เมื่อผู้ถูกตรวจสอบมีอำนาจเลือกผู้ตรวจสอบ
ปัญหาของวุฒิสภาไทยไม่ได้อยู่เพียงที่ว่าใครเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่อยู่ที่การออกแบบวงจรอำนาจ ซึ่งอาจทำให้ผู้ถูกตรวจสอบมีส่วนกำหนด ผู้ที่จะมาตรวจสอบตนเอง
ใครตรวจสอบใคร
ใครควรเป็นผู้ตรวจสอบผู้ตรวจสอบ?
ลองจินตนาการว่า บริษัทแห่งหนึ่งกำลังถูกกล่าวหาว่าทุจริต แต่บริษัทนั้นกลับมีอำนาจเลือกกรรมการสอบสวนของตัวเอง แม้กรรมการสอบสวนจะเป็นคนสุจริตเพียงใด สังคมก็คงตั้งคำถามต่อความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือของกระบวนการ
ในรัฐศาสตร์ คำถามนี้สัมพันธ์กับหลัก Who watches the watchers? หรือ “ใครตรวจสอบผู้ตรวจสอบ” เพราะองค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบผู้อื่น ก็ต้องอยู่ภายใต้ระบบที่โปร่งใส เป็นอิสระ และตรวจสอบย้อนกลับได้เช่นกัน
วุฒิสภาชุดที่ 13 และข้อสงสัยจากกระบวนการเลือกกันเอง
สมาชิกวุฒิสภาชุดที่ 13 มาจากระบบแบ่งกลุ่มอาชีพและเลือกกันเองหลายระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับประเทศ ประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกโดยตรง ระบบดังกล่าวถูกตั้งคำถามว่าอาจเปิดช่องให้เกิดการจัดตั้ง การนัดแนะ หรือการควบคุมทิศทางการลงคะแนนได้ง่ายกว่าการเลือกตั้งทั่วไป
กระบวนการเลือก สว. เสร็จสิ้น ท่ามกลางข้อสังเกตเรื่องรูปแบบคะแนนที่คล้ายคลึงกัน ผู้สมัครบางรายได้คะแนนสูงอย่างต่อเนื่อง และข้อสงสัยเรื่องการจัดตั้งคะแนน
กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับคำร้องจากผู้สมัครและภาคประชาชน ให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดตั้ง การให้ผลประโยชน์ หรือการจ่ายเงินเพื่อจูงใจให้ลงคะแนน
มีการตั้งข้อสังเกตว่า สว. กลุ่มใหญ่ซึ่งอยู่ในขอบเขตข้อกล่าวหา มักลงมติไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา
คดียังเป็นประเด็นสาธารณะ ขณะที่สมาชิกบางรายสิ้นสมาชิกภาพหรือพ้นจากตำแหน่งแล้ว
ข้อควรระวังในการอ่าน
การเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่เท่ากับการเป็นผู้กระทำผิด การวินิจฉัยความผิดต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่สังคมมีสิทธิตั้งคำถามต่อความเหมาะสมของโครงสร้างอำนาจได้ แม้คดียังไม่ถึงที่สุด
เมื่อ สว. มีอำนาจเห็นชอบผู้ที่จะตรวจสอบ สว.
วุฒิสภามีอำนาจสำคัญในการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางตำแหน่ง
ในขณะเดียวกัน กกต. เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบความสุจริตและเที่ยงธรรม ของกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และหากพบเหตุอันควรเชื่อว่ามีการทุจริต ก็อาจดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อไป
ให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตรวจสอบ
มีหน้าที่ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ สว.
