คู่มือพลเมืองมดแดง
คู่มือเล่มเล็กสำหรับคนธรรมดาที่ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้ชมประเทศของตนเอง
ถามก่อนว่า วันนี้ “กู” ทำอะไรให้ประชาชนมีอำนาจมากขึ้นได้บ้าง
ก่อนอื่น — มดแดงคือใคร?
มดแดงไม่ใช่สมาชิกพรรค ไม่ใช่สีเสื้อ ไม่ใช่สาวกของผู้นำ และไม่จำเป็นต้องมีความคิดเห็นเหมือนกันทุกเรื่อง
มดแดงคือ พลเมืองธรรมดาที่ไม่ยอมยกสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองให้ใครถือไว้แทนอย่างถาวร เขาอาจเป็นชาวนา ครู นักเรียน พ่อค้า ข้าราชการ คนงาน นักธุรกิจ พระสงฆ์ นักวิชาการ คนขับรถ หรือคนเกษียณ
สิ่งที่ทำให้คนเหล่านี้เป็นมดแดงไม่ใช่อาชีพ ชนชั้น หรือพรรคที่เลือก แต่คือการยอมรับว่าประเทศเป็นของประชาชนทุกคน อำนาจสาธารณะต้องมีที่มา มีขอบเขต ถูกตรวจสอบได้ และไม่มีบุคคล กลุ่มทุน พรรค กองทัพ ระบบราชการ หรือสถาบันใดควรใหญ่กว่ากติกาที่ชอบธรรมร่วมกัน
เพราะการสร้างพลเมืองหนึ่งคนให้เข้มแข็งขึ้น ก็คือการเปลี่ยนประเทศไปแล้วหนึ่งหน่วย
อย่าเพิ่งรักษาอาการ — หาโรคให้พบ
เมื่อบ้านเมืองมีวิกฤต เรามักเห็นชื่อบุคคล พรรค รัฐบาล คดี หรือเรื่องอื้อฉาวอยู่ตรงหน้า และจึงอยากกำจัดสิ่งที่มองเห็นนั้นทันที
แต่การเปลี่ยนตัวละครโดยไม่เปลี่ยนเงื่อนไขที่ผลิตตัวละคร อาจทำให้ละครเรื่องเดิมกลับมาแสดงด้วยนักแสดงชุดใหม่
เราจึงยืมปัญญาจากหลักอริยสัจสี่มาเป็นเครื่องมือคิด ไม่ใช่เพื่อทำศาสนาให้เป็นการเมือง แต่เพื่อเตือนตนเองว่า ก่อนรักษาโรคต้องเข้าใจโรคเสียก่อน
เป้าหมาย: ไม่ใช่สร้างช้างของฝ่ายเรา
“ล้มช้าง” เป็นอุปมา มิใช่คำเชิญชวนให้ทำร้ายใคร ช้างหมายถึงอำนาจที่ใหญ่จนคนธรรมดาแทบไม่มีทางต่อรอง ไม่ว่าอำนาจนั้นจะสวมเครื่องแบบ สูท จีวร เครื่องหมายพรรค ตราบริษัท หรือตำแหน่งใดก็ตาม
ความผิดพลาดครั้งใหญ่จึงเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนช่วยกันล้มช้างตัวหนึ่ง แล้วดีใจเมื่อช้างของฝ่ายตนเดินเข้ามาแทน
หากคือการสร้างระเบียบที่ไม่มีช้างตัวใด สามารถใหญ่กว่าอำนาจของปวงชนได้อีก
ดังนั้น ปลายทางของมดแดงคือประชาธิปไตยที่อำนาจสาธารณะทุกชนิดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ หลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน การตรวจสอบ การแข่งขันทางการเมืองที่เป็นธรรม และเจตจำนงของประชาชน
บัญญัติสิบประการของพลเมืองมดแดง
ไม่ต้องมีตำแหน่ง ไม่ต้องมีเงินมาก ไม่ต้องรอแกนนำ และไม่ต้องรอให้ประเทศถึงทางตันจึงเริ่มทำ
เรียนรู้
อย่าให้อำนาจของเราเริ่มจากความโกรธ ให้มันเริ่มจากความรู้
อ่านข่าวหลายด้าน ตรวจสอบต้นทาง แยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น เรียนรู้สิทธิ กฎหมาย งบประมาณ นโยบาย และประวัติศาสตร์ เมื่อไม่รู้ให้ถาม เมื่อพบว่าตัวเองผิดให้แก้ และเมื่อรู้แล้วให้แบ่งปัน
