เมื่อผู้ถูกตรวจสอบ มีอำนาจเลือกผู้ตรวจสอบ

คันฉ่องส่องไทย • บทอ่านเชิงหลักการ

เมื่อผู้ถูกตรวจสอบมีอำนาจเลือกผู้ตรวจสอบ

ปัญหาของวุฒิสภาไทยไม่ได้อยู่เพียงที่ว่าใครเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่อยู่ที่การออกแบบวงจรอำนาจ ซึ่งอาจทำให้ผู้ถูกตรวจสอบมีส่วนกำหนด ผู้ที่จะมาตรวจสอบตนเอง

บทอ่านนี้ไม่ตัดสินความผิดของบุคคลใด แต่ชวนตรวจสอบ “ความขัดกันของผลประโยชน์เชิงโครงสร้าง” และความน่าเชื่อถือของระบบรัฐธรรมนูญ
สว.
กกต.
ประชาชน
วงจรอำนาจ ใครเลือกใคร
ใครตรวจสอบใคร
คำถามตั้งต้น

ใครควรเป็นผู้ตรวจสอบผู้ตรวจสอบ?

ลองจินตนาการว่า บริษัทแห่งหนึ่งกำลังถูกกล่าวหาว่าทุจริต แต่บริษัทนั้นกลับมีอำนาจเลือกกรรมการสอบสวนของตัวเอง แม้กรรมการสอบสวนจะเป็นคนสุจริตเพียงใด สังคมก็คงตั้งคำถามต่อความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของกระบวนการ

ปัญหาจึงไม่ได้มีเพียงว่า “ผู้ตรวจสอบลำเอียงหรือไม่” แต่รวมถึงว่า “ระบบเปิดโอกาสให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความลำเอียงหรือไม่”

ในรัฐศาสตร์ คำถามนี้สัมพันธ์กับหลัก Who watches the watchers? หรือ “ใครตรวจสอบผู้ตรวจสอบ” เพราะองค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบผู้อื่น ก็ต้องอยู่ภายใต้ระบบที่โปร่งใส เป็นอิสระ และตรวจสอบย้อนกลับได้เช่นกัน

ภาพรวมกรณี

วุฒิสภาชุดที่ 13 และข้อสงสัยจากกระบวนการเลือกกันเอง

สมาชิกวุฒิสภาชุดที่ 13 มาจากระบบแบ่งกลุ่มอาชีพและเลือกกันเองหลายระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศ ประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกโดยตรง ระบบดังกล่าวถูกตั้งคำถามว่าอาจเปิดช่องให้เกิดการจัดตั้ง การนัดแนะ หรือการควบคุมทิศทางการลงคะแนนได้ง่ายกว่าการเลือกตั้งทั่วไป

3 ระดับ อำเภอ จังหวัด และประเทศ
ประชาชนไม่ได้เลือก ผู้สมัครในแต่ละกลุ่มเป็นผู้ลงคะแนนกันเอง
136 รายขึ้นไป ถูกกล่าวหาหรืออยู่ในขอบเขตการตรวจสอบตามข้อมูลที่ภาคประชาชนเผยแพร่
กลางปี 2567
กระบวนการเลือก สว. เสร็จสิ้น ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องรูปแบบคะแนนที่คล้ายคลึงกัน ผู้สมัครบางรายได้คะแนนสูงอย่างต่อเนื่อง และข้อสงสัยเรื่องการจัดตั้งคะแนน
3 กันยายน 2567
กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับคำร้องจากผู้สมัครและภาคประชาชน ให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดตั้ง การให้ผลประโยชน์ หรือการจ่ายเงินเพื่อจูงใจให้ลงคะแนน
ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
มีการตั้งข้อสังเกตว่า สว. กลุ่มใหญ่ซึ่งอยู่ในขอบเขตข้อกล่าวหา มักลงมติไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา
ถึงเดือนกรกฎาคม 2569
คดียังเป็นประเด็นสาธารณะ ขณะที่สมาชิกบางรายสิ้นสมาชิกภาพหรือพ้นจากตำแหน่งแล้ว