เมื่อวุฒิสภาชุดหนึ่งกำลังถูกตรวจสอบเรื่องที่มาของตนเอง แต่ในเวลาเดียวกันมีอำนาจให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งใน กกต. ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล แต่เป็น ความขัดกันของผลประโยชน์เชิงโครงสร้าง หรือ structural conflict of interest
องค์กรอิสระต้องอิสระทั้งในความเป็นจริงและในสายตาสาธารณะ
ในระบอบประชาธิปไตย ความน่าเชื่อถือขององค์กรไม่ได้เกิดจากอำนาจตามตัวบทเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเชื่อมั่นว่า กระบวนการได้มาซึ่งอำนาจนั้นเป็นธรรม และไม่ถูกควบคุมโดยผู้มีส่วนได้เสีย
นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศใช้กลไกผสม เช่น ให้หลายสถาบันร่วมเสนอชื่อ ใช้เสียงข้างมากพิเศษ เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ หรือกำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียต้องเว้นจากการลงมติ
ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล หรืออยู่ที่กติกา?
คำถามที่ช่วยให้เราหลุดจากการแบ่งข้างทางการเมือง คือ หากวันหนึ่งฝ่ายที่เราไม่สนับสนุนได้ครองวุฒิสภา และใช้กลไกเดียวกันแต่งตั้งผู้ตรวจสอบ เราจะยังเห็นว่ากติกานี้เหมาะสมหรือไม่
หากคำตอบเปลี่ยนไปตามว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจ นั่นอาจแสดงว่าเรากำลังตัดสินจากตัวบุคคล แต่หากเรายืนยันหลักเดียวกันกับทุกฝ่าย เรากำลังพิจารณาปัญหาในระดับรัฐธรรมนูญ
วุฒิสภาควรมีอำนาจเพียงใดในกระบวนการเขียนกติกาฉบับใหม่?
เมื่อที่มาและอำนาจของวุฒิสภาเองเป็นหนึ่งในประเด็นที่สังคมต้องการถกเถียง จึงเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดปัจจุบันควรมีบทบาทเพียงใด ในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
หากผู้มีอำนาจภายใต้กติกาเดิมสามารถควบคุมเงื่อนไขของการออกแบบกติกาใหม่ พื้นที่สำหรับการปฏิรูปอาจถูกจำกัดตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเมื่อประเด็นที่ต้องปฏิรูปคือที่มา อำนาจ และกลไกตรวจสอบวุฒิสภาเอง
แนวทางที่ควรเปิดให้สังคมถกเถียง
แต่ละข้อเสนอมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การประกาศคำตอบสำเร็จรูป แต่คือการทำให้ประชาชนมีพื้นที่และข้อมูลเพียงพอที่จะออกแบบระบบใหม่ร่วมกัน
ประเทศไทยควรยอมให้ผู้ถูกตรวจสอบ
มีอำนาจเลือกผู้ตรวจสอบของตนเองหรือไม่?
และในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใครควรเป็นผู้ตัดสินขั้นสุดท้าย: วุฒิสภา หรือประชาชน?
ประชาธิปไตยไม่ได้วัดเพียงจากการมีองค์กรตรวจสอบ
ประเทศหนึ่งอาจมี กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระครบถ้วนตามตัวบท แต่หากกระบวนการคัดเลือกองค์กรเหล่านี้ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้เสีย ความเป็นอิสระก็อาจเหลือเพียงชื่อ
การปฏิรูปรัฐธรรมนูญจึงไม่ควรถามเพียงว่า “ใครควรมีอำนาจ” แต่ต้องถามต่อไปว่า “อำนาจนั้นสัมพันธ์กับอำนาจอื่นอย่างไร” ใครแต่งตั้งใคร ใครถอดถอนใคร ใครตรวจสอบใคร และประชาชนสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริงหรือไม่
เพราะท้ายที่สุด ความมั่นคงของประชาธิปไตยไม่ได้อยู่ที่การมีผู้ตรวจสอบจำนวนมาก แต่อยู่ที่การออกแบบให้ ผู้ตรวจสอบทุกคนต้องถูกตรวจสอบได้ และไม่มีใครสามารถสร้างวงจรอำนาจที่คุ้มครองตนเองจากความรับผิดชอบต่อประชาชน
- ข้อเสนอภาคประชาชนเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญและการลงชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญ: conforall.com
- ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอำนาจวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระ: iLaw
หมายเหตุ: ตัวเลข สถานะคดี และรายชื่อบุคคลอาจเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการทางกฎหมาย ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