ริเริ่ม
อย่ารอว่าเมื่อไรจะมีคนเก่งมาช่วยประเทศ
ปัญหาเล็กที่อยู่ตรงหน้าอาจเป็นห้องเรียนประชาธิปไตยที่ดีที่สุด คิดวิธีใหม่ ทดลอง ปรับปรุง และเรียนรู้จากความผิดพลาด สิ่งที่ทำมาสิบปีแล้วไม่ได้ผล ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์จนห้ามเปลี่ยน
รวมใจ
มดตัวเดียวอาจทำได้น้อย แต่ประชาชนที่เชื่อมโยงกันคืออำนาจทางสังคม
อย่าสร้างเฉพาะกลุ่มคนที่คิดเหมือนเรา จงสร้างกัลยาณมิตรข้ามสี ข้ามรุ่น ข้ามอาชีพ และข้ามความเชื่อ บนหลักขั้นต่ำที่อยู่ร่วมกันได้: ศักดิ์ศรีมนุษย์ ความเสมอภาค กติกาที่เป็นธรรม และสิทธิของประชาชนในการกำหนดอนาคตของตน
รื่นเริง
อย่าให้อำนาจนิยมยึดประเทศแล้ว ยังยึดความสุขของเราไปอีก
การเมืองต้องไม่กินชีวิตทั้งหมด มดแดงยังหัวเราะ ร้องเพลง ปลูกต้นไม้ เล่นกับลูก ดื่มกาแฟ รักเพื่อน และสร้างสิ่งงดงามได้
คนที่เต็มไปด้วยความเกลียดอาจต่อสู้กับอำนาจนิยม แต่ก็อาจกำลังสร้างอำนาจนิยมขึ้นในใจตนเอง
รุกรับ
ความกล้าหาญโดยไม่มีการคิดเชิงยุทธศาสตร์ อาจเพียงทำให้เราเหนื่อยเร็วขึ้น
ก่อนทำอะไร ถามว่า: เป้าหมายคืออะไร? สิ่งที่กำลังทำพาไปถึงเป้าหมายหรือไม่? ต้นทุนคืออะไร? ใครได้ประโยชน์? และมีวิธีที่ดีกว่าหรือไม่?
ระวัง
ไม่ประมาท แต่ไม่หวาดกลัว
รู้กฎหมาย รักษาความปลอดภัยของข้อมูล ตรวจสอบข่าวก่อนเผยแพร่ ไม่ตกหลุมการยั่วยุ ไม่สร้างความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นให้ตนเองหรือผู้อื่น และไม่ยอมให้อารมณ์พาเราออกจากหลักสันติวิธี
ร้องเรียน
ประชาธิปไตยไม่ได้อยู่เฉพาะวันเลือกตั้ง
เก็บหลักฐาน ตรวจสอบ เปิดเผย ร้องเรียน ใช้กฎหมาย และติดตามผล โดยใช้มาตรฐานเดียวกันกับคนทุกฝ่าย
ถ้าคนของเราทำผิด มาตรฐานต้องไม่ต่ำกว่าตอนที่ฝ่ายตรงข้ามทำผิด
รบเร้า
ร้องเรียนแล้วเงียบ ไม่ได้แปลว่าเรื่องจบ
ถามใหม่ ขอข้อมูล ติดตามผล แจ้งสื่อ รวมผู้ได้รับผลกระทบ ใช้เวทีสาธารณะและกลไกตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
ไม่คุกคามคน แต่ไม่ปล่อยปัญหา
รัก
นี่อาจเป็นข้อยากที่สุด
ฝ่ายที่เราไม่เห็นด้วยก็ยังเป็นมนุษย์ คนหลงผิดเปลี่ยนได้ คนที่เคยอยู่ฝ่ายตรงข้ามอาจกลายเป็นผู้ร่วมสร้างสังคมใหม่ และตัวเราเองก็ผิดได้เช่นกัน
เราต่อสู้กับความอยุติธรรม โดยไม่จำเป็นต้องลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้ที่อยู่ตรงข้าม
รุกฆาต
รุกฆาตในความหมายใหม่ ไม่ใช่การกำจัดคน แต่คือการกำจัดเงื่อนไขที่ทำให้ปัญหาเดิมกลับมาเกิดซ้ำ
อย่าพอใจกับการปลดคนโกง ถ้าระบบยังเปิดทางให้คนต่อไปโกงได้
อย่าพอใจกับการล้มรัฐบาล ถ้ารัฐบาลใหม่ยังถูกครอบด้วยโครงสร้างเดิม
อย่าพอใจกับการชนะเลือกตั้ง ถ้าอำนาจประชาชนยังหยุดอยู่แค่หน้าคูหา
สูตรมดแดงฉบับหนึ่งนาที
รู้ให้จริง
คิดให้ใหม่
รวมคนให้กว้าง
รักษาใจให้ดี
อ่านเกมให้ออก
ระวังให้เป็น
ตรวจสอบให้ถึง
ตามเรื่องให้สุด
อย่าทิ้งความรัก
และแก้ที่ต้นเหตุ
นี่คือการเมืองที่คนธรรมดาทำได้ทุกวัน
สามงานที่ต้องทำพร้อมกัน
๑. เปิดโปงสิ่งที่ผิด
แต่เปิดโปงด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ข่าวลือ และพร้อมแก้ไขเมื่อข้อมูลใหม่พิสูจน์ว่าเราเข้าใจผิด
๒. สร้างพลังประชาชน
ความรู้ เครือข่าย ชุมชน สื่อ การศึกษา องค์กรพลเมือง และวัฒนธรรมการตรวจสอบ คือโครงสร้างพื้นฐานของประชาธิปไตย
๓. สร้างสิ่งใหม่
อย่ารอให้ของเก่าพังก่อนจึงถามว่าจะเอาอะไรแทน เราต้องคิดเรื่องกติกา สถาบัน การศึกษา เศรษฐกิจ การกระจายอำนาจ และวัฒนธรรมประชาธิปไตยตั้งแต่วันนี้
เปิดโปงและรวมพลัง เราอาจเปลี่ยนรัฐบาล
แต่เปิดโปง + รวมพลัง + สร้างทางเลือกใหม่
จึงมีโอกาสเปลี่ยนโครงสร้าง
คำถามห้าข้อก่อนเข้าร่วมการเคลื่อนไหวใด ๆ
หนึ่ง: เขากำลังแก้ “อาการ” หรือ “ต้นเหตุ”?
สอง: ถ้าข้อเรียกร้องสำเร็จ วันรุ่งขึ้นจะเกิดอะไร?
สาม: ประชาชนจะมีอำนาจเพิ่มขึ้น หรือเพียงเปลี่ยนผู้ถืออำนาจ?
สี่: วิธีการสอดคล้องกับประชาธิปไตย หลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน และสันติวิธีหรือไม่?
ห้า: ถ้าฝ่ายที่เราไม่ชอบใช้วิธีเดียวกัน เราจะยังยอมรับวิธีนั้นหรือไม่?
หากตอบห้าข้อนี้ได้ มดแดงก็สามารถร่วมมือกับคนต่างกลุ่มในประเด็นที่ตรงกัน โดยไม่จำเป็นต้องมอบเข็มทิศของตนให้แกนนำคนใด
วันนี้กูทำอะไรได้บ้าง?
- อ่านเรื่องสำคัญให้ลึกขึ้นหนึ่งเรื่อง
- ตรวจสอบข่าวก่อนแชร์
- อธิบายเรื่องยากให้คนอีกหนึ่งคนเข้าใจ
- คุยกับคนเห็นต่างโดยไม่ด่ากัน
- ติดตามผู้แทนหรือหน่วยงานรัฐหนึ่งเรื่อง
- ขอข้อมูลสาธารณะเมื่อจำเป็น
- สนับสนุนสื่อหรือแหล่งความรู้ที่มีคุณภาพ
- ช่วยชุมชนแก้ปัญหาเล็กหนึ่งเรื่อง
- ยอมรับและแก้ไขเมื่อพบว่าตัวเองผิด
- รักษาใจไม่ให้ความเกลียดกลืนกินเหตุผล
คำตอบคือ: ได้
เพราะสิ่งที่อำนาจที่ไม่ถูกตรวจสอบต้องการมากที่สุด ไม่ใช่ให้ประชาชนแพ้การต่อสู้ทุกครั้ง
แต่ให้ประชาชนเชื่อเสียก่อนว่า
“กูทำอะไรไม่ได้หรอก”
อย่ารอวันที่ช้างล้ม
มดแดงสร้างรังทุกวัน
เรียนรู้หนึ่งเรื่อง
สอนคนหนึ่งคน
ตรวจสอบอำนาจหนึ่งครั้ง
รวมคนเพิ่มหนึ่งคน
แก้ปัญหาหนึ่งเรื่อง
และรักษาความเป็นมนุษย์ของทั้งตนเองและคนที่เห็นต่าง
นั่นคือการอภิวัฒน์แล้ว
วันที่โครงสร้างใหญ่เปลี่ยน จึงมิใช่วันแรกของการอภิวัฒน์ หากเป็นผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่พลเมืองจำนวนมหาศาลได้ลงมือทำมาก่อนหน้านั้น
ถามว่าอำนาจที่เขาถืออยู่ควรถูกจัดวางใหม่อย่างไร
อย่าถามเพียงว่าใครจะมาแทน
ถามว่าคนที่มาแทนจะถูกประชาชนตรวจสอบอย่างไร
และอย่าล้มช้างเพื่อสร้างช้างของเรา
จงสร้างบ้านเมืองที่ไม่มีช้างตัวใดใหญ่กว่าปวงชน
