บทที่ 20 ทำไมรหัสผ่านกำลังจะหายไป — และ Passkey ปลอดภัยกว่าอย่างไร?

ความรู้ที่โรงเรียนไม่ค่อยสอน · เทคโนโลยี × ความปลอดภัยดิจิทัล

ทำไมรหัสผ่านกำลังจะหายไป —
และ Passkey ปลอดภัยกว่าอย่างไร?

เป็นเวลาหลายสิบปี เราปกป้องชีวิตออนไลน์ด้วย คำลับที่มนุษย์ต้องจำ แต่ปัญหาคือ สิ่งที่มนุษย์จำได้ง่าย มักเป็นสิ่งที่คนร้ายเดาได้ง่าย — และสิ่งที่ปลอดภัยมาก กลับเป็นสิ่งที่มนุษย์จำแทบไม่ได้

รหัสผ่านเป็นเทคโนโลยีที่แปลกมาก เราถูกบอกให้สร้างรหัสที่ ยาว ซับซ้อน ไม่ซ้ำใคร และห้ามจดไว้ในที่ไม่ปลอดภัย แต่คนหนึ่งคน อาจมีบัญชีออนไลน์หลายสิบ หรือหลายร้อยบัญชี เราจึงทำสิ่งที่มนุษย์ทำได้จริง: ใช้รหัสง่าย ใช้รหัสซ้ำ หรือกด “Forgot Password” Passkey พยายามแก้ปัญหานี้ ด้วยการเปลี่ยนหลักการทั้งระบบ: แทนที่จะถามมนุษย์ว่า “ความลับของคุณคืออะไร?” ระบบถามอุปกรณ์ว่า “คุณพิสูจน์ได้ไหมว่า คุณมี cryptographic key ที่ถูกต้อง?”

ลองนึกถึง password ที่เราใช้ประจำ

สมมติเราตั้งรหัสว่า Somchai1975!

ใช้กับอีเมล Facebook ร้านค้าออนไลน์ และบริการอีกสองแห่ง

วันหนึ่ง ร้านค้าออนไลน์แห่งหนึ่ง ถูกเจาะฐานข้อมูล

คนร้ายได้ email + password

เขาไม่ได้หยุดที่ร้านนั้น

เขานำ email และ password เดิม ไปลองกับ Gmail Facebook ธนาคาร และบริการอื่น

นี่เรียกว่า credential stuffing

ปัญหาไม่จำเป็นต้องเกิดเพราะ บัญชี Gmail ถูก hack

มันอาจเริ่มจาก เว็บไซต์เล็กที่สุด ที่เราเคยใช้ password เดียวกัน

คำถามแรก ถ้าความปลอดภัยของบัญชีสำคัญที่สุดของเรา ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่ปลอดภัยน้อยที่สุด ซึ่งเราเคยใช้รหัสเดียวกัน — password เป็นระบบที่ดีจริงหรือ?

Password มีปัญหาอะไร?

จำ

มนุษย์จำไม่ไหว

รหัสที่ปลอดภัยควรยาว แตกต่างกัน และไม่ซ้ำกัน แต่คนทั่วไปมีบัญชีจำนวนมาก

ซ้ำ

Password Reuse

เมื่อจำไม่ไหว มนุษย์จึงใช้รหัสเดิม หลายเว็บไซต์ ทำให้ breach หนึ่งแห่ง ลามไปอีกแห่งได้

หลอก

Phishing

คนร้ายสร้างหน้า login ปลอม แล้วหลอกให้เรา ส่ง password ให้เอง

รั่ว

Server Breach

ฐานข้อมูล credential อาจถูกขโมย และ password hash ที่อ่อน อาจถูกนำไปโจมตีต่อได้

Passkey คืออะไร?

