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ (ข้อกล่าวหาระดับ C) ↩
- ข่าวหุ้น (2569). พิธีเปิด MotoGP 1 มีนาคม 2569 ↩
- อินโฟเควสท์ (2566); ข่าวหุ้น (2566). คำร้องของ ส.ส. 54 คน และคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ↩
- ข่าวหุ้น (2567). คำวินิจฉัยให้ศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่ง ↩
- เดอะสแตนดาร์ด (ม.ป.ป.). ประเด็นการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ↩
- โพสต์ทูเดย์ (2568). ข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงของสองตระกูล ↩
- ไทยโพสต์ (2569-ก). ความเห็นของวัส ติงสมิตร ต่อคดี 582/2566 และ 395/2568 ↩
- แนวหน้า (2568). คำชี้แจงของอธิบดีกรมที่ดิน ↩
- เดอะสแตนดาร์ด (2568). คำสั่งศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 395/2568 ↩
- กรุงเทพธุรกิจ (2569-ก). ปฏิบัติการของกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม 2568 ↩
- ฐานเศรษฐกิจ (2568). มติ ป.ป.ช. และการฟ้องเพิกถอนโฉนด 2 แปลง ↩
- ไทยรัฐ (2567). หนังสือกรมที่ดิน 21 ตุลาคม 2567 และข้อสังเกตของนักการเมืองฝ่ายค้าน (ข้อกล่าวหาระดับ C) ↩
- กรุงเทพธุรกิจ (2569-ค). คดีหมายเลขดำที่ อ.1459/2569 และข้อกล่าวหาของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ (ระดับ C) ↩
- ไอลอว์ (2569). ข้อมูล สว. จากจังหวัดบุรีรัมย์ 14 คน ↩
- โพสต์ทูเดย์ (2569-ก). ความเห็นต่างของคณะไต่สวนชุดที่ 26 และ 36 ↩
- ไทยโพสต์ (2569-ข). มติ กกต. ส่งฟ้อง 77 ราย ↩
- ไทยรัฐ (2569). คำชี้แจงของประธาน กกต. เรื่องเหตุผลที่ไม่ส่งฟ้อง ↩
- ไทยพีบีเอส (2569). ความปั่นป่วนภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษภายใต้รัฐบาลอนุทิน 2 ↩
- ฐานเศรษฐกิจ (2569). ผลสะเทือนหลังมติ กกต. และคำร้องของกลุ่ม สว. สำรอง ↩
- เดอะสแตนดาร์ด (2569). งานทำบุญวันเกิดเนวินครบ 67 ปี ↩
- ไทยพีบีเอส (2567). งานทำบุญวันเกิดเนวินครบ 66 ปี ↩
- กรุงเทพธุรกิจ (2569-ข). พิธีปะกำช้างของตระกูลชิดชอบ ↩
บรรณานุกรม
แหล่งภาษาไทย
กรุงเทพธุรกิจ. (ม.ป.ป.-ก). [ประวัติทางการเมืองของศักดิ์สยาม ชิดชอบ "ปลัดโอ๋"]. https://www.bangkokbiznews.com/politics/856437
กรุงเทพธุรกิจ. (2568-ก). 'อนุทิน' ป้อง 'เนวิน' ไม่เกี่ยว สัญญา MotoGP แพง โยนถาม ก.ท่องเที่ยว. https://www.bangkokbiznews.com/politics/1208239
กรุงเทพธุรกิจ. (2568-ข). ซิ่งต่อ! 'MotoGP' กับสัญญาใหม่อีก 5 ปี ข่าวดีหรือข่าวร้ายของประเทศไทย?. https://www.bangkokbiznews.com/finance/1207336
กรุงเทพธุรกิจ. (2569-ก). [ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทยทวงคืนที่ดินเขากระโดง]. https://www.bangkokbiznews.com/politics/1192857
กรุงเทพธุรกิจ. (2569-ข). [อนุทินร่วมพิธีปะกำช้างตระกูลชิดชอบ]. https://www.bangkokbiznews.com/politics/1201739
กรุงเทพธุรกิจ. (2569-ค). [พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถูกเนวิน ชิดชอบ ฟ้องหมิ่นประมาท]. https://www.bangkokbiznews.com/politics/1242888
ข่าวสด. (2568). [ข้อสังเกตเรื่องธรรมาภิบาลงบประมาณ MotoGP 2570–2574]. https://www.khaosod.co.th/politics/hot-topics/news_10014189
ข่าวหุ้น. (2566, 3 มีนาคม). เอกฉันท์! ศาลสั่ง "ศักดิ์สยาม" หยุดหน้าที่ รมว.คมนาคม ปมถือหุ้นธุรกิจ. https://www.kaohoon.com/breakingnews/592785
