เมื่อประตูเมืองไม่ได้ถูกตีด้วยปืนใหญ่
บทเรียนอยุธยา 2310 กับโจทย์อธิปไตยไทยในยุคทุนโลก
คันฉ่องส่องไทย | ประวัติศาสตร์ อธิปไตย เศรษฐกิจ และบทเรียนจากการเปลี่ยนแปลงของโลก
ในประวัติศาสตร์ของทุกประเทศ การสูญเสียอำนาจอธิปไตยมิได้เกิดขึ้นจากกำลังของศัตรูภายนอกเพียงอย่างเดียว หลายครั้ง จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดกลับเกิดขึ้นจากความอ่อนแอภายใน จากกฎหมายที่ไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ จากผู้มีอำนาจที่ละเลยหน้าที่ และจากสังคมที่มองไม่เห็นสัญญาณเตือนก่อนวันที่วิกฤตมาถึง
ในประเทศไทยยุคปัจจุบัน มีเสียงเตือนเกี่ยวกับการขยายตัวของอิทธิพลทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในด้านการถือครองทรัพยากร ที่ดิน อุตสาหกรรม และเครือข่ายธุรกิจบางประเภท ประเด็นนี้มิได้หมายความว่าการลงทุนจากต่างชาติเป็นสิ่งผิด เพราะประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากเติบโตจากการเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจโลก
โลกาภิวัตน์กับการเปลี่ยนรูปแบบของอำนาจ
หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2540 ประเทศไทยเปิดรับทุนจากภายนอกมากขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นโยบายส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถูกออกแบบเพื่อดึงดูดเงินทุน เทคโนโลยี และห่วงโซ่การผลิตจากทั่วโลก
ในช่วงเวลาที่จีนขยายบทบาททางเศรษฐกิจผ่านโครงการ Belt and Road Initiative ทุนจีนจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในประเทศไทย ทั้งในภาคอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ การค้า และบริการ
อย่างไรก็ตาม เมื่อทุนขยายตัวอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญที่ทุกประเทศต้องตอบคือ:
หรือกำลังเปิดช่องให้ผลประโยชน์บางกลุ่มเหนือกว่าผลประโยชน์สาธารณะ?”
ที่ดิน ทรัพยากร และปัญหานอมินี
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการถือครองที่ดินโดยนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุน ซึ่งมีจำนวนหลายหมื่นรายทั่วประเทศ โดยพบการกระจุกตัวในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองท่องเที่ยวอย่างชลบุรี พัทยา และภูเก็ต
ประเทศไทยมีกฎหมายจำกัดการถือครองที่ดินของคนต่างชาติ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย เช่น การใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทนถือหุ้นหรือถือครองทรัพย์สินแทน ซึ่งเรียกว่า “นอมินี”
หากเกิดขึ้นจริง ปัญหานี้มิใช่เพียงเรื่องธุรกิจ แต่เกี่ยวข้องกับหลักการสำคัญคือ:
- ความเท่าเทียมในการแข่งขัน
- ความน่าเชื่อถือของระบบกฎหมาย
- ความสามารถของรัฐในการบังคับใช้กติกา
เมื่อเศรษฐกิจสีเทาเชื่อมกับอาชญากรรมข้ามชาติ
อีกประเด็นที่สร้างความกังวลคือการเติบโตของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกใช้ช่องทางธุรกิจ บัญชีการเงิน และบริษัทบังหน้า เพื่อฟอกเงินหรือปกปิดกิจกรรมผิดกฎหมาย
ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางภูมิภาค จึงต้องเผชิญโจทย์สำคัญว่า จะสร้างระบบตรวจสอบที่ทันต่อรูปแบบอาชญากรรมยุคใหม่ได้อย่างไร
อยุธยา 2310: วันที่กำแพงเมืองพังจากภายนอกและภายใน
เมื่อย้อนกลับไปยังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พ.ศ. 2310 บทเรียนสำคัญมิได้อยู่เพียงที่กองทัพพม่ามีกำลังเหนือกว่า
กรุงศรีอยุธยาถูกล้อมเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี เกิดความอดอยาก ความแตกแยก และความอ่อนแอภายใน
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น คำให้การชาวกรุงเก่า มีการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ขุนนางบางส่วนให้ความร่วมมือกับฝ่ายพม่า รวมถึงกรณีพระยาพลเทพซึ่งถูกกล่าวถึงว่าเกี่ยวข้องกับการส่งเสบียงและเปิดช่องทางให้ศัตรู
เมื่อกำแพงเมืองถูกโจมตีจากภายนอก และความมั่นคงภายในถูกกัดกร่อน กรุงศรีอยุธยาที่ดำรงอยู่มากกว่าสี่ศตวรรษจึงถึงจุดล่มสลาย
ประตูเมืองยุคใหม่ไม่ได้ทำจากอิฐ
ในอดีต ประตูเมืองคือช่องทางที่กองทัพใช้เข้ายึดครอง แต่ในโลกปัจจุบัน ประตูเมืองมีรูปแบบใหม่
- กฎหมายที่เปิดช่องให้เกิดการหลีกเลี่ยง
- หน่วยงานรัฐที่ขาดประสิทธิภาพ
- การทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน
- การตัดสินใจที่มองเพียงผลกำไรระยะสั้น
ประเทศที่เข้มแข็งไม่ใช่ประเทศที่ปิดประตูไม่ให้ใครเข้ามา แต่คือประเทศที่มีประตูที่แข็งแรง สามารถเลือกได้ว่าอะไรควรรับ อะไรควรป้องกัน
+1 : อธิปไตยในศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่การปิดประเทศ
ประเทศที่ประสบความสำเร็จในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่ประเทศที่ปฏิเสธทุนต่างชาติ แต่เป็นประเทศที่มีสถาบันแข็งแรงพอที่จะทำให้ทุนทุกชนิด อยู่ภายใต้กติกาของชาติ
โจทย์ของประเทศไทยจึงไม่ใช่การเลือกว่าจะเปิดหรือปิด แต่คือการสร้างรัฐที่มีความสามารถมากพอ ที่จะรักษาสมดุลระหว่าง:
- การเติบโตทางเศรษฐกิจ
- การแข่งขันระดับโลก
- ความมั่นคงของทรัพยากร
- ประโยชน์ของประชาชน
บทสรุป
เมื่อมองย้อนกลับไปยังอยุธยา เราไม่ได้เห็นเพียงเรื่องราวของการพ่ายแพ้ แต่เห็นบทเรียนของรัฐที่ต้องรักษาความแข็งแรงจากภายใน
วันนี้ประเทศไทยไม่ได้เผชิญกองทัพที่มีกำแพงเมืองและปืนใหญ่ แต่เผชิญการแข่งขันของทุน เทคโนโลยี และอิทธิพลรูปแบบใหม่
ไม่ได้สร้างด้วยอิฐและปูน
แต่สร้างด้วยกฎหมาย สถาบัน และความรับผิดชอบของคนในชาติ”