Passkey เป็น credential ที่อาศัยมาตรฐาน FIDO2 / WebAuthn และใช้ public-key cryptography

ฟังดูยาก แต่หลักการพื้นฐาน ง่ายมาก

เมื่อเราสร้าง passkey อุปกรณ์สร้าง กุญแจสองดอกที่สัมพันธ์กันทางคณิตศาสตร์

Key Pair Public Key + Private Key

เว็บไซต์ได้รับ Public Key

ส่วน Private Key ยังอยู่กับอุปกรณ์ หรือระบบจัดเก็บ passkey ของผู้ใช้

เว็บไซต์ ไม่จำเป็นต้องรู้ private key

Public Key กับ Private Key ต่างกันอย่างไร?

เปิด

Public Key

ส่งให้เว็บไซต์ได้ ไม่จำเป็นต้องเก็บเป็นความลับ ใช้ตรวจสอบหลักฐาน จาก private key ที่คู่กัน

ลับ

Private Key

เป็นกุญแจที่ใช้พิสูจน์ตัวตน และไม่ควรถูกส่งไปยังเว็บไซต์ หรือเปิดเผยออกจากระบบจัดเก็บ

Password ทำงานด้วยหลัก
“เราสองฝ่ายรู้ความลับเดียวกัน”

Passkey ทำงานด้วยหลัก
“ฉันพิสูจน์ได้ว่าฉันมีกุญแจลับ โดยไม่ต้องส่งกุญแจลับให้คุณ”

ตอน Login เกิดอะไรขึ้น?

เว็บไซต์ส่งโจทย์ทาง cryptography มายังอุปกรณ์

อุปกรณ์ใช้ private key สร้างคำตอบ

เว็บไซต์ใช้ public key ตรวจว่าคำตอบนั้นถูกต้อง

Website Challenge Device Cryptographic Proof Verify

Private key ไม่ได้ถูกส่งไปกับคำตอบ

นี่เป็นจุดแตกต่างที่สำคัญมาก จาก password

แล้ว Face ID หรือ Fingerprint คือ Passkey หรือไม่?

ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

Face ID ลายนิ้วมือ หรือ PIN ของเครื่อง มักใช้เป็น local user verification

คือใช้ถามว่า

“คนที่ถือเครื่องอยู่ตอนนี้ ได้รับอนุญาตให้ใช้ private key หรือไม่?”

ถ้าผ่าน ระบบจึงอนุญาตให้ passkey ทำงาน

Face / Fingerprint / PIN ปลดสิทธิใช้ Passkey Cryptographic Login

ดังนั้นเว็บไซต์ ไม่จำเป็นต้องได้รับ รูปใบหน้า หรือลายนิ้วมือของเรา เพียงเพราะเราใช้ biometrics ปลดล็อก passkey

+1 : Passkey แก้ phishing ไม่ใช่ด้วยการ “สอนคนให้ระวังมากขึ้น” แต่ด้วยการออกแบบระบบให้ความผิดพลาดของมนุษย์ทำอันตรายได้ยากขึ้น

ระบบ password ฝากภาระไว้กับสมองมนุษย์มาก

เราต้องสังเกตว่า

  • URL ถูกหรือไม่
  • หน้าเว็บจริงหรือปลอม
  • อีเมลน่าเชื่อหรือไม่
  • ข้อความเร่งให้ login เป็น scam หรือไม่

แต่ phishing ถูกออกแบบมา เพื่อเล่นงานข้อจำกัดของมนุษย์

คนที่รีบ เหนื่อย กลัว หรือถูกกดดัน สามารถผิดพลาดได้

Passkeys เปลี่ยนแนวทาง จาก “ฝึกคนไม่ให้ถูกหลอก” เพียงอย่างเดียว

ไปสู่

“สร้าง credential ที่เว็บไซต์ปลอมไม่สามารถนำไปใช้ เหมือน password ได้ง่าย ๆ”

มาตรฐาน FIDO เชื่อม credential เข้ากับเว็บไซต์หรือ service ที่ถูกต้อง

ดังนั้นหน้า phishing ไม่สามารถเพียง เลียนแบบช่อง username/password แล้วรับ secret ไปใช้ต่อ แบบเดิม

ทำไมเรียกว่า phishing-resistant ไม่ใช่ phishing-proof?