ข่าวหุ้น. (2567). "ศักดิ์สยาม" ไม่รอด! ศาลรธน.มีมติเสียงข้างมากให้พ้นรมต. ปมถือหุ้น "หจก.บุรีเจริญ". https://www.kaohoon.com/tag/ศักดิ์สยาม-ชิดชอบ
ข่าวหุ้น. (2569). [นายกรัฐมนตรีเปิดการแข่งขัน MotoGP ประจำปี 2569]. https://www.kaohoon.com/news/local/816642
ฐานเศรษฐกิจ. (2568, 14 ตุลาคม). [การรถไฟฯ ยื่นฟ้องคดีเขากระโดงแปลง 3466 และ 8564]. https://www.thansettakij.com/politics/641393
ฐานเศรษฐกิจ. (2569). [ผลสะเทือนหลังมติ กกต. คดีฮั้ว สว.]. https://www.thansettakij.com/politics/669248
เดอะสแตนดาร์ด. (ม.ป.ป.). [คดีศักดิ์สยามกับการแสดงบัญชีทรัพย์สินกรณีหุ้นบุรีเจริญ]. https://thestandard.co/saksayam-pacc-constitutional-court-case/
เดอะสแตนดาร์ด. (2568). [ศาลปกครองกลางมีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ 395/2568]. https://thestandard.co/?p=1096053
เดอะสแตนดาร์ด. (2569, 4 ตุลาคม). [เนวิน ชิดชอบ จัดงานทำบุญวันเกิดครบ 67 ปี]. https://thestandard.co/?p=1126367
ไทยพีบีเอส. (2567, 4 ตุลาคม). "เนวิน" ทำบุญวันเกิด 66 ปี นักการเมือง-คนดัง ร่วมแสดงความยินดี เพียบ. https://www.thaipbs.or.th/news/content/344935
ไทยพีบีเอส. (2568, 4 พฤศจิกายน). ครม.เห็นชอบไทยเจ้าภาพจัด "MotoGP" อีก 5 ปี งบเกือบ 4,000 ล้าน. https://www.thaipbs.or.th/news/content/358219
ไทยพีบีเอส. (2569). "คดีฮั้วเลือกตั้งสว." เส้นทางวิบาก "ดีเอสไอ" ใต้ร่มเงาภูมิใจไทย. https://www.thaipbs.or.th/news/content/557568
ไทยโพสต์. (2569-ก, 14 มิถุนายน). [วัส ติงสมิตร: คดีที่ดินเขากระโดง เมื่อศาลสั่งให้สอบสวน แต่ผลกลับจบที่ "ยุติเรื่อง"]. https://www.thaipost.net/x-cite-news/1013694/
ไทยโพสต์. (2569-ข, 14 กันยายน). กกต. ฟัน 77 ราย "คดีฮั้ว สว." ส่งศาลฎีกา 26 สว. ภูมิใจไทยรอด. https://www.thaipost.net/hi-light/1069136/
ไทยรัฐ. (2567). [กรมที่ดินแจ้งยังไม่สมควรเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินเขากระโดง]. https://www.thairath.co.th/news/politic/2825797
ไทยรัฐ. (2569, 14 กันยายน). [ประธาน กกต. เปิดเหตุผลไม่ส่งฟ้องเนวินและพรรคการเมืองในคดีฮั้ว สว.]. https://www.thairath.co.th/news/politic/2959572
แนวหน้า. (2568). [อธิบดีกรมที่ดินชี้แจงการปฏิบัติตามคำพิพากษาคดีเขากระโดง]. https://www.naewna.com/politic/914948
ประชาชาติธุรกิจ. (2568). [ฝ่ายรัฐบาลชี้แจงความคุ้มค่าการจัด MotoGP]. https://www.prachachat.net/hilight-prachachat/news-1917181
ผู้จัดการออนไลน์. (2551). [ตั้งศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย]. https://mgronline.com/politics/detail/9510000052569
ผู้จัดการออนไลน์. (2552-ก). [เส้นทางการเมืองของเนวิน ชิดชอบ]. https://mgronline.com/daily/detail/9520000066147
ผู้จัดการออนไลน์. (2552-ข). [คดีทุจริตจัดซื้อกล้ายางพารา 1,440 ล้านบาท]. https://mgronline.com/crime/detail/9520000161587
โพสต์ทูเดย์. (2568, 7 สิงหาคม). ต้นตอพิพาทที่เขากระโดง เชื่อมโยง 2 ตระกูล "เจียรพันธุ์-ชิดชอบ". https://www.posttoday.com/politics/domestic/728395
