สภาผู้แทนราษฎรเตรียมเปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง 22 ธันวาคม 2569 โดยมีวาระใหญ่คือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ฝ่ายค้านนำโดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เตรียมยื่นญัตติ พุ่งเป้าไปที่ปมฮั้วเลือกตั้ง สว. และข้อกล่าวหาทุจริต โดยฝ่ายค้านได้แถลงเปิดเส้นทางการเงินและรูปแบบการลงคะแนนไปเมื่อ 9 สิงหาคม ขณะที่นายกฯ อนุทินยืนยันพร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่ผลการลงมติ เพราะรัฐบาลผสมที่นำโดยภูมิใจไทยครองเพียง 191 จาก 500 ที่นั่ง การซักฟอกจึงเป็นบททดสอบความเหนียวแน่นของพันธมิตรและอำนาจต่อรองภายในมากกว่าการล้มรัฐบาลจริง ๆ
ในมิติความสัมพันธ์ชายแดน สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา พบหารือกับนายเกา เฟย อธิการบดีมหาวิทยาลัยการต่างประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม โดยเน้นบทบาทการทูตแบบ Track II เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคุกรุ่นมาตั้งแต่การปะทะกลางปีที่ผ่านมา การที่พนมเปญเลือกดึงจีนเข้ามาเป็นตัวกลางแทนกลไกทวิภาคีโดยตรง สะท้อนว่าข้อพิพาทระดับพรมแดนกำลังถูกยกระดับให้กลายเป็นเวทีช่วงชิงอิทธิพลของมหาอำนาจ ซึ่งเปลี่ยนสมการการต่อรองของฝ่ายไทยไปโดยปริยาย
ด้านสงครามรัสเซีย-ยูเครนกลับทวีความรุนแรงอีกระลอก รัสเซียเพิ่มความถี่การโจมตีด้วยขีปนาวุธและวางแผนยิงถึงราว 200 ลูกต่อครั้ง ขณะที่ยูเครนเผชิญวิกฤตขาดแคลนขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานอย่างหนัก โดยประธานาธิบดีเซเลนสกีระบุว่าปริมาณที่ได้รับปีนี้น้อยกว่าปี 2568 ถึงสามเท่า จนต้องเร่งร้องขอจากกว่า 40 ประเทศ ภาพนี้ยืนยันว่าสงครามการสึกกร่อนถูกตัดสินด้วยขีดความสามารถในการผลิตและส่งกำลังบำรุงมากกว่ายุทธวิธีในสนามรบ ความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานอาวุธจึงกลายเป็นจุดชี้ขาดเชิงยุทธศาสตร์ที่แท้จริง
ในฉนวนกาซา แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2568 แต่ยูนิเซฟรายงานว่ามีเด็กเสียชีวิตแล้วราว 300 คนในช่วง 300 วันหลังข้อตกลง และการโจมตีของอิสราเอลยังดำเนินต่อ ล่าสุดเมื่อ 18 สิงหาคมมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 รายในกาซาซิตี ขณะที่อิสราเอลปฏิเสธแผนกาซาของทรัมป์และไม่ยอมรับการส่งกองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติเข้าพื้นที่ ช่องว่างระหว่าง "การหยุดยิงบนกระดาษ" กับความรุนแรงที่ยังเกิดขึ้นจริง ชี้ให้เห็นว่าข้อตกลงที่ปราศจากกลไกบังคับและผู้ค้ำประกันที่มีอำนาจจริง มักลงเอยเป็นเพียงวาทกรรมมากกว่าเครื่องมือยุติสงคราม
ปิดท้ายที่เศรษฐกิจโลก ราคาทองคำพุ่งแรงที่สุดในรอบหลายเดือน โดยปรับขึ้นกว่า 10% ในเดือนสิงหาคมสู่ระดับเหนือ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแตะราว 4,515 ดอลลาร์เมื่อ 20 สิงหาคม ท่ามกลางการจับตาเวทีสัมมนา Jackson Hole และสัญญาณนโยบายจากประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช ที่เลิกส่งสัญญาณล่วงหน้าก่อนการประชุม ขณะเดียวกันธนาคารกลางทั่วโลกกว้านซื้อทองถึง 288.9 ตันในไตรมาสสอง เพิ่มขึ้น 62% เทียบปีก่อนและสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสนี้ การสะสมทองในระดับนี้ไม่ใช่แค่การหนีความเสี่ยงระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างของการค่อย ๆ ลดการพึ่งพาดอลลาร์ในระเบียบการเงินโลกที่กำลังเปลี่ยนขั้ว