คำว่า phishing-resistant แม่นกว่า

เพราะ passkey ช่วยตัดช่องโจมตีประเภท “ขโมย credential ผ่านหน้า login ปลอม” ได้อย่างมาก

แต่ผู้ใช้ยังอาจถูกหลอก ในรูปแบบอื่น

หลอกให้โอนเงิน

หลอกให้อนุมัติการเปลี่ยนบัญชี

หลอกเจ้าหน้าที่ support

ขโมย session หลัง login

ยึดบัญชีผ่านช่องทาง recovery ที่อ่อนแอ

ติด malware ในเครื่อง

ดังนั้น passkey ไม่ได้ทำให้ cybersecurity จบลง

มันลดพื้นที่โจมตี ประเภท credential theft ที่สำคัญมากประเภทหนึ่ง

แล้วถ้าเว็บไซต์ถูก hack ล่ะ?

นี่เป็นอีกจุดที่โมเดลใหม่ น่าสนใจ

ในระบบ password เว็บไซต์ต้องเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับ secret ในรูป password hash และ salt อย่างถูกต้อง

หากจัดการไม่ดี breach สามารถเปิดทาง ไปสู่การ crack password หรือ credential reuse

ในระบบ passkey เว็บไซต์เก็บ public key

Public key ไม่ได้มีหน้าที่เป็นความลับ เหมือน password

ดังนั้นการขโมยฐานข้อมูล public keys ไม่ได้ให้คนร้าย credential ที่สามารถนำไป login ได้แบบตรงไปตรงมา

ลองมองด้วยหลัก security architecture อะไรปลอดภัยกว่า: ระบบที่ server ต้องเก็บ สิ่งซึ่งหากถูกขโมยอาจนำไปโจมตีต่อได้ — หรือระบบที่ server ถือเพียงข้อมูล ซึ่งถูกออกแบบมาให้เปิดเผยได้อยู่แล้ว?

แล้วถ้าโทรศัพท์หาย?

คำถามนี้สำคัญมาก

Passkeys อาจถูกจัดเก็บ ในระบบ credential manager และหลายแพลตฟอร์ม สามารถ sync passkeys ระหว่างอุปกรณ์ของเจ้าของบัญชี ด้วยการเข้ารหัส

ตัวอย่างเช่น Apple ระบุว่า passkeys สามารถ sync ผ่าน iCloud Keychain ซึ่งใช้ end-to-end encryption

ดังนั้นการทำโทรศัพท์เครื่องหนึ่งหาย ไม่ได้แปลว่า บัญชีทั้งหมดต้องหายไปด้วย หากผู้ใช้มีระบบ recovery และอุปกรณ์อื่นที่เหมาะสม

แต่ Account Recovery ยังสำคัญมาก

ระบบยืนยันตัวตน จะแข็งแรงเพียงใด ถ้าช่องทาง recovery ยังอาศัยคำถามง่าย ๆ SMS ที่ถูกยึดหมายเลขได้ หรือเจ้าหน้าที่ support ที่ถูก social engineering?

ความปลอดภัยของบัญชี จึงต้องมองทั้ง account lifecycle ตั้งแต่สมัคร login เพิ่มอุปกรณ์ จนถึง recovery ไม่ใช่ดู passkey อย่างเดียว

5 พันล้าน Passkeys หมายความว่า password จบแล้วหรือ?