โพสต์ทูเดย์. (2569-ก, 14 กันยายน). จับตา กกต.ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. 229 รายส่งศาลฎีกาหรือยกคำร้อง. https://www.posttoday.com/politics/748640
โพสต์ทูเดย์. (2569-ข, 14 กันยายน). มติกกต.ส่งศาลฎีกาคดีฮั้วเลือกสว. 77 ราย ไม่พบโยงภูมิใจไทย. https://www.posttoday.com/politics/748673
อินโฟเควสท์. (2566). ศาล รธน.ฟัน "ศักดิ์สยาม" หยุดปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม หลังรับวินิจฉัยปมถือหุ้น "บุรีเจริญฯ". https://www.infoquest.co.th/2023/280936
ไอลอว์. (2569). [14 สว. บุรีรัมย์ ในสำนวนคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนกลางชุดที่ 26]. https://www.ilaw.or.th/articles/59203
แหล่งภาษาอังกฤษและภาษาอื่น
Agence France-Presse. (2017, June). Backwater boomtown: Rural Thai city emerges as sporting Camelot. Capital FM. https://www.capitalfm.co.ke/news/2017/06/backwater-boomtown-rural-thai-city-emerges-sporting-camelot/
Anderson, B. (1990). Murder and progress in modern Siam. New Left Review, 181, 33–48.
Arghiros, D. (2001). Democracy, development and decentralization in provincial Thailand. Curzon.
Dal Bó, E. (2006). Regulatory capture: A review. Oxford Review of Economic Policy, 22(2), 203–225.
Investortrust. (2026). Unik! Kisah Buriram United dibalik kemenangan Anutin Charnvirakul di pemilu Thailand. https://investortrust.id/lifestyle/94549/unik-kisah-buriram-united-dibalik-kemenangan-anutin-charnvirakul-di-pemilu-thailand
Khan, M. H., & Jomo, K. S. (Eds.). (2000). Rents, rent-seeking and economic development: Theory and evidence in Asia. Cambridge University Press.
Le Petit Journal. (2014). [Le premier circuit F1/MotoGP de Thaïlande à Buriram]. https://lepetitjournal.com/bangkok/thailande-premier-circuit-f1-motogp-62097
Levitsky, S., & Way, L. A. (2010). Competitive authoritarianism: Hybrid regimes after the Cold War. Cambridge University Press.
McVey, R. (Ed.). (2000). Money and power in provincial Thailand. NIAS Publishing.
Newin Chidchob. (2026). In Wikipedia. Retrieved October 5, 2026, from https://en.wikipedia.org/wiki/Newin_Chidchob
Ockey, J. (2000). The rise of local power in Thailand: Provincial crime, elections and the bureaucracy. In R. McVey (Ed.), Money and power in provincial Thailand. NIAS Publishing.
Pasuk Phongpaichit, & Sungsidh Piriyarangsan. (1994). Corruption and democracy in Thailand. Silkworm Books.
Prajak Kongkirati. (2016). Evolving power of provincial political families in Thailand: Dynastic power, party machine and ideological politics. South East Asia Research, 24(3), 386–406.
Scott, J. C. (1972). Patron-client politics and political change in Southeast Asia. American Political Science Review, 66(1), 91–113.
Secret Siam. (n.d.). Mafia bosses, black magic and marijuana. https://secretsiam.news/p/mafia-bosses-black-magic-and-marijuana
Sidel, J. T. (1999). Capital, coercion, and crime: Bossism in the Philippines. Stanford University Press.