ข้อควรระวังในการอ่าน

การเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่เท่ากับการเป็นผู้กระทำผิด การวินิจฉัยความผิดต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่สังคมมีสิทธิตั้งคำถามต่อความเหมาะสมของโครงสร้างอำนาจได้ แม้คดียังไม่ถึงที่สุด

หัวใจของปัญหา

เมื่อ สว. มีอำนาจเห็นชอบผู้ที่จะตรวจสอบ สว.

วุฒิสภามีอำนาจสำคัญในการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางตำแหน่ง

ในขณะเดียวกัน กกต. เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบความสุจริตและเที่ยงธรรม ของกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และหากพบเหตุอันควรเชื่อว่ามีการทุจริต ก็อาจดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อไป

วุฒิสภา
ให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตรวจสอบ
องค์กรตรวจสอบ
มีหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ สว.

เมื่อวุฒิสภาชุดหนึ่งกำลังถูกตรวจสอบเรื่องที่มาของตนเอง แต่ในเวลาเดียวกันมีอำนาจให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งใน กกต. ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล แต่เป็น ความขัดกันของผลประโยชน์เชิงโครงสร้าง หรือ structural conflict of interest

ต่อให้ทุกฝ่ายสุจริต ระบบที่ดีควรออกแบบให้ไม่มีฝ่ายใด ต้องพึ่งพาความดีส่วนบุคคลมากเกินไป
หลักการออกแบบสถาบัน

องค์กรอิสระต้องอิสระทั้งในความเป็นจริงและในสายตาสาธารณะ

1. ความเป็นอิสระ ผู้ดำรงตำแหน่งต้องไม่รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณหรือพึ่งพาฝ่ายที่ตนมีหน้าที่ตรวจสอบ
2. ความโปร่งใส การเสนอชื่อ การตรวจสอบคุณสมบัติ และการลงมติต้องเปิดเผยเหตุผลต่อสาธารณะ
3. การถ่วงดุลหลายฝ่าย ไม่ควรให้องค์กรหรือกลุ่มเดียวผูกขาดกระบวนการสรรหาและแต่งตั้ง
4. ความชอบธรรมจากประชาชน ผู้ใช้อำนาจแต่งตั้งควรมีสายสัมพันธ์ทางความชอบธรรมที่ตรวจสอบย้อนกลับถึงประชาชนได้

ในระบอบประชาธิปไตย ความน่าเชื่อถือขององค์กรไม่ได้เกิดจากอำนาจตามตัวบทเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเชื่อมั่นว่า กระบวนการได้มาซึ่งอำนาจนั้นเป็นธรรม และไม่ถูกควบคุมโดยผู้มีส่วนได้เสีย

นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศใช้กลไกผสม เช่น ให้หลายสถาบันร่วมเสนอชื่อ ใช้เสียงข้างมากพิเศษ เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ หรือกำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียต้องเว้นจากการลงมติ

ไม่ใช่เรื่องฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล หรืออยู่ที่กติกา?

คำถามที่ช่วยให้เราหลุดจากการแบ่งข้างทางการเมือง คือ หากวันหนึ่งฝ่ายที่เราไม่สนับสนุนได้ครองวุฒิสภา และใช้กลไกเดียวกันแต่งตั้งผู้ตรวจสอบ เราจะยังเห็นว่ากติกานี้เหมาะสมหรือไม่

หากคำตอบเปลี่ยนไปตามว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจ นั่นอาจแสดงว่าเรากำลังตัดสินจากตัวบุคคล แต่หากเรายืนยันหลักเดียวกันกับทุกฝ่าย เรากำลังพิจารณาปัญหาในระดับรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญที่ดีไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันเฉพาะฝ่ายที่เราไม่ชอบ แต่ต้องป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขตจากทุกฝ่าย รวมถึงฝ่ายที่เราสนับสนุน
โจทย์รัฐธรรมนูญใหม่

วุฒิสภาควรมีอำนาจเพียงใดในกระบวนการเขียนกติกาฉบับใหม่?