5B estimated passkeys · 2026
FIDO Alliance ประเมินว่า มี passkeys ราว 5 พันล้านรายการ ใช้งานอยู่ทั่วโลก

รายงาน State of Passkeys 2026 ระบุว่าการใช้ passkeys ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในทั้งผู้บริโภคและองค์กร

75% consumer survey
ผู้ตอบแบบสำรวจเปิดใช้ passkey อย่างน้อยหนึ่งบัญชีแล้ว

การสำรวจผู้ใหญ่ 11,000 คน ใน 10 ประเทศ ดำเนินการในเดือนเมษายน 2026

แต่ password ยังไม่หายไป

FIDO ระบุว่า แม้องค์กรจำนวนมาก เริ่ม deploy passkeys แล้ว 57% ยังใช้ authentication ที่ phishing ได้ เป็นวิธี login ประจำวันของพนักงาน

นี่สะท้อนสิ่งสำคัญ:

มี Passkey
ไม่เท่ากับ
เป็น Passwordless แล้ว

ทำไมองค์กรยังไม่เลิก Password?

เก่า

Legacy Systems

ระบบเก่าบางชนิด ยังออกแบบมารอบ password และเปลี่ยนยาก

รวม

Interoperability

องค์กรต้องรองรับ อุปกรณ์ OS browser และระบบจำนวนมาก

คน

User Transition

ผู้ใช้ยังคุ้นกับ password และอาจสับสนเรื่อง การเพิ่มอุปกรณ์หรือ recovery

งาน

Operational Change

ฝ่าย IT help desk identity management และ security policy ต้องปรับตาม

+1 อีกชั้น : ปัญหาของ Password ไม่ใช่เพียง “คนตั้งรหัสไม่ดี” แต่เป็นการออกแบบระบบที่โยนงานด้าน Security ไปให้ความจำของมนุษย์

ลองนึกว่าระบบธนาคาร บอกเราว่า

“กุญแจตู้เซฟของคุณ ต้องจำรูปร่างเอง ห้ามซ้ำกับกุญแจตู้เซฟอื่น และต้องจำให้ได้ 70 ดอก”

เราคงบอกว่า ระบบออกแบบประหลาด

แต่โลก password ทำสิ่งคล้ายกัน มาหลายสิบปี

เมื่อมนุษย์ ทำตามข้อกำหนดไม่ได้ เรามักตำหนิมนุษย์ว่า “ตั้ง password ไม่ปลอดภัย”

Passkey เป็นตัวอย่างของแนวคิด secure by design

คือพยายามทำให้ พฤติกรรมที่ง่ายสำหรับผู้ใช้ สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ปลอดภัย

ไม่ใช่บังคับให้ security กับ usability ต่อสู้กันตลอดเวลา

Passkey เทียบกับ Password + OTP อย่างไร?

คุณสมบัติ Password + OTP Passkey
ต้องจำ secret ใช่ โดยทั่วไปไม่ต้องจำ passkey เอง
Password reuse เป็นไปได้ credential แยกตาม service
Phishing login page ยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อ OTP ถูกหลอกพร้อมกัน ออกแบบให้ phishing-resistant
Server ถือ shared secret หรือข้อมูลที่เกี่ยวกับ secret มี password verifier/hash ถือ public key
Biometric required เสมอหรือไม่ ไม่ ไม่จำเป็นเสมอ — อาจใช้ PIN/device unlock ตามระบบ
Login experience พิมพ์ password + OTP มักยืนยันผ่านอุปกรณ์โดยตรง

แล้ว Biometrics ปลอดภัยไหม?

มีข้อแตกต่างสำคัญ ระหว่าง

ใช้ biometric เป็น credential ส่งให้เว็บไซต์

กับ

ใช้ biometric ภายในเครื่อง เพื่ออนุญาตการใช้ cryptographic credential

Passkey system โดยทั่วไปเดินในแนวทางหลัง

นี่สำคัญเพราะ password เปลี่ยนได้

แต่ใบหน้า และลายนิ้วมือของเรา เปลี่ยนไม่ได้ง่าย

ระบบจึงไม่ควร ส่ง biometric template ไปเก็บกระจายทั่วเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็น

แล้วถ้าใช้เครื่องคนอื่น?