Stigler, G. J. (1971). The theory of economic regulation. Bell Journal of Economics and Management Science, 2(1), 3–21.
Thairath Online. (2026, July 30). Seripisut storms Buriram, opens first site at Baan Newin to investigate Khao Kradong land ahead of court appearance tomorrow. https://en.thairath.co.th/news/politic/2949522
The Nation. (n.d.). Will Newin turn back time to become 'kingmaker' for Prayut. Republished by ASEAN Now. https://aseannow.com/topic/1037334
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก: เมทริกซ์หลักฐานตามแบบจำลองสามชั้น
| ประเด็น | ชั้น | ระดับหลักฐาน | สถานะ ณ 5 ต.ค. 2569 | เกี่ยวข้องกับเนวินโดยตรงหรือไม่ |
|---|---|---|---|---|
| ธุรกิจโรงโม่หินของตระกูล | 1 | D | ข้อมูลประวัติศาสตร์จากงานวิชาการและสื่อ | ทางอ้อม (รุ่นบิดา) |
| อาณาจักรกีฬาบุรีรัมย์ | 1 | A | ข้อเท็จจริงทางธุรกิจที่เปิดเผย | โดยตรง |
| ที่ดินเขากระโดง: สถานะกรรมสิทธิ์ | 1, 3 | A | ศาลวินิจฉัยว่าเป็นของการรถไฟฯ | ระดับตระกูล |
| ที่ดินเขากระโดง: การเพิกถอนโฉนด | 3 | B | คดีค้างในศาลปกครองและศาลจังหวัด | ระดับตระกูล |
| ข้อกล่าวหาบุกรุก ปิดถนน ถมคลอง | 1 | C | อยู่ในคดีหมิ่นประมาทที่เนวินเป็นโจทก์ | ถูกกล่าวหาโดยตรง |
| หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น | 2 | A | ศาลรัฐธรรมนูญให้ศักดิ์สยามพ้นตำแหน่ง | ไม่ (น้องชาย) |
| งบ MotoGP 3,997.86 ล้านบาท | 2 | A / C | มติ ครม. มีผล; ข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนยังไม่พิสูจน์ | ทางอ้อม (เจ้าของสนาม) |
| เครือญาติในคณะรัฐมนตรี | 2 | A | ข้อเท็จจริงสาธารณะ | ทางอ้อม |
| คดีฮั้วเลือก สว. | 3 | A | กกต. ไม่ส่งฟ้องเนวิน; คดี 77 รายอยู่ในศาลฎีกา | พ้นข้อกล่าวหาในชั้น กกต. |
| คดีกล้ายาง | 2 | A | ยกฟ้อง พ.ศ. 2552 | พ้นข้อกล่าวหา |
ภาคผนวก ข: ประเด็นที่ควรติดตามต่อ
ประเด็นแรกคือผลของคดีเพิกถอนโฉนดแปลง 3466 และ 8564 ในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ และคดีหมายเลขดำที่ 395/2568 ในศาลปกครองกลาง ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญว่าคำพิพากษาที่ถึงที่สุดเกี่ยวกับที่ดินรัฐจะมีผลในทางปฏิบัติหรือไม่ ประเด็นที่สองคือคดีหมิ่นประมาทหมายเลขดำที่ อ.1459/2569 ซึ่งอาจทำให้เอกสารสิทธิ์ที่ดินและทะเบียนบริษัทของเครือข่ายถูกนำเข้าสู่สำนวนศาล ประเด็นที่สามคือคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งต่อผู้ถูกกล่าวหา 77 ราย และคำร้องของกลุ่ม สว. สำรอง ประเด็นที่สี่คือรายละเอียดสัญญา MotoGP ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะว่าส่วนใดเป็นค่าลิขสิทธิ์และส่วนใดเป็นผลตอบแทนแก่เจ้าของสนาม ประเด็นสุดท้ายคือข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลของบริษัทในเครือที่จดทะเบียน ณ ที่ตั้งเดียวกัน ซึ่งผู้วิจัยรุ่นต่อไปควรตรวจสอบจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง
© 2569 สถาบันวิจัยประชาชน · รายงานพิเศษ SR-NW-001
เผยแพร่เพื่อการศึกษาและประโยชน์สาธารณะ อนุญาตให้อ้างอิงพร้อมระบุแหล่งที่มา