เมื่อที่มาและอำนาจของวุฒิสภาเองเป็นหนึ่งในประเด็นที่สังคมต้องการถกเถียง จึงเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดปัจจุบันควรมีบทบาทเพียงใด ในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

หากผู้มีอำนาจภายใต้กติกาเดิมสามารถควบคุมเงื่อนไขของการออกแบบกติกาใหม่ พื้นที่สำหรับการปฏิรูปอาจถูกจำกัดตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเมื่อประเด็นที่ต้องปฏิรูปคือที่มา อำนาจ และกลไกตรวจสอบวุฒิสภาเอง

แนวทางที่ควรเปิดให้สังคมถกเถียง

ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง
จำกัดบทบาทของวุฒิสภาในการคัดเลือกหรือควบคุมผู้ร่างรัฐธรรมนูญ
ให้ประชาชนลงประชามติยืนยันร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย
กระจายอำนาจสรรหาองค์กรอิสระไปยังหลายฝ่าย พร้อมเปิดเผยประวัติ เหตุผล และผลการลงมติ
กำหนดหลักเว้นการลงมติสำหรับผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยตรง

แต่ละข้อเสนอมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การประกาศคำตอบสำเร็จรูป แต่คือการทำให้ประชาชนมีพื้นที่และข้อมูลเพียงพอที่จะออกแบบระบบใหม่ร่วมกัน

ประเทศไทยควรยอมให้ผู้ถูกตรวจสอบ
มีอำนาจเลือกผู้ตรวจสอบของตนเองหรือไม่?

และในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใครควรเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย: วุฒิสภา หรือประชาชน?

บทสรุป

ประชาธิปไตยไม่ได้วัดเพียงจากการมีองค์กรตรวจสอบ

ประเทศหนึ่งอาจมี กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระครบถ้วนตามตัวบท แต่หากกระบวนการคัดเลือกองค์กรเหล่านี้ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้เสีย ความเป็นอิสระก็อาจเหลือเพียงชื่อ

การปฏิรูปรัฐธรรมนูญจึงไม่ควรถามเพียงว่า “ใครควรมีอำนาจ” แต่ต้องถามต่อไปว่า “อำนาจนั้นสัมพันธ์กับอำนาจอื่นอย่างไร” ใครแต่งตั้งใคร ใครถอดถอนใคร ใครตรวจสอบใคร และประชาชนสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริงหรือไม่

เพราะท้ายที่สุด ความมั่นคงของประชาธิปไตยไม่ได้อยู่ที่การมีผู้ตรวจสอบจำนวนมาก แต่อยู่ที่การออกแบบให้ ผู้ตรวจสอบทุกคนต้องถูกตรวจสอบได้ และไม่มีใครสามารถสร้างวงจรอำนาจที่คุ้มครองตนเองจากความรับผิดชอบต่อประชาชน

อ่านเพิ่มเติมและมีส่วนร่วม
  • ข้อเสนอภาคประชาชนเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญและการลงชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญ: conforall.com
  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอำนาจวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ: iLaw

หมายเหตุ: ตัวเลข สถานะคดี และรายชื่อบุคคลอาจเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการทางกฎหมาย ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โพสต์ล่าสุด

เมื่อผู้ถูกตรวจสอบ มีอำนาจเลือกผู้ตรวจสอบ

คันฉ่องส่องไทย • บทอ่านเชิงหลักการ เมื่อผู้ถูกตรวจสอบ มีอำนาจเลือกผู้ตรวจสอบ ปัญหาของวุฒิสภาไทยไม่ได้อยู่เพียงที่ว่าใคร...

Popular Posts