มาตรฐาน passkey รองรับสถานการณ์ ที่ต้อง login จากอุปกรณ์ซึ่งไม่ได้เก็บ passkey

ระบบบางแบบสามารถให้ อุปกรณ์ของเรา ยืนยันการ login กับเครื่องอื่น ผ่าน proximity และช่องทางที่ออกแบบมาเฉพาะ

หลักสำคัญคือ credential ไม่จำเป็นต้องถูก copy ลงเครื่องสาธารณะ เพื่อใช้งานครั้งเดียว

แต่รายละเอียด แตกต่างตาม platform และ service จึงควรอ่านคำแนะนำของผู้ให้บริการ ทุกครั้ง

ถ้าบัญชีรองรับ Passkey วันนี้ ควรเปิดไหม?

หลักปฏิบัติสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

  1. เปิด Passkey เมื่อบริการที่เชื่อถือได้รองรับ
    โดยเฉพาะบัญชีสำคัญ เช่น email, cloud และบริการที่เชื่อมกับชีวิตดิจิทัลจำนวนมาก
  2. อย่ารีบลบวิธี Recovery ที่จำเป็น
    จนกว่าจะเข้าใจว่า ถ้าอุปกรณ์หายจะกู้บัญชีอย่างไร
  3. รักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์
    ตั้ง screen lock และ update OS สม่ำเสมอ
  4. ตรวจ Passkeys ที่ผูกกับบัญชีเป็นระยะ
    ลบ credential ของอุปกรณ์ที่ไม่ใช้แล้ว หากระบบมีรายการให้จัดการ
  5. อย่าคิดว่า Passkey ป้องกัน Scam ทุกชนิด
    คนร้ายยังหลอกให้โอนเงิน เปิดไฟล์ หรือเปิด remote access ได้
  6. บัญชีที่ยังไม่มี Passkey
    ใช้ password manager สร้างรหัสยาวและไม่ซ้ำกัน พร้อม MFA ที่เหมาะสม

ทำไม Password Manager ยังสำคัญ?

โลกจะอยู่ในช่วง transition อีกระยะหนึ่ง

บางเว็บไซต์มี passkey

บางเว็บไซต์ยังไม่มี

บางแห่งมีทั้งสองระบบ

ดังนั้นสำหรับบัญชี ที่ยังต้องใช้ password หลักที่สำคัญยังเหมือนเดิม:

ยาว

ไม่ซ้ำกัน

ไม่สร้างจากข้อมูลส่วนตัวที่เดาง่าย

เก็บด้วย password manager ที่เชื่อถือได้

เปิด MFA เมื่อมี

+1 ชั้นสุดท้าย : การเปลี่ยนจาก Password ไป Passkey คือการเปลี่ยน “ปรัชญาความปลอดภัย”

Password security ตั้งคำถามว่า:

“มนุษย์สามารถรักษาความลับได้ดีเพียงใด?”

Passkey security ถามอีกแบบว่า:

“เราสามารถออกแบบระบบ ที่ไม่ต้องให้มนุษย์ถือ และส่งความลับที่ขโมยง่าย ตั้งแต่แรกได้หรือไม่?”

นี่คือแนวคิดที่ใหญ่กว่า เรื่อง login

มันคือหลักวิศวกรรม:

อย่าพยายามแก้ความผิดพลาดของมนุษย์ ด้วยการเรียกร้องให้มนุษย์ สมบูรณ์แบบขึ้นเรื่อย ๆ หากสามารถออกแบบระบบ ให้ความผิดพลาดนั้นสร้างความเสียหายได้น้อยลง

การรักษาความปลอดภัยที่ดี จึงไม่ได้เกิดจาก “ผู้ใช้ฉลาดขึ้น” อย่างเดียว

แต่เกิดจาก ระบบฉลาดขึ้นด้วย

สรุปบทเรียน

Password เป็นเทคโนโลยีที่รับใช้โลกดิจิทัล มาหลายสิบปี

แต่มันมีข้อจำกัดพื้นฐาน:

มนุษย์ต้องจำความลับ

เว็บไซต์ต้องตรวจความลับ

และคนร้าย สามารถพยายามขโมยความลับนั้น

Passkey เปลี่ยนสถาปัตยกรรม

เว็บไซต์ถือ public key

ผู้ใช้ถือ private key ผ่านระบบที่ป้องกันไว้

และ login เกิดจาก การพิสูจน์ทาง cryptography โดยไม่ต้องส่ง private key ไปให้เว็บไซต์

ผลคือ credential ไม่สามารถถูกขโมย จากหน้า phishing แบบเดียวกับ password ได้ง่าย

นี่ไม่ได้หมายความว่า โลกออนไลน์ปลอดภัยสมบูรณ์แล้ว

Malware session theft social engineering account recovery และ scam ยังเป็นปัญหา

แต่ Passkey ช่วยกำจัดจุดอ่อนใหญ่หนึ่งอย่าง:

การบังคับให้มนุษย์ ต้องจำและส่ง “ความลับร่วมกัน” ซ้ำแล้วซ้ำอีก

ดังนั้นอนาคตของ login อาจไม่ได้ถามว่า

“คุณจำรหัสอะไรได้?”

แต่ถามว่า

“อุปกรณ์ของคุณพิสูจน์ได้หรือไม่ ว่าคุณมี credential ที่ถูกต้อง?”

และนี่อาจเป็นกรณีหนึ่ง ที่โลกดิจิทัล ใช้ง่ายขึ้น พร้อมกับปลอดภัยขึ้น ในเวลาเดียวกัน

แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบและอ่านต่อ

  • FIDO Alliance, The State of Passkeys 2026: Global Consumer and Workforce Report, 7 May 2026.
    FIDO Alliance
  • FIDO Alliance, Five Billion Passkeys: Accelerating Global Adoption, 7 May 2026.
    FIDO Alliance
  • FIDO Alliance, Passkeys — Technical Overview and Security Benefits.
    FIDO Alliance
  • Apple Support, About the Security of Passkeys.
    Apple Support
  • FIDO Alliance, NCSC: Passkeys are more secure than traditional ways to log in, 23 April 2026.
    FIDO Alliance / UK NCSC

หมายเหตุทางเทคนิค: Passkeys เป็นชื่อที่ใช้กับ credential ซึ่งอาศัยมาตรฐาน FIDO2/WebAuthn และ public-key cryptography รายละเอียดเรื่องการเก็บ sync backup cross-device authentication และ account recovery แตกต่างกันตามระบบปฏิบัติการ credential provider และบริการที่นำมาตรฐานไปใช้

คำว่า phishing-resistant ไม่ได้หมายความว่า passkeys สามารถป้องกัน social engineering หรือการโจมตีทุกชนิด Passkeys ถูกออกแบบมา เพื่อป้องกันการขโมย และ replay credential ในรูปแบบที่พบใน password-based phishing ได้อย่างมาก แต่บัญชียังต้องได้รับการป้องกัน ตลอดวงจร ตั้งแต่ device security จนถึง recovery

ตัวเลขการใช้งานปี 2026 มาจาก FIDO Alliance และการสำรวจที่องค์กรว่าจ้าง ครอบคลุมผู้บริโภค 11,000 คน และผู้ตัดสินใจด้านองค์กร 1,400 คน ใน 10 ประเทศ จึงควรอ่านเป็นตัวชี้วัด การยอมรับเทคโนโลยีในกลุ่มตัวอย่าง และประมาณการระดับโลก ไม่ใช่ census ของบัญชีออนไลน์ทุกบัญชี

ห้องสมุดประชาชน · ความรู้สำหรับคนไทย
ความปลอดภัยที่ดี ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “เราจะบังคับให้มนุษย์จำความลับ ให้เก่งขึ้นได้อย่างไร?” — แต่อาจเริ่มจากคำถามว่า “เราจะออกแบบโลกดิจิทัล ให้มนุษย์ไม่ต้องถือความลับ ที่ขโมยง่ายตั้งแต่แรกได้หรือไม่?”

Popular